"ถ้าคิดว่าการหอบผ้าหอบผ่อนกลับมาที่ค่ายทหาร แล้วจะทำให้พี่เหว่ยหันกลับไปมองล่ะก็... เกรงว่าคุณผู้หญิงคงต้องไปส่องกระจกดูเงาหัวตัวเองเสียใหม่นะครับว่าคู่ควรหรือยัง"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายมีดโกนอาบน้ำผึ้งของหลินฟาง ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองหน้ากองร้อย กลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินที่เธอบรรจงชงด้วยน้ำจากมิติห้างสรรพสินค้าลอยอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดได้อย่างน่าประหลาด
ร่างชṳดเข้ารูปของ 'โจวซิ่วing' หญิงสาวในชุดเสื้อโค้ทสีแดงสดสไตล์เมืองหลวงที่ตัดกับสภาพถนนลูกรังของค่ายทหารอย่างสิ้นเชิง กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ ปลายนิ้วที่ทาเล็บสีแดงเพลิงจิกเข้าหากันจนขาวซีด หล่อนอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางข้ามจังหวัดมาไกลเพื่อหวังจะใช้ความหลังครั้งเก่ามาบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจจากผู้กองจางเหว่ย แต่ใครจะคาดคิดว่ายังไม่ทันได้แม้แต่เงาของชายหนุ่ม สะใภ้บ้านนอกที่ใครๆ ต่างกL่าวนินทากลับดักรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา
"หลินฟาง! เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาต่ำทรามกับฉันแบบนี้! ฉันกับเหว่ยเหว่ย... เราเติบโตมาด้วยกันที่ปักกิ่ง เขาสัญญากับฉันไว้..." โจวซิ่วอิิ่งพยายามเค้นเสียงให้ดูน่าสงสารที่สุด ดวงตากลมโตคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาตามตำรับนางเอกละครหลังข่าวที่เธอมักใช้ได้ผลเสมอ
"สัญญา? สัญญาว่าจะกินข้าวหม้อเดียวกัน หรือสัญญาว่าจะแย่งสามีชาวบ้านหน้าด้านๆ กันแน่ครับ?" หลินฟางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *กริ๊ก* ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีด "จำไว้นะครับคุณโจว สามีฉัน... ผู้กองจางเหว่ย ตอนนี้ทะเบียนสมรสอยู่ในกระเป๋าเสื้อของฉัน ตัวเป็นๆ ของเขาอยู่บนเตียงบ้านพักของฉัน และหัวใจของเขาก็มีไว้ให้ภรรยาอย่างฉันคนเดียว ส่วนคุณ... เป็นแค่เศษเสี้ยวความทรงจำฝุ่นตลบที่สามีฉันคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเก็บขยะชิ้นนี้ไว้ตรงไหนของกองขยะ"
คำพูดที่เจ็บแสบจนแทบกระอักเลือดทำให้โจวซิ่วอิงหน้าซีดเผือด หล่อนไม่คิดเลยว่าผู้หญิงบ้านนอกที่ควรจะซื่อ
บื้อและอ่อนต่อโลกคนนี้ จะมีวาทศิลป์เชือดเฉือนคนได้เจ็บปวดถึงเพียงนี้
"เธอ... นังบ้านนอกปากจัด!" โจวซิ่วอิงหมดความอดทน เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าคนที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงข้าม
*หมับ!*
ข้อมือเรียวเล็กถูกมือหนาของใครบางคนคว้าเอาไว้กลางอากาศ แรงบีบที่หนักหน่วงราวกับคีมเหล็กทำให้โจวซิ่วอิงต้องร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าเป็นร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบนายทหารเต็มยศ แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์ที่จ้องมองมานั้นเย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ สิ้นเชิง ราวกับกำลังมองก้อนกรวดข้างทาง
"ผู้กองจาง..." โจวซิ่วอิงครางชื่อนั้นออกมาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ น้ำตาที่แกล้งบีบเมื่อครู่ไหลทะลักออกมาจริงๆ ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ "เหว่ยเหว่ย... พี่จำฉันไม่ได้จริงๆ หรือคะ? ฉันซิ่วอิงเองนะคนที่..."
"ปล่อยมือจากภรรยาผม... แล้วไสหัวออกไปจากเขตทหารซะ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นขัดจังหวะทันที ไม่แม้แต่จะชายตามองสภาพที่น่าเวทนาของหญิงสาวตรงหน้า จางเหว่ยสะบัดข้อมือของโจวซิ่วอิงออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบไหล่บางของหลินฟางเอาไว้ กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคยพร้อมไอความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจนหลินฟางต้องลอบยิ้มมุมปาก
"พี่เหว่ย..." โจวซิ่วอิงเข่าแทบทรุด สายตาที่เขามองเธอนั้นว่างเปล่าและรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นท่าทีสนิทสนมปกป้องระหว่างเขากับหลินฟาง ความอิจฉาริษުރาก็แผดเผาจนแทบคลั่ง "เธอมันก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่เงินที่แต่งงานกับคุณเพราะผลประโยชน์! คุณลืมแล้วหรือว่าตระกูลจางเคยหมายมั่นปั้นมือให้เรา..."
"พอ!" จางเหว่ยตวาดกร้าว เสียงคำรามต่ำในลำคอทรงพลังจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน "อดีตก็คืออดีต และคนที่ผมเลือกให้เป็นภรรยา... มีเพียงหลินฟางคนเดียว ถ้าคุณยังไม่ยอมไปให้พ้นหน้า ผมคงต้องให้สารวัตรทหารมาช่วยหามคุณออกไป"
พูดจบร่างสูงก็ไม่รอช้า เขาโอบประคองภรรยาตัวน้อยให้ลุกขึ้นยืน หลินฟางปัดเสื้อผ้าเบาๆ ชายตามองโจวซิ่วอิงที่กำลังทรุดตัวลงร้องไห้โฮด้วยความอัปยศอดสูอย่างไม่แยแส ก่อนจะเดินเคียงคู่สามีออกมาจากห้องรับรอง ท่ามกลางสายตาของทหารยามที่ยืนตรงเคารพความเด็ดขาดของผู้กอง
บรรยากาศระหว่างเดินกลับบ้านพักเต็มไปด้วยความเงียบสงบ หลินฟางเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีหนุ่มที่ยังคงตึงเครียด เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาแล้วเอ่ยแซłเบาๆ
"ไม่คิดเลยว่าสามีฉันจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจสาวเมืองหลวงขนาดนี้ ทำเอาฉันเกือบจะต้องเหนื่อยออกแรงตบตีแย่งชิงสามีเสียแล้วสิครับผู้กอง"
จางเหว่ยหยุดเดินทันที เขาหันมาคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นรดรินริมฝีปาก แววตาที่เคยเย็นชากลับพราวระยับด้วยประกายความรักความหลงใหลที่ซ่อนอยู่ภายใน
"เมียหลวงตัวจริงนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน ผมจะไปชายตามองเศษขยะพวกนั้นให้เสียสายตาทำไมล่ะครับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำชวนใจสั่น "ว่าแต่... จัดการแมลงหวี่แมลงวันเสร็จแล้ว แม่ทัพใหญ่ของผมจะยอมทำอาหารมื้อเย็นปลอบใจทหารเลวคนนี้ด้วยเมนูอะไรดีล่ะครับเนี่ย"
หลินฟางหัวเราะคิกคัก ยื่นนิ้วเรียวไปจิ้มปลายจมูกโด่งรั้นของสามีอย่างหมั่นเขี้ยว "ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เราจะกิน 'ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดง' สูตรลับฉบับหลินฟาง รับรองว่าเคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก หอมกลิ่นเครื่องเทศโชยไปไกลจนคนข้างบ้านต้องกลืนน้ำลายตามแน่นอนครับ"
รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าของนายทหารหนุ่ม เขาโอบกอดร่างบางไว้แนบอกด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ โดยที่ทั้งคู่ยังไม่ทันสังเกตเห็น... เงาร่างหนึ่งที่ยืนหลบอยู่หลังมุมตึกเก่า ทอดสายตาจ้องมองความสวีทหวานของคนทั้งคู่ด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย ปลายนิ้วที่กำจดหมายฉบับหนึ่งในมือขยำจนยับยู่ยี่
"หึ... ได้ใจไปเถอะหลินฟาง ความสุขของแก... มันใกล้จะหมดเวลาแล้วล่ะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 15
เมื่ออดีตมาเคาะประตู
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!