"ถ้ากล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ค้อนในมือฉันคงไม่ได้ทุบแค่กำแพงบ้านแน่ครับ คุณแม่สามี"
เสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดดังขึ้นท่ามกลางความมืด หลินฟางก้าวเท้าพ้นธรณีประตูกลางดึกด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่ามือเรียวกลับถือทัพพีเหล็กด้ามยาวที่เพิ่งใช้น้ำมันหมูเคลือบเงาวับ สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาววับ เธอไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยเมื่อเห็นร่างท้วมของนางเฉิน แม่สามีผู้ควรจะถูกเนรเทศไปใช้แรงงานในเขตทุรกันดาร ยืนถือค้อนเหล็กหอบหายใจฮืดฮาดอยู่หน้าบ้านพักนายทหาร
นางเฉินชะงักกึก ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความแค้นเคืองและหยาดเหงื่อ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองสะใภ้ตัวดีที่เคยถูกเฆี่ยนตีและโขกสับตามอำเภอใจ บัดนี้หลินฟางดูเปล่งปลั่ง ผิวพรรณผุดผ่อง และสวมเสื้อผ้าเนื้อดีที่ไม่มีทางหาซื้อได้ง่ายๆ ในยุค 80 นี้
"นังตัวดี! แก สารเลว! ผัวแกมันยศใหญ่โตถึงกล้าใช้อำนาจมืดส่งฉันไปขุดดินในค่ายร้างนั่น! แกสองผัวเมียร่วมมือกันรังแกคนแก่!" นางเฉินแผดเสียงแหลมสูงหมายจะปลุกเพื่อนบ้านให้ตื่นขึ้นมาดูความอับอาย แต่ทว่า... ไม่มีบ้านไหนเปิดไฟหรือส่งเสียงโวยวายเลยสักหลัง เนื่องจากจางเหว่ยได้ส่งลูกน้องคนสนิทมาเคลียร์พื้นที่และแจ้งเตือนชาวบ้านรอบข้างไว้ล่วงหน้าแล้วว่า "ค่ำคืนนี้ทางการมีภารกิจลับ ห้ามผู้ใดส่งเสียงเอะอะโวยวายเด็ดขาด"
หลินฟางยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอไม่ได้สะท้านกับเสียงโหยหวนนั้นแม้แต่น้อย ผู้หญิงยุคใหม่อย่างเธอผ่านการเจรจาธุรกิจมูลค่าหลักล้านมาแล้ว นับประสาอะไรกับแม่สามีหัวโบราณที่ตกยุคไปไกล
"ส่งไปขุดดินเหรอครับ? นั่นเรียกว่ารัฐบาลเมตตาให้ท่านไปออกกำลังกายเพื่อสุขภาพต่างหากล่ะครับ คุณแม่เองต่างหากที่แอบหนีค่ายกักกันออกมาแบบนี้ ผิดกฎหมายอาญามาตราไหน ท่านคงรู้ดีแก่ใจนะ" หลินฟางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แรงกดดันจากออร่าของแม่ค้ามือทองแผ่ซ่านจนนางเฉินเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"แก... แกกล้าขู่ฉันเหรอ!"
"ผมไม่ได้ขู่ครับ ผมแค่เตือนสติ" เสียงของจางเหว่ยดังแทรกขึ้นจากความมืดด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองก้าวออกมาจากเงาไม้ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองมารดาด้วยแววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาทร สายสัมพันธ์แม่ลูกถูกตัดขาดสะบั้นลงตั้งแต่วันที่นางเฉินพยายามวางยาพิษเพื่อฮุบเงินบำนาญของเขาแล้ว
จางเหว่ยเดินมาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา มือหนาโอบเอวบางไว้หลวมๆ เป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างภรรยาเสมอ
"ถ้าไม่อยากกลับไปนอนในคุกทหาร ก็ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะเรียกสารวัตรทหารมาลากตัวคุณกลับไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจทำให้นางเฉินหน้าซีดเผือด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อรู้ว่าลูกชายคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น นางตวัดสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่หลินฟางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างอนาถ
บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลินฟางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มหวานหยดย้อยถูกส่งให้ชายหนุ่มทันที "สามีคะ... เอ๊ย สามีครับ คุณมาได้จังหวะพอดีเลย ช่วยถือทัพพีนี้หน่อย ผมจะไปดูหมูตุ๋นในมิติลับเสียหน่อย พรุ่งนี้เรามีศึกใหญ่ที่ตลาดมืดนะ"
จางเหว่ยรับทัพพีมาถือไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความรักและเอ็นดู เขายื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างเบามือ "ดึกมากลแล้ว พักผ่อนเถอะครับ เรื่องค้าขายปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมจัดการเอง"
"ไม่ได้หรอครับ สินค้าล็อตแรกของ 'คลังแสงยุค 80' จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด!"
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตลาดมืดท้ายเมืองซ่านxi (ฉ่านซี) บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึมและระแวดระวังของผู้คน ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่ไอร้อนจากลมหายใจกลายเป็นควันสีขาว เหล่าพ่อค้าแม่ขายต่างตั้งแผงขายของหนีภาษีด้วยความหวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐ
ทว่า ณ มุมหนึ่งของตลาด กลับมีแผงลอยขนาดกะทัดรัดที่ถูกจัดแต่งอย่างสะอาดสะอ้านสะดุดตา ป้ายผ้าดิบสีนวลเขียนด้วยลายมือพู่กันจีนอันงดงามตระการตาว่า:
*[สตูว์เนื้อตุ๋นยาจีนสูตรลับฮ่องเต้ & ข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิก: อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต]*
หลินฟางในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ยืนประจำการอยู่หลังเตาถ่านที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย กลิ่นหอมของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวร่วมสิบชนิดผสานกับกลิ่นหอมหวานของเนื้อวัวเกรดพรีเมียมจากมิติลับ ลอยฟุ้งทะลวงจมูกผู้คนที่เดินผ่านไปมาจนต้องหยุดชะัก
"แม่ค้า! กลิ่นอะไรวะเนี่ย หอมฉุนเตะจมูกชะมัด!" ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดหน้าร้าน ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองหม้อดินขนาดใหญ่ที่ส่งควันกรุ่น "ขายยังไงวะเนี่ย?"
หลินฟางเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มการค้าที่เป็นมิตรและทรงเสน่ห์ทันที "ชามละ 2 เหมาครับพี่ชาย! แต่เดี๋ยวก่อน... พิเศษสำหรับลูกค้า 10 ท่านแรกของวันนี้ ทางร้านเรามีโปรโมชั่น 'ลดแลกแจกแถม' ครับ!"
"ลดแลกแจกแถมอะไรของแกวะ? ของกินแบบนี้ยังมีโปรโมชั่นด้วยรึ?" ชายฉกรรจ์เลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน
"มีสครับ! ฟังให้ดีนะ..." หลินฟางชูนิ้วขึ้นมาทีละข้อ "ข้อแรก! ซื้อสตูว์เนื้อตุ๋น 1 ชาม แถมฟรี! ไข่ต้มพะโล้ยางมะตูมสูตรโบราณ 1 ฟอง! ข้อสอง! หากท่านบอกรหัสลับว่า 'สามีฉันคือนายทหารที่หล่อที่สุดในสามโลก' รับส่วนลดเพิ่มทันที 20 เปอร์เซ็นต์! และข้อสาม..." เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้กระซิบเสียงเบา "หากท่านช่วยตะโกนบอกต่อความอร่อยให้คนข้างๆ ฟัง ผมแถมน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนให้อีกหนึ่งถ้วยเต็มๆ ครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น ฝูงชนที่ยืนลังเลอยู่รอบๆ ต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที ยุค 80 ที่ข้าวยากหมากแพง ใครเล่าจะเคยเห็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าไหนกล้า "แถม" ของกินเล่นราคาแพงอย่างไข่ต้มและน้ำซุปกระดูกหมูฟรีๆ แบบนี้!
"จริงเรอะแม่ค้า! ไม่ได้หลอกกันนะ!"
"ผมทำมาค้าขายด้วยความซื่อสัตย์ครับ! เชิญพิสูจน์ด้วยตัวเองได้เลย!" หลินฟางไม่รอช้า เธอตักสตูว์เนื้อตุ๋นร้อนๆ ราดลงบนข้าวกล้องร้อนกรุ่น ควันพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมรัญจวนใจที่ทำเอาคนท้องร้องโครกคราก ชายฉกรรจ์คนแรกกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ตัดสินใจวางเงินลงบนโต๊ะทันที
"เอาวะ! ลองก็ลอง! รหัสลับอะไรนะ... อ้อ! สามีฉันคือนายทหารที่หล่อที่สุดในสามโลก!"
เสียงตะโกนด้วยความเขินอายของชายร่างใหญ่เรียกเสียงหัวเราะครึกครื้นจากฝูงชนรอบข้าง หลินฟางหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี รีบยักคิ้วให้จางเหว่ยที่ยืนทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเก็บเงินอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มพ่นลมหายใจทางจมูกเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างยอมจำนนให้กับความเจ้าเล่ห์ของภรรยา
เพียงไม่ถึงสิบนาที ข่าวลือเรื่อง "ข้าวหน้าเนื้อตุ๋นโปรโมชั่นสุดคุ้ม" ก็แพร่สะพัดไปทั่วตลาดมืด ผู้คนนับร้อยต่างกรูเข้ามาเบียดเสียดแย่งกันต่อคิวจนแผงลอยแทบแตก เสียงทุบโต๊ะ เสียงตะโกนสั่งอาหาร และเสียงซดน้ำซุปดังระงมไปทั่วบริเวณ ยอดขายพุ่งกระฉูดจนกระเป๋าเสื้อของจางเหว่ยตุงแน่นไปด้วยธนบัตร
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงหัวเราะด้วยความยินดีของลูกค้า หลินฟางที่กำลังก้มหน้าตักอาหารใหม่อย่างขะมักเขม้น ก็ต้องชะงักกึกเมื่อเงาร่างหนึ่งทอดทาลงมาบนโต๊ะ
กลิ่นน้ำหอมราคาถูกปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลที่คุ้นเคยอย่างประหลาดลอยเข้าจมูก
หลินฟางเงยหน้าขึ้นรอยยิ้มการค้าค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เมื่อพบว่าลูกค้าคนล่าสุดที่ยืนจ้องเธอด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบและแววตาเจ้าเล่ห์ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น "หลินเซียง" น้องสาวต่างแม่ผู้มีศักดิ์เป็นอดีตคู่หมั้นของจางเหว่ย ที่หลบหนีคดีฉ้อโกงเงินกองทุนหมู่บ้านและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายเดือนก่อน!
"พี่สาว... ไม่เจอกันนานเลยนะ ค้าขายร่ำรวยใหญ่เลยนี่คะ..." หลินเซียงเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นมือเรียวเล็กหยิบชามสตูว์เนื้อตุ๋นขึ้นมาดม ก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ขอฉันชิมฝีมือพี่หน่อยสิ ว่ามันจะอร่อยจนต้องแลกด้วยชีวิตหรือเปล่า"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 14
กลยุทธ์การค้าแบบฉบับเชฟ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!