คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 16

ฟาดให้จมดิน

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าเศษกระดาษแผ่นเดียวที่พวกท่านร่วมมือกันปลอมลายมือขึ้นมา สามารถเปลี่ยนสิทธิ์การถือครองที่ดินทำกินของครอบครัวทหารผ่านศึกให้กลายเป็นของตระกูลจางสายรองได้จริง... กฎหมายของประเทศยุคแปดสิบนี้คงไร้ความหมายสิ้นดีนะครับ" น้ำเสียงของหลินฟางไม่ได้ดังและไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยืนพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยท่าทีสบายๆ มือเรียวบางกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดคราบแป้งสาลีออกจากนิ้วอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าเครือญาติฝ่ายสามีที่ยกโขยงกันมาพังประตูบ้านในยามบ่ายแก่ๆ ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว สองมือเท้าสะเอวจนแขนกางออกเหมือนแม่ไก่ป่า พร้อมจะพุ่งเข้ามาข่วนหน้าคนได้ทุกเมื่อ "นังสะใภ้ไร้หัวนอนปลายเท้า! แกกล้าดียังไงมากล่าวหาว่าพวกฉันปลอมเอกสาร! นี่คําสั่งพิมพ์ลายนิ้วมือของตาแก่บ้านนอกอย่างปู่แกชัดๆ ที่ยกแปลงนาท้ายหมู่บ้านให้ลูกหลานตระกูลจางดูแลแทนพวกแกที่วันๆ เอาแต่ผลาญเงินหลวง!" หลินฟางเหลือบตามองเอกสารสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าในมือของอีกฝ่าย เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวนั้นกลับทำให้คนใจบาปถึงกับขนลุกซู่โดยไม่มีสาเหตุ "น่าสนใจจริงๆ นะครับ..." หลินฟางก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องครัว ช้าๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นหอมกรุ่นของพริกคั่วและน้ำมันงาจากเตาฟืนลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศตัดกับความตึงเครียดได้อย่างน่าประหลาด "ท่านปู่เสียชีวิตไปตั้งแต่สามปีก่อนด้วยโรคชรา แต่ลายเซ็นบนกระดาษแผ่นนี้... หมึกปากกาซึมชนิดนี้เพิ่งถูกผลิตขึ้นในโรงงานทางใต้เมื่อปีที่แล้วนี่เอง แถมยังเป็นหมึกเคมีราคาแพงที่คนทำนาทำไร่อย่างพวกท่านไม่มีปัญญาหาซื้อมาใช้ประดับบ้านหรอกครับ ถ้าไม่เชื่อ... ให้ผมเชิญสารวัตรกํานันมาช่วยตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ของทางอำเภอดูไหมล่ะครับ?" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบลานบ้านก็เงียบกริบลงทันตาเห็น บรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่เคยส่งเสียงเชียร์กันอย่างฮึกเหิมต่างหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปคนละก้าวสองก้าว ความโลภที่บังตาก่อนหน้านี้ถูกความจริงอันเฉียบขาดของหลินฟางกระชากหน้ากากจนล่อนจ้อน "แก... แกมันนังปีศาจ!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด เริ่มออกลายอาละวาดลงกับพื้นดินเมื่อรู้ว่าแผนการฮุบที่ดินเพื่อเอาไปขายต่อให้นายทุนกำลังจะพังไม่เป็นท่า "พวกแกมันเห็นแก่ตัว! ผัวแกเป็นแค่ทหารกระจอกที่วันๆ อยู่แต่ในค่าย ส่วนแกก็เป็นแค่ผู้หญิงปากจัด จะเอาที่ดินผืนงามไปทำอะไร ตั้งสี่สิบไร่! ให้ตระกูลเราเอาไปจัดการยังจะมีประโยชน์เสียกว่า!" หลินฟางหรี่ตามองผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความสมเพชเวทนา เธอไม่ได้ตบตี ไม่ได้กรีดร้องโวยวายให้เสียกิริยา ความนิ่งสงบและรอยยิ้มที่มุมปากของหลินฟางกลับทรงพลังยิ่งกว่าหมัดเหล็กเสียอีก ในโลกยุคแปดสิบที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักตกเป็นเบี้ยล่าง หลินฟางเลือกที่จะเป็นผู้กำหนดกระดานเกมด้วยมันสมองและทรัพยากรจากมิติห้างสรรพสินค้าในมือ "ประโยชน์อย่างนั้นหรือครับ?" หลินฟางก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย ระยะห่างเพียงคืบทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ต้องผงะถอยหลัง "ประโยชน์ที่ว่าคือการเอาที่ดินไปจำนองบ่อนการพนันในอำเภอ แล้วปล่อยให้ลูกหลานอดอยากปากแห้งสินะครับ? เสียใจด้วยนะ... ที่ดินสี่สิบไร่นั้น นอกจากจะสร้างรายได้จากการปลูกผักออร์แกนิกส่งออกให้สหกรณ์อำเภอในสัปดาห์หน้าแล้ว ผมยังวางแผนจะสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดมูลค่าหลายพันหยวนไว้ตรงนั้นด้วย พื้นที่ทุกตารางนิ้วของตระกูลจาง... อยู่ภายใต้การดูแลของผม และไม่มีเศษดินสักก้อนเดียวที่จะตกถึงมือพวกปลิงตัวไหนทั้งสิ้น!" "แก... แกจำไว้เลยนะนังตัวดี! ผัวแกกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องให้มันหย่ากับแกแน่!" ป้าสะใภ้ใหญ่ชี้หน้าสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะลนลานกวักมือเรียกพวกพ้องให้เผ่นแนบออกจากบริเวณบ้านไปอย่างไม่คิดชีวิต หลินฟางยืนมองแผ่นหลังของพวกคนโลภที่วิ่งหางจุกตูดออกจากรั้วบ้านไป เธอถอนหายใจยาวเหยียดอย่างโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาจัดการกับงานในครัวที่ค้างไว้ เมนูมื้อเย็นวันนี้คือ "หมูผัดพริกหยวกซอสฮ่องกง" ที่เธอตั้งใจจะทำให้สามีผู้เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารได้ทานเพื่อบำรุงกำลัง เนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษจากมิติพิเศษถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ส่งเสียงฉ่าเร้าใจเมื่อกระทบกับกระทะเหล็กหล่อร้อนๆ กลิ่นหอมของซอสสูตรลับฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านจนกลบกลิ่นอายความวุ่นวายเมื่อครู่จนหมดสิ้น ในขณะที่หลินฟางกำลังบรรจงตักอาหารใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ผู้กองจางเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างสูงใหญ่กำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นผู้นำและฝุ่นควันจากการฝึกซ้อม ก้าวเข้ามาในห้องครัว ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วงเป็นใยราวกับกลัวว่าเธอจะบอบช้ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ "ได้ยินเสียงคนโวยวายตั้งแต่หน้าปากซอย... ใครกล้ามาหาเรื่องเธออีกแล้วใช่ไหมฟางฟาง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยถาม พร้อมกับวงแขนแข็งแรงที่สวมกอดเอวบางของเธอจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมสันซบลงที่ลาดไหล่สูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากตัวภรรยา หลินฟางอมยิ้ม เอี้ยวตัวกลับไปