เสียงทุบประตูไม้สนเก่าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมาให้ได้ พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่แผดสะท้อนทะลุกำแพงดินอัดเข้ามาจนแสบแก้วหู
"หลินฟาง! นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงขังตัวเองอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วทำเป็นหูทวนลมกับแม่สามี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านให้มาไล่พวกแกออกจากที่ดินสาธารณะนี่ซะ!"
เสียงแผดก้องนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... นางจางผู้เป็นแม่สามีตัวแสบ ที่ขนเอาป้าสะใภ้รองและลูกสมุนอีกสองคนบุกมาถึงหน้าบ้านหลังน้อยท้ายหมู่บ้านด้วยความฮึกเหิม หวังจะมาทวงสิทธิ์และกอบโกยข้าวของที่ได้ยินมาหนาหูว่าสะใภ้คนนี้แอบซุกซ่อนไว้
ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ หลินฟางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่กำลังคลุกเคล้าหมูสามชั้นสไลด์บางเฉียบกับซอสหมักสูตรลับจากห้างสรรพสินค้าในมิติพิเศษยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างชัดเจน
เธอกลอกตามองบนด้วยความเบื่อหน่าย พลางคิดในใจว่าคนพวกนี้ช่างขยันหาเรื่องมาให้บริหารสมองเสียจริง ไม่รู้ว่าเอาเวลาว่างมาจากไหนนักหนא
"ดูเหมือนว่าจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเคาะประตูบ้านเรานะฃรับภรรยา" เสียงทุบประตูด้านนอกยังคงดังต่อเนื่อง แต่จางเหว่ยกลับไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปเปิดแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อยยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้ไม้ เคลื่อนไหวร่างกายด้วยความนิ่งสงบผิดกับบรรยากาศภายนอก ดวงตาคมกราบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเย็นชา รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
จางเหว่ยขยับตัวเล็กน้อย หมายจะลุกขึ้นไปจัดการปัดกวาดขยะที่หน้าบ้านให้พ้นทาง แต่หลินฟางกลับวางตะเกียบในมือลงแล้วเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีไว้เบาๆ
"ใจเย็นก่อนสิครับคุณสามี..." หลินฟางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผู้กองหนุ่ม แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "ปล่อยให้ผมออกไปต้อนรับแม่สามีผู้แสนประเสริฐคนนี้เองดีกว่า นานๆ ทีท่านจะลงทุนเดินมาถึงนี่ทั้งที ถ้าไม่ต้อนรับให้สมเกียรติ เดี๋ยวท่านจะหาว่าสะใภ้คนนี้อกตัญญูเอาได้นะครับ"
จางเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาในแววตาสลายหายไปแทนที่ด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่วันที่เธอตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้ชีวิต หลินฟางก็กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดถอนรากถอนโคนทุกคนที่กล้าเข้ามาหาเรื่อง
"ตามใจคุณครับ ระวังอย่าให้มือต้องเปื้อนเลือดขยะพวกนั้นก็พอ มีอะไรให้ผมช่วยจัดการ บอกได้เสมอนะครับ" จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความรักความตามใจอย่างถึงที่สุด
หลินฟางพยักหน้ารับเบาๆ เธอเดินน่องส่ายสะโพกด้วยจังหวะที่มั่นคงไปที่ประตูบ้าน มือเรียวปลดกลอนไม้ออกอย่างใจเย็น ก่อนจะกระชากประตูเปิดผางออกกว้าง!
แอ๊ด... เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ส่งเสียงประท้วง
ภาพของนางจางที่กำลังเงื้อมือขึ้นเตรียมจะทุบซ้ำลงมาพอดีถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ สีหน้าของแม่สามีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากอ้าค้างเตรียมจะด่าทอ แต่ทว่า... เมื่อปะทะเข้ากับสายตากลมโตที่มองมาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบและท่าทางที่สง่างามเกินกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไป นางจางถึงกับกลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทัน
"อุ๊ย! ลมอะไรหอบคุณแม่และญาติๆ มาถึงนี่ได้ล่ะครับเนี่ย?" หลินฟางเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานหยดเยิ้ม แต่แฝงไว้ด้วยความประชดประชันชนิดที่ฟังก็รู้ว่าไม่ได้ต้อนรับ "หน้าตาดูตื่นตระหนกตกใจกันเสียจริง หรือว่าที่บ้านไฟไหม้ข้าวของเสียหายหมด ถึงต้องวิ่งหน้าตั้งมาขอพึ่งพาอาศัยบ้านหลังเล็กๆ ของพวกเรา?"
