คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 13

สามีทหารกลับมาแล้ว

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อตุ๋นยาจีนเคี่ยวไฟอ่อนข้ามคืน ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องครัวปูนเปลือยที่หลินฟางเพิ่งรีโนเวทใหม่ด้วยข้าวของจากมิติลับในห้างสรรพสินค้า ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสำรับอาหารบนโต๊ะไม้สักอย่างพึงพอใจ ไข่เจียวฟูหนาอบหมูสับ ผัดผักกวางตุ้งฮ่องเต้น้ำมันหอยเคลือบเงาวับ และซุปไก่ตุ๋นโสมภูเขาป่าที่ส่งไอความร้อนพวยพุ่งตัดกับอากาศเย็นเยียบยามค่ำคืนของยุค 80 นี้ได้อย่างลงตัว "คุณนายหลินครับ... ข้อเสนอเรื่องสัมปทานเปิดสาขาใหญ่ที่ปักกิ่งเมื่อวานนี้ ทางเราพร้อมเซ็นสัญญาและปรับแก้ตัวเลขผลกำไรให้คุณเป็นกรณีพิเศษถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ทันที หากคุณยอมตกลงร่วมทุนในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของสหายทางธุรกิจคนสำคัญดังขึ้นจากบริเวณประตูรั้วบ้าน พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาทของชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ทว่ายังไม่ทันที่หลินฟางจะได้เอ่ยปากปฏิเสธคำเชิญชวนระดับหมื่นหยวนนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินจากการเดินทางไกล ก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาขวางกลางวงสนทนาด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตน "ถอยออกไปจากภรรยาผมครับ... และช่วยจำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่า บ้านหลังนี้ไม่มีนโยบายต้อนรับแมลงวันที่บินมาตอมของหวานอย่างไร้ยางอาย" จางเหว่ยเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารหนุ่มจากปักกิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น สันจมูกโด่งเป็นสันคมขยับเล็กน้อยยามที่เขาต้องสูดกลิ่นอายความสนิทสนมที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แม้ว่าเขาจะคาดหวังไว้บ้างว่าภรรยาจอมแสบที่เคยเอาแต่ร้องไห้งอแงอยากหย่าจะเปลี่ยนไป แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้หัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ หลินฟางในตอนนี้ไม่ได้มีสภาพเป็นหญิงชาวบ้านซอมซ่อผอมแห้งแรงน้อยคนเดิมอีกต่อไป ผิวพรรณของเธอนวลเนียนเปล่งปลั่งราวกับคุณหญิงผู้ดีเก่า เรือนร่างสมส่วนในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีตัดเย็บประณีตขับเน้นส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น แววตาคมปลาบที่มองตรงมาทางเขากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทะเยอทะยาน และเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนจนผู้ชายทุกคนที่ได้พบเห็นต่างต้องเหลียวหลัง "อ้าว... สามีผู้แสนเย็นชาของฉันกลับมาแล้วหรือคะ... เอ๊ย... กลับมาแล้วสินะครับ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดปากพูดสำนวนคุ้นเคย แต่ไหวพริบระดับเซียนทำให้เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติอย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความกวนประสาทไปให้สามีหนุ่มที่ยืนหน้าบึ้งตึงเป็นตูดหม้อ จางเหว่ยขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นคนนอกในบ้านของภรรยา สายตาที่กวาดมองสำรับอาหารหรูหราบนโต๊ะ ยิ่งตอกย้ำว่าตลอดหลายเดือนที่เขาไม่อยู่ หลินฟางไม่เพียงแต่เอาตัวรอดได้เท่านั้น แต่เธอยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทองที่หามาได้จากความฉลาดหลักแหลมของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินเดือนทหารส่งกลับบ้านแม้แต่หยวนเดียว "ผมไม่ได้กลับมาเพื่อฟังคุณพูดจาประชดประชัน..." จางเหว่ยสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวภรรยา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวเล็กก่อนจะดึงเข้ามาหาตัวด้วยแรงหึงหวงที่พุ่งทะลุจุดเดือด "แล้วไอ้หน้าอ่อนนี่มันเป็นใคร ทำไมถึงกล้ามาเสนอเงื่อนไขอะไรลับๆ ล่อๆ ในบ้านของผมตอนที่ผมไม่อยู่!" "ปล่อยมือออกจากแขนฉันนะจางเหว่ย คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งอะไรทั้งสิ้นในบ้านหลังนี้..." หลินฟางสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตตวัดมองสามีด้วยความท้าทาย "ส่วนเขาจะเป็นใคร มันก็เรื่องของฉัน คุณเองต่างหากที่หายหัวไปปฏิบัติภารกิจลับจนไม่รู้เหนือรู้ใต้ แล้วจู่ๆ ก็โผล่เข้ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งที่สถานะของเราในตอนนี้..." เธอยั้งคำว่า 'หย่า' เอาไว้ที่ริมฝีปาก เมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดและหวาดกลัวที่วาบผ่านดวงตาคมของสามีหนุ่มเป็นครั้งแรก จางเหว่ยอาจจะเป็นนายทหารผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อกระสุนปืนหรือศัตรูในสนามรบ แต่ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาในยามนี้ คือการสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาล ผู้บริหารหนุ่มจากปักกิ่งที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มมุมปาก ค่อยๆ ขยับสูทให้เข้าที่ก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยอย่างสุภาพ "ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาครอบครัวอันแสนอบอุ่นสินะครับ... งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่า ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องสัญญาใหม่วันหลังนะ คุณนายหลิน" สิ้นเสียงของแขกไม่速之客 บรรยากาศภายในห้องอาหารก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด จางเหว่ยยังคงยืนจ้องหน้าภรรยาด้วยลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกกว้างกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่ถูกตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ทันสมัยแปลกตา ซึ่งแม้แต่บ้านพักนายพลในค่ายทหารก็ยังไม่มีความสะดวกสบายเทียบเท่าที่นี่ "คุณเปลี่ยนไปมากนะหลินฟาง..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก "คุณสวยขึ้น เก่งขึ้น และดูเหมือนว่าคุณจะไม่ต้องการผมอีกต่อไปแล้วใช่ไหม..." หลินฟางชะงักไปเล็กน้อยยามเมื่อได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากของสามีผู้เยือกเย็น เธอวางตะเกียบในมือลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนก้องในความเงียบ ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่ม กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นดินปืนและเหงื่อไคลจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ "ใครบอกว่าฉันไม่ต้องการคุณล่ะคะ... จางเหว่ย" หลินฟางกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของสามี นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามกระดุมเสื้อเครื่องแบบทหารเม็ดบนสุดอย่างยั่วยวน "แต่ถ้าคุณคิดจะกลับมาเป็นสามีของฉัน คุณต้องจำกฎเหล็กข้อหนึ่งให้ขึ้นใจ..." จางเหว่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาสีเข้มจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่ขยับพูดด้วยความรู้สึกหิวกระหายที่ยากจะควบคุม "กฎอะไร... ว่ามาสิ" "กฎข้อแรกก็คือ..." หลินฟางยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยซุปไก่ตุ๋นโสมร้อนๆ มาวางตรงหน้าเขา "เคลียร์หนี้สินความหึงหวงของคุณให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยกันเรื่องบนเตียง... อ้อ! แล้วก็ระวังลิ้นพองด้วยล่ะ เพราะซุปชามนี้ ฉันตั้งใจเคี่ยวให้สามีจอมเผด็จการอย่างคุณกินโดยเฉพาะ" จางเหว่ยเหลือบมองถ้วยซุปที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย ก่อนที่ดวงตาคมจะหันกลับมาสบกับดวงตากลมโตคู่สวยของภรรยา ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอާމือโอบเอวบางเข้าหาตัวเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นสามี เสียงเคาะประตูกระจกบานหน้าต่างก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดยามวิกาล ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาอาฆาตมาดร้ายที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี... แม่สามีจอมละโมบที่ควรจะถูกเนรเทศให้ไปขุดดินอยู่ในหมู่บ้านห่างไกล กลับยืนถือค้อนเหล็กเล่มใหญ่อยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขาในยามวิกาล! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%