สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 3

รอยร้าวในโครงสร้าง

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถ้าคุณยังมองผ่านเลนส์กล้องตัวนั้นด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า ผมแนะนำให้คุณเก็บอุปกรณ์แล้วกลับไปนั่งหรูในออฟฟิศใจกลางเมืองจะดีกว่าครับ เพราะพื้นที่ตรงนี้... มันไม่ได้ต้องการงานศิลปะที่ไร้ชีวิต แต่มันต้องการพื้นที่หายใจ" อาคเนย์ลดกล้องเลนส์ไวด์ลงช้าๆ นัยน์ตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปยังตึกแถวเก่าคร่ำคร่าที่กำลังถูกล้อมด้วยรั้วสังกะสี แต่เขากำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดาที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงช่วงแขน กลิ่นอับชื้นของน้ำครำปนกับกลิ่นสนิมเหล็กในย่านชุมชนแออัดใจกลางเมืองหลวงฟุ้งกระจายจนน่าอึดอัด รินรดาในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบที่ดูผิดที่ผิดทางกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง เธอไม่ได้ขยับตัวหนีสิ่งสกปรกที่กระเด็นจากแอ่งน้ำขัง แม้แต่รอยย่นบนคิ้วสักนิดเธอก็ไม่แสดงให้เห็น "พื้นที่หายใจ?" รินรดาแค่นยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "สถาปนิกส่วนใหญ่พูดคำนี้ได้สวยหรูเสมอตอนที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา แต่พอตัวเลขมูลค่าที่ดินต่อตารางวาพุ่งขึ้น พวกคุณก็มักจะลืมไปว่าคนในพื้นที่เหล่านี้ ไม่ได้ต้องการแค่ที่หายใจหรอกครับ... พวกเขาต้องการเงินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีใครมาไล่ที่" "เงินคือทางออกฉาบฉวยที่คุณใช้ฟอกขาวความรู้สึกผิดหรือเปล่าครับ?" อาคเนย์ก้าวเข้าหาเธอหนึ่งก้าว รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนเศษแก้วจนเกิดเสียงกรอบแกรบ "คุณกำลังบอกว่าการเอาตึกสูงคอนกรีตมาทับถมประวัติศาสตร์ของชุมชนแห่งนี้คือความเมตตางั้นหรือ" "มันคือวิวัฒนาการครับคุณอาคเนย์" รินรดาสวนกลับทันควัน สายตาเธอไม่ได้มองอาคเนย์ แต่จ้องมองไปยังหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งพับกล่องกระดาษอยู่หน้าเพิงพักฝั่งตรงข้าม "คนเมืองต้องแลกเปลี่ยน คุณภาพชีวิตไม่ได้มาฟรีๆ ถ้าโครงการนี้ไม่เกิดขึ้น ที่ดินผืนนี้ก็จะกลายเป็นแค่แหล่งเสื่อมโทรมที่รอวันถูกไฟไหม้ หรือรอวันให้พวกมีอิทธิพลท้องถิ่นเข้ามาสูบเลือดสูบเนื้อจนไม่เหลืออะไรเลย" อาคเนย์ชะงัก สายตาเขาเปลี่ยนทิศทางตามมองหญิงชราคนนั้น มือที่หยาบกร้านของนางกำลังลูบไล้กรอบรูปที่บิ่นกะเทาะ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นของสิ่งเดียวที่นางให้ค่าในบ้านหลังนี้ "ดูนั่นสิ" อาคเนย์พูดเสียงเบาลงแต่หนักแน่น "คุณเห็นความตายในแววตาเขาไหม ไม่ใช่ความตายทางกายภาพ แต่เป็นความตายของความหวัง เขารู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ แต่เขาก็ไม่พร้อมจะทิ้งที่ที่เขาผูกพันเพียงเพราะคนกลุ่มหนึ่งนั่งจิ้มตัวเลขในห้องแอร์แล้วบอกว่านี่คือความเจริญ" "แล้วคุณจะทำอย่างไรครับ?" รินรดาหันมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว น้ำเสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นโหมดมืออาชีพที่เย็นเยียบ "ในเมื่อคุณรับงานออกแบบผังโครงการนี้มาแล้ว และผมก็เป็นคนถือสัญญาจ้างเล่มนั้น คุณจะทิ้งงาน หรือจะลองพิสูจน์ให้ผมเห็นว่า... อุดมการณ์ของคุณมันกินได้จริง" อาคเนย์ไม่ได้ตอบ เขาเดินตรงไปที่ห้องแถวหลังสุดท้ายของซอยซึ่งถูกปิดตายด้วยไม้กระดานผุๆ เขาสังเกตเห็นบางอย่าง—ไม่ใช่ความเก่าแก่ แต่เป็น 'รอยร้าว' ที่ลากยาวเป็นแนวเฉียงผิดธรรมชาติจากเสาตอม่อขึ้นไปจนถึงคานรับน้ำหนัก เขาย่อตัวลงใช้มือลูบผ่านรอยร้าวนั้น ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านปลายนิ้ว มันไม่ใช่รอยร้าวจากอายุการใช้งาน แต่มันคือรอยร้าวจากการ 'ถูกกระทำ' โดยเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ขุดเจาะใต้ดินจากโครงการข้างเคียง "รินรดา มาดูนี่" เสียงเรียกของอาคเนย์ทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม รินรดาเดินตามมาอย่างสงสัย แต่เมื่อเธอมองเห็นแนวรอยร้าวที่อาคเนย์ชี้ให้ดู แววตาที่มั่นคงของเธอก็ไหววูบไปชั่วขณะ เธอเป็นนักเจรจา เธอรู้ดีว่ารอยร้าวแบบนี้หมายถึงอะไร มันไม่ใช่เรื่องของผังเมือง แต่มันคือการ 'จงใจทำลาย' เพื่อให้พื้นที่นี้ไร้ค่าและบีบให้เจ้าของที่ยอมปล่อยมือในราคาถูก "นี่มันเกิดอะไรขึ้น..." เธอพึมพำกับตัวเอง ในวินาทีนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกขนาดใหญ่เบรกดังสนั่นจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วปากซอย ชายฉกรรจ์สามคนในชุดคนงานก่อสร้างก้าวลงมาจากรถ แต่สายตาของพวกเขากลับไม่ได้มองมาที่งานก่อสร้าง พวกเขากำลังมองมาที่อาคเนย์และรินรดาด้วยท่าทางคุกคาม พร้อมกับที่ใครบางคนก้าวออกมาจากเงามืดของรถตู้สีดำที่จอดอยู่ด้านหลัง เขาคนนั้นคือ 'เสี่ยวิชัย' อดีตนายทุนที่อาคเนย์เคยขัดแย้งด้วยในโครงการที่ล้มเหลวเมื่อห้าปีก่อน เสี่ยวิชัยเดินตรงเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าทั้งคู่ "คุณสถาปนิก... โลกมันกลมดีนะครับ" เสี่ยวิชัยกล่าวพลางกวาดสายตามองรอยร้าวบนผนังนั้น "แต่บางทีโลกก็กลมจนคนบางคนอาจจะเผลอเดินตกลงไปในหลุมที่ตัวเองขุดไว้... โดยไม่รู้ตัว" อาคเนย์ยืนนิ่ง ร่างกายเกร็งตัวขึ้นในสัญชาตญาณของการป้องกัน แต่เมื่อเขามองกลับไปยังมือถือของรินรดาที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ เขาก็เห็นแสงไฟสีแดงเล็กๆ ที่กะพริบถี่ๆ—เครื่องบันทึกเสียงกำลังทำงาน รินรดากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อไล่ที่ครับอาคเนย์... แต่ผมมาที่นี่เพื่อหาหลักฐานว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการฆ่าพื้นที่สีเทาแห่งนี้ และตอนนี้... ดูเหมือนเราจะเจอ 'เจ้าภาพ' ตัวจริงเข้าให้แล้ว" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของสถาปนิกและนักล่าพื้นที่สีเทาไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%