"ถ้าพวกคุณยังแหกปากโวยวายเรื่องค่าน้ำร้อนน้ำชาอีกคำเดียว ผมจะถือว่าร้านค้าของพวกคุณไม่มีใบอนุญาตสุขาภิบาล และเตรียมตัวรับหมายเรียกจากกองอำนวยการรักษาความสงบได้เลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของร้อยเอกจางเหว่ยดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหลหน้าร้านอาหารจานด่วน 'ครัวคุณนาย' ในตลาดกลางเมือง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มคาดเข็มขัดหนังอย่างเป็นระเบียบ ยืนตระหง่านดั่งภูเขาหิน ปรายตามองกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือดจากตลาดฝั่งตรงข้ามที่ยกพวกมาหาเรื่องด้วยแววตานิ่งสนิท แต่เย็นเยียบเสียจนคู่กรณีกลืนน้ำลายลงคออัึกใหญ่
ไม่มีใครกล้าสบตาสามีนายทหารของหลินฟางสักคน ชื่อเสียงเรื่องความเด็ดขาดและการปราบปรามตลาดมืดของเขาเป็นที่เลื่องลือ ยิ่งตอนนี้ภรรยาตัวน้อยของเขากำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดร้านอาหารจานด่วนรูปแบบปฏิวัติวงการยุค 80 มีหรือที่แมลงสาบเหล่านี้จะกล้าตอมนาน
"เหว่ยเกอ... ปล่อยพวกเขาไปเถอะครับ คนทำมาหากินเหมือนกัน แค่พวกเขากลัวว่าลูกค้าจะแห่มาที่ร้านเราจนหมดตลาดจนไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าแผงก็เท่านั้นเอง"
เสียงหวานใสกังวานดังลอดออกมาจากม่านผ้าฝ้ายลายตารางสีฟ้า หลินฟางก้าวออกมาจากห้องครัวพร้อมถาดไม้เนื้อดีในมือ ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความฉลาดเฉลียวและมั่นอกมั่นใจ เส้นผมถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยผ้าโพกหัวสีขาวสะอาดตา ขับให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลตามแบบฉบับหญิงสาวที่กินดีอยู่ดีและมีความสุข
ความจริงแล้ว หลินฟางไม่ได้ใจดีขนาดนั้น... มิติห้างสรรพสินค้าในมือเธอเพิ่งส่งสัญญาณเตือนว่า เนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมจากโลกอนาคตที่นำมาตุ๋นพะโล้สูตรลับกำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนกระเพาะของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรต้องส่งเสียงร้องคาราวาน เธอไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเศษสวะพวกนี้หรอกครับ เวลาทุกวินาทีมีค่าเท่ากับเงินหยวนกองโต
"หลินฟาง! เธออย่ามาทำเป็นใจบุญหน่อยเลย อาหารกลิ่นประหลาดของเธอมันจะไปวิเศษวิโสอะไรนักหนา ถึงได้ทำให้คนต่อคิวกันยาวเหยียดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง!"
ป้าเฉิน เจ้าของร้านบะหมี่เจ้าเก่าที่เคยดูถูกหลินฟางไว้สารพัด แผดเสียงแหลมสูงด้วยความริษยา มือเหี่ยวย่นชี้ไปยังแถวคิวที่ยาวเหยียดจนล้นออกไปถึงถนนใหญ่
ทว่า... ไม่มีใครสนใจเสียงเห่าหอนของป้าเฉินเลยแม้แต่น้อย สายตาทุกคู่ไม่ว่าจะเป็นกรรมกรแบกหาม เสมียนหนุ่มจากสำนักงานเขต หรือแม้กระทั่งนายตำรวจประจำสถานี ต่างก็จดจ่ออยู่กับถาดไม้ในมือของหลินฟางที่เพิ่งวางลงบนเคาน์เตอร์หน้าร้าน
*ฉ่า...*
เสียงน้ำซุปกระดูกเคี่ยวเข้มข้นราดลงบนเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มลวกสุกกำลังดี ตามด้วยหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สีเข้มข้นที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก โรยด้วยกระเทียมเจียวกรอบๆ และผักชีใบเขียวสด โปะหน้าด้วยไข่ต้มยางมะตูมที่ไข่แดงเยิ้มกำลังน่ากิน
นั่นคือเมนูเด็ดเปิดร้าน: **"บะหมี่แห้งหมูพะโล้สูตรโบราณผสมความลับแห่งอนาคต"**
กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย กลิ่นเครื่องเทศจีนหอมฟุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของซีอิ๊วชั้นดีและไขมันหมูเจียวใหม่ๆ มันรุนแรงเสียจนต่อมรับรสของทุกคนทำงานอย่างบ้าคลั่ง
"พระเจ้าช่วย... กลิ่นนี่มันอะไรกันเนี่ย?" ลูกค้าคนแรกในแถวถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน
"ชามเท่าไหร่ครับแม่ค้า! ผมเอาหนึ่งชาม... ไม่สิ สองชามเลย!" ชายหนุ่มสวมแว่นตาหนาเตอะส่งธนบัตรใบละสิบหยวนยื่นให้อย่างลนลาน โดยไม่รอให้หลินฟางทอนเงินด้วยซ้ำ
หลินฟางแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี มือเรียวคล่องแคล่วตักอาหารใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างเป็นระเบียบ ระบบการจัดการร้านที่เธอจำลองมาจากร้านฟาสต์ฟู้ดในศตวรรษที่ 21 ผสานเข้ากับวิถีชีวิตยุค 80 ทำให้ทุกอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ลูกค้าไม่ต้องรอนาน อาหารร้อนๆ อร่อยเหาะเสิร์ฟถึงมือในเวลาไม่ถึงสองนาทีต่อชาม
ความอร่อยระดับพรีเมียมที่ไร้คู่แข่งในยุคนั้น ทำให้กระแสปากต่อปากแพร่สะพัดดั่งไฟลามทุ่ง ภายในเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง ลูกค้าแน่นขนัดจนล้นทะลักออกมานอกร้าน พื้นที่หน้าร้านกลายเป็นทะเลของผู้คนที่แย่งกันชูเงินในมือตะโกนสั่งอาหารเสียงดังลั่น
จางเหว่ยยืนกอดอกคอยรักษาความปลอดภัยอยู่ข้างๆ ภรรยา สายตาคมกราบกรานมองความสามารถของหญิงสาวด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาคอยกันฝูงชนที่เบียดเสียดไม่ให้เข้ามาประชิดตัวภรรยาเกินความจำเป็น พร้อมทั้งช่วยเก็บเงินและทอนเงินอย่างคล่องแคล่ว สมเป็นสามีแห่งชาติที่คอยสนับสนุนภรรยาในทุกย่างก้าว
"เหว่ยเกอครับ หยิบหมูตุ๋นในหม้อสำรองหลังร้านมาเติมด่วนเลย ลูกค้าโต๊ะสี่บอกว่าขอเบิ้ลอีกสองที่!" หลินฟางหันมาสั่งสามีด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายบนหน้าผากเนียน ยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลในยศฐาบรรดาศักดิ์ของแม่ค้ามือทอง
"รับทราบครับภรรยา" จางเหว่ยตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น ก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้านเพื่อจัดการตามบัญชา
ยอดขายพุ่งทะยานเป็นประวัติการณ์ เงินหยวนกองโตในลิ้นชักชักจะล้นออกมาจนปิดไม่สนิท ความสำเร็จในวันแรกนี้ตบหน้าบรรดาญาติจอมละโมบและคู่แข่งใจแคบจนหน้าชาไปตามๆ กัน หลินฟางกวาดสายตามองความรุ่งเรืองตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบชามใบต่อไปมารับออร์เดอร์ของลูกค้ารายถัดไปนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเสาไฟฟ้าริมถนน
นั่นคือ "หลินเซียง" น้องสาวลูกพี่ลูกน้องจอมเจ้าเล่ห์ของเธอ ที่แอบถือสมุดโน้ตและปากกาจดบันทึกทุกอย่างตั้งแต่ปริมาณวัตถุดิบไปจนถึงหน้าตาของลูกค้าที่มาอุดหนุน พร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก... รอยยิ้มที่บ่งบอกชัดเจนว่า กำลังวางแผนขโมยสูตรอาหารไปตัดราคา
หลินฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเยาะขึ้นอย่างเยือกเย็น อยากขโมยงั้นหรือ? เชิญตามสบาย... เพราะสูตรเด็ดที่เธอใช้มาจากมิติลับยุคอนาคต ต่อให้พวกมันก๊อปปี้ไปจนตาย ก็ไม่มีวันทำรสชาติให้เหมือนต้นฉบับได้หรอกครับ
แต่ก่อนที่หลินฟางจะได้จัดการสั่งสอนแม่ตัวแสบให้เข็ดหลาบ จู่ๆ ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลเรียบร้อย สวมหมวกปานามาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ก็เดินแหวกฝูงชนตรงเข้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ของเธอ
ชายคนนั้นวางนามบัตรสีทองอร่ามลงบนโต๊ะ เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้มือซึ่งกำลังถือทัพพีของหลินฟางต้องชะงักค้างกลางอากาศ
"อาหารรสชาติดีเยี่ยม... สนใจไปเปิดสาขาใหญ่ที่ปักกิ่งภายใต้สัมปทานของทางการไหมครับ คุณนายหลิน?"
**************************************************
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมาครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 12
เริ่มเปิดร้านอาหารจานด่วน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!