"นัง... นังสะใภ้ไร้สำนึก!" นางจางหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโมโห มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหลินฟางจนสั่นเทา "แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้ฉันยืนตากแดดรออยู่หน้าบ้านนานขนาดนี้! แถมยังพูดจาถางถางผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้อีก! อกตัญญู! ช่างเป็นผู้หญิงไร้การอบรมจริงๆ!"
"ผู้หลักผู้ใหญ่เหรอครับ?" หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เธอยกแขนขึ้นกอดอก พลingกวาดสายตามองนางจางและป้าสะใภ้รองหัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลน "คนที่บุกมาทุบประตูบ้านคนอื่นส่งเสียงเอะอะโวยวายเหมือนโจรปล้นบ้าน เขาเรียกผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยเหรอครับ? หรือว่าที่บ้านสอนให้ทำตัวไร้มารยาทแบบนี้ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ?"
"แก! นังปากจัด!" ป้าสะใภ้รองที่ยืนอยู่ด้านหลังทนไม่ไหว ก้าวเท้าออกมากระชากเสียงแหลมแทรกขึ้นทันที "หลินฟาง แกอย่าคิดว่าแต่งงานกับผู้กองจางแล้วจะทำตัวกร่างใส่พวกเราได้นะ! วันนี้พวกฉันมาดี ไม่ได้มาหาเรื่อง แต่มาทวงของที่เป็นของตระกูลจางต่างหาก! ข้าวสารแป้งขาว เนื้อสัตว์ดีๆ และเงินเก็บที่พวกแกแอบซุกซ่อนไว้ในบ้านหลังนี้ ต้องเอาออกมาแบ่งให้ครอบครัวใหญ่ทั้งหมด! ไม่อย่างนั้น... วันนี้พวกฉันไม่ยอมแน่!"
สิ้นคำพูดของป้าสะใภ้รอง บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก นางจางพยักหน้ารับหงึกหงัก ดวงตาโลภโม่งละโมบกวาดมองเข้าไปในตัวบ้านผ่านช่องว่างที่หลินฟางยืนบังอยู่ ราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปสำรวจทรัพย์สินทั้งหมด
หลินฟางหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะใสๆ นั้นช่างบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนน่าหมั่นไส้ เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าอย่างไม่แยแส
"ของตระกูลจาง? ฮ่าๆๆๆ... น่าขันสิ้นดี!" หลินฟางหุบยิ้มฉับพลัน แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่นางจางด้วยความเยือกเย็นจนคนแก่ถึงกับสะท้านเฮือก "ตระกูลจางเคยให้อะไรฉันกับจางเหว่ยบ้างตั้งแต่แต่งงานกันมา? ข้าวสารสักเม็ด เกลือสักช้อน หรือเงินสักแดงเดียว พวกคุณเคยส่งมาเจือจางพวกเราไหม? มีแต่จะคอยมาสูบเลือดสูบเนื้อ ขูดรีดเงินเดือนทหารของสามีฉันไปปรนเปรอพี่ใหญ่ผู้ไร้น้ำยาคนนั้นไม่ใช่เหรอ?!"
"นั่นมันหน้าที่ของลูกชายตระกูลจางที่ต้องทดแทนบุญคุณพ่อแม่!" นางจางเถียงคอเป็นเอ็น หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายเพราะมีชาวบ้านเริ่มเดินมามุงดูเหตุการณ์ห่างๆ "แกมันเป็นแค่สะใภ้ซื้อมาเข้าบ้าน มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาต่อรอง! ทรัพย์สินทุกอย่างที่จางเหว่ยหามาได้ ก็คือสมบัติของครอบครัวเรา!"
"โอ้โห ตรรกะป่วยๆ แบบนี้เอามาจากไหนครับเนี่ย?" หลินฟางยกมือขึ้นตบหน้าผากเบาๆ อย่างเหลืออด "จางเหว่ยเป็นสามีฉัน ทะเบียนสมรสเราก็จดกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เงินเดือนของเขาคือสินสมรสระหว่างฉันกับเขา เป็นเงินหยาดเหงื่อแรงกายที่เขาเอาชีวิตไปแลกมาในกองทัพ ไม่ใช่เงินกงสีของพวกคุณ! ถ้าอยากได้เงินนัก ทำไมไม่ให้ลูกชายคนโปรดของคุณไปหาเอาเองล่ะครับ หรือว่าปัญญาทำมาหากินไม่มี ดีแต่แบมือขอชาวบ้านไปวันๆ?"
