"ถ้าพวกคุณยังกล้าเอาเท้าสกปรกๆ คู่นี้ก้าวเข้ามาเหยียบเขตบ้านฉันอีกก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องใบแจ้งความข้อหาบุกรุกยามวิกาลก็แล้วกันครับ!"
เสียงประกาศกร้าวของหลินฟางดังสะท้อนก้องท่ามกลางความมืดของยามดึก ปลุกให้ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจางที่กำลังพยายามงัดหน้าต่างหลังบ้านถึงกับสะดุ้งสุดตัว จนข้อศอกไปกระแทกกับกระถางต้นหอมจนคว่ำระเนระนาด หล่อนส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความเจ็บใจและหวาดกลัว ก่อนจะถอยร่นออกไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำสาปแช่งตามประพฤติคนหน้าหนาที่ยังไม่ยอมแพ้ต่อผลประโยชน์มหาศาลที่ซ่อนอยู่หลังรั้วไม้ไผ่แห่งนี้
หลินฟางยืนกอดอกมองร่างที่ถอยร่นหายไปในความมืดด้วยรอยเหยียดยิ้มที่มุมปาก หญิงสาวยังคงสวมผ้ากันเปื้อนสีซีดทับชุดลำลองทะมัดทะแมง ดวงตาคู่คมประกายวาววับด้วยความรู้ทัน เธอกวาดสายตามองความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ที่แปลงผักสวนครัวหน้าต่าง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
"พวกปลิงพวกนี้ ชักจะใจกล้าขึ้นทุกวัน... คงคิดว่าฉันจะยอมให้สูบเลือดสูบเนื้อไปตลอดสินะครับ" เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำกับคนไร้ค่าเหล่านั้น เพราะภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่ากำลังรออยู่หลังประตูห้องเก็บฟืนเก่าๆ ที่เชื่อมต่อกับมิติห้างสรรพสินค้าของเธอ หลินฟางหันหลังเดินกลับเข้าสู่ตัวบ้าน ล็อคกลอนประตูกลอนใหม่อย่างแน่นหนา ก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงไปยังมุมมืดที่สุดของห้องครัว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อลับที่เธอใช้พลิกชีวิตครอบครัวในยุค 80 นี้ให้รุ่งโรจน์จนคนทั้งหมู่บ้านต้องอิจฉา
ทันทีที่ก้าวผ่านม่านแสงสีครามจางๆ กลิ่นอายความสดชื่นของธรรมชาติบริสุทธิ์ก็โถมเข้าปะทะใบหน้า ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือ "มิติฟาร์มและคลังแสง" ที่ขยายอาณาเขตออกไปกว้างขวางกว่าเดิม พื้นดินสีดำสนิทอุดมไปด้วยแร่ธาตุ แปลงผักกาดขาวปลีหัวแน่นขนาดใหญ่เท่าหม้อข้าวเรียงรายเป็นระเบียบ มะเขือเทศสีแดงสดราวกับทับทิมเปล่งประกายล้อแสงไฟจากระบบอัตโนมัติ และที่โดดเด่นที่สุดคือแปลงสมุนไพรจีนเกรดพรีเมียมที่เธอเพิ่งทดลองเพาะปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์จากศตวรรษที่ 21
ผู้กองจางเหว่ย สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและมีแววตาเต็มไปด้วยความรักความหลงใหลในตัวภรรยากำลังยืนง่วนอยู่กับการตรวจสอบระบบน้ำหยด เขาสวมเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและหยาดเหงื่อที่พราวระยับตามกรอบหน้าคมคาย ภาพชายหนุ่มผู้เป็นที่เกรงกลัวของคนทั้งกองร้อยกำลังก้มๆ เงยๆ ดูแลแปลงผักให้ภรรยาด้วยความใส่ใจ คือภาพที่ทำให้หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบทุกครั้ง
"เหนื่อยไหมครับเหว่ย?" หลินฟางเอ่ยถามพลางยื่นผ้าขนหนูสะอาดที่หยิบมาจากชั้นวางในห้างสรรพสินค้าให้ชายหนุ่ม
จางเหว่ยหันมามองภรรยา ดวงตาคมกราบทอประกายอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารับผ้ามาซับเหงื่อตามใบหน้าและลำคอ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว สองแขนแข็งแกร่งรวบเอวบางเข้ามาโอบกอดไว้แนบอกโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ
"ไม่เหนื่อยเลยครับ... ถ้าเทียบกับการได้เห็นคุณปลอดภัยและยิ้มได้แบบนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแนบชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาหลินฟางหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แม้จะแต่งงานกันมาสักระยะแล้ว แต่ความคลั่งรักของนายทหารหนุ่มคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลย มีแต่จะเพิ่มทวีคูณจนเธอเองก็ตั้งรับแทบไม่ทัน
"ปากหวานเสียจริงนะช่วงนี้ ระวังเถอะ... เดี๋ยวฉันจะขุนให้คุณอ้วนจนใส่ชุดเครื่องแบบไม่ได้เลยดีไหม?" หลินฟางแกล้งเย้าแหย่พลางใช้มือเรียวดันแผงอกกว้างเบาๆ แต่มีหรือที่คนตัวโตจะยอมปล่อย เขากลับกระชับกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
"ต่อให้ผมอ้วนจนกลิ้งได้ คุณก็หนีผมไม่พ้นหรอกครับ หลินฟาง... คุณเป็นของผมแล้ว" น้ำเสียงนั้นแม้จะเจือแววหยอกล้อ แต่แววตากลับจริงจังและมั่นคงจนผู้ฟังต้องใจสั่น
หลินฟางอมยิ้มบางๆ เธอรู้ดีว่าภายใต้ความแข็งกระด้างของชายชาติทหารผู้นี้ มีความรักที่บริสุทธิ์และพร้อมจะปกป้องเธอด้วยชีวิตซ่อนอยู่ และนั่นคือเหตุผลที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคงและมั่งคั่งให้กับครอบครัวของเรา