"นังสารเลว! แกกล้าด่าลูกชายฉันเหรอ!" นางจางกรีดร้องด้วยความบันดาลโทสะ ทนความอับอายไม่ไหว เงื้อมือเหี่ยวย่นตบเข้าที่ใบหน้าของหลินฟางด้วยความรวดเร็ว หมายจะสั่งสอนสะใภ้ปากเก่งคนนี้ให้หลาบจำ!
ป้าสะใภ้รองลอบยิ้มด้วยความสะใจ รอดูภาพที่หลินฟางโดนตบหน้าจนหัวทิ่ม
ทว่า... เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่พวกเธอคาดคิด!
หมับ!
มือเรียวบางของหลินฟางคว้าจับข้อมือเหี่ยวย่นของนางจางไว้ได้อย่างแม่นยำรากับจับวาง แรงบีบที่ส่งออกมาจากปลายนิ้วนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาดจนนางจางถึงกับหน้าเหเกด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าผู้หญิงสำอางอย่างหลินฟางจะมีแรงมหาศาลขนาดนี้
"คิดจะทำร้ายร่างกายคนอื่นในเขตบ้านของทหารเหรอครับคุณแม่?" หลินฟางโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ได้ยินกันแค่สองคน แววตาดุดันราวกับพยัคฆ์สาวทำให้คนที่ผ่านสนามรบมาอย่างนางจางถึงกับขนลุกซู่ "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณไว้ให้ดีนะ... ถ้าวันนี้พวกคุณยังไม่ไสหัวออกไปจากเขตบ้านของฉัน ข้าวมื้อนี้... ฉันจะไม่ได้แค่ไล่ตะเพิดธรรมดา แต่ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและทำ 0 ร้ายร่างกาย ให้พวกคุณไปนอนกรงขังในสถานีตำรวจสักคืนสองคืน เผื่อสมองจะสว่างขึ้นมาบ้าง!"
"แก... แกกล้าเหรอ..." นางจางเสียงสั่นระรอก ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลAาย เป็นความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ก้าวออกมาจากด้านหลัง หลินฟางเหลือบไปเห็นสามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวออกมายืนเคียงข้าง รังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวจางเหว่ยทำให้ป้าสะใภ้รองและลูกสมุนถึงกับถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผวา
จางเหว่ยไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขายกมือขึ้นโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ดวงตาคมกริบกวาดมองนางจางและพรรคพวกด้วยสายตาราวกับจะเชือดเฉือนให้ตายทั้งเป็น
"ถ้าพวกท่านยังไม่ไปจากที่นี่ภายในสามวินาทีนี้..." จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวาน บาดลึกจนขั้วหัวใจ "ผมคงต้องใช้กฎของทหารในการจัดการกับ 'ผู้บุกรุก' แล้วล่ะครับ"
นางจางหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง และถ้าเรื่องถึงกองทัพ ครอบครัวของพวกนางจะไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้อีกเลย
"ฝากไว้ก่อนเถอะนะนังตัวแสบ!" นางจางสะบัดมือหลุดจากการจับกุมของหลินฟางด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะหันไปตวาดใส่พรรคพวก "กลับ!"
กลุ่มคนจอมละโมบรีบหันหลังวิ่งหนีหายไปอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ
หลินฟางถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดให้สามีหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย "จัดการง่ายกว่าที่คิดอีกนะครับเนี่ย"
จางเหว่ยจ้องมองใบหน้าเนียนใสของภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหลงใหล เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กระซิบด้วยเสียงแหบพร่าข้างใบหู
"คุณเก่งมากครับภรรยา... แต่หลังจากนี้ คงต้องมี 'รางวัล' ให้ผมสักหน่อยแล้วกระมังครับ?"
หลินฟางใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากตอบอะไร จางเหว่ยก็เอื้อมมือไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่ที่วางอยู่บนโต๊ะครัวขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอต้องชะงักงัน
"จริงสิครับ... เมื่อครู่ตอนที่คุณกำลังจัดการแม่สามี มีจดหมายด่วนจากหน่วยงานเสบียงส่งมาถึงผมหน้าบ้าน บอกว่า 'สินค้าล็อตพิเศษ' ที่เราฝากขายในตลาดมืดเมื่อวานนี้..."
จางเหว่ยเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคมกราบทอประกายลึกล้ำ
"...ตอนนี้ถูกกว้านซื้อเกลี้ยงหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที และคนที่เหมาซื้อทั้งหมดในราคาสูงลิ่ว... กำลังยืนรอพบคุณอยู่ที่ห้องรับแขกหน้าบ้านตอนนี้แล้วครับ"
***
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "ลมทะเลพัดรัก" นะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 10
แม่สามีบุกทวงสมบัติ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!