"เอาล่ะ เลิกสวีทกันก่อนเถอะครับคุณสามี งานใหญ่รอเราอยู่... คืนนี้เราต้องใช้ผลผลิตจากมิติฟาร์มล็อตนี้ เตรียมวัตถุดิบสำหรับส่งให้ตลาดมืดและร้านอาหารของคุณเฉินให้ทันรุ่งสาง" หลินฟางผละออกจากอ้อมกอดอย่างเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปยังแปลงผักกาดและโสมตังกุยที่โตเต็มที่ด้วยเร่งปฏิกิริยาพิเศษของมิติ
จางเหว่ยพยักหน้ารับอย่างรู้หน้าที่ แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกลไกมหัศจรรย์ของมิติห้างสรรพสินค้าและฟาร์มลึกลับนี่นัก แต่เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า ทุกสิ่งที่ภรรยาของเขานำออกมา ล้วนแต่เป็นสินค้าคุณภาพเยี่ยมยอดชนิดที่หาไม่ได้ในประเทศยุคขาดแคลนนี้อย่างแน่นอน และเขามีหน้าที่เป็นโล่คอยปกป้องความลับนี้ รวมถึงช่วยลงแรงทุกอย่างตามที่เธอต้องการ
ทั้งสองคนเริ่มลงมือจัดการเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างรวดเร็วและรู้ใจ หลินฟางใช้ระบบสแกนอัตโนมัติคัดแยกขนาดและคุณภาพของผักกาดขาว ขณะที่จางเหว่ยใช้พละกำลังอันเหนือมนุษย์ในการถอนรากและจัดเรียงลงในลังไม้ให้อย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของผักสดใหม่และสมุนไพรล้ำค่าลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ สร้างความกระปรี้กระเปร่าให้กับการทำงานยามวิกาลเป็นอย่างมาก
ผ่านไปราวกว่าสองชั่วโมง คลังสินค้าขนาดย่อมภายในมิติก็เต็มไปด้วยลังผลผลิตเกรด A+ ที่พร้อมส่งมอบ หลินฟางปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปหยิบวัตถุดิบพิเศษชิ้นสุดท้ายที่เธอแอบซ่อนไว้ในตู้แช่แข็งระดับไฮend นั่นคือ "เนื้อหมูป่าสามชั้นติดมันคุณภาพสูง" ที่เธอตั้งใจจะนำมาแปรรูปเป็นเมนูเด็ดสำหรับมื้อเช้าตรู่ เพื่อทดสอบฝีมือและเตรียมเปิดตัวสินค้าแปรรูปตัวใหม่
"กลิ่นหอมนี่มัน..." จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นโชยเตะจมูก ทั้งที่พวกเขายังไม่ได้เริ่มลงมือทำอาหารด้วยซ้ำ
หลินฟางชะงักมือที่กำลังถือชิ้นเนื้อ เธอหันไปมองรอบตัวด้วยความแปลกใจ กลิ่นหอมนี้ไม่ได้มาจากเตาไฟของเธอ แต่มันลอยมาจากมุมมืดสุดของเขตฟาร์ม ซึ่งเป็นโซนที่ระบบแจ้งเตือนว่ายังไม่ได้ปลดล็อก!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นระทึก เธอจำได้แม่นว่ากฎของมิตินี้ระบุไว้ชัดเจนว่า หากเลเวลไม่ถึง ห้ามผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปเด็ดขาด... แต่ทว่า ณ เวลานี้ เงาสลัวรางของใครบางคนกำลังเดินออกมาจากหมอกควันสีขาวมัวซองของโซนต้องห้ามนั้น พร้อมกับถือจานกระเบื้องเคลือบโบราณที่ส่งควันร้อนฉุยของอาหารจานหนึ่งออกมา!
จางเหว่ยดึงร่างของภรรยามาหลบไว้ด้านหลังทันที มือขวาแตะปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวด้วยสัญชาตญาณดิบของนายทหารผู้ผ่านสนามรบ แววตาดุดันจ้องเขม็งไปยังร่างที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในความเงียบสงัดของมิติลับ
เงาร่างนั้นหยุดยืนห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนที่แสงไฟจากระบบจะสาดส่องลงบนใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้ไม่ได้รับเชิญ หลินฟางสูดหายใจเข้าลึก
...ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหญิงสูงวัยแต่งกายด้วยชุดโบราณที่ควรจะสูญพันธุ์ไปจากหน้าประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน และในมือของนางคือจานอาหารที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนชวนให้ขาแข้งอ่อนแรง
"ในที่สุด... เจ้าก็หาทางเปิดประตูบานนี้จนได้นะ หลานสะใภ้" เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มประหลาดที่ทำให้ขนหัวลุกชันไปทั่วร่าง
[Cliffhanger Hook]
หลินฟางหน้าถอดสีเมื่อตระหนักได้ทันทีว่าความลับที่เธอปิดบังมาตลอดกำลังจะพังทลายลง หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติครั้งใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่าตระกูลจางเสียอีก? ในขณะที่จางเหว่ยกำลังเหนี่ยวไกปืนพร้อมยิง สิ่งที่ปรากฏบนจานกระเบื้องเคลือบในมือหญิงชรากลับไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็นกลิ่นหอมของอาหารจานเดียวกับที่แม่ของเธอกล่าวถึงก่อนจะสิ้นใจ... และนั่นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักลงบนเส้นด้ายแห่งความตาย!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลินฟางและผู้กองจางเหว่ยด้วยดีเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 11
ความลับในป่าหลังบ้าน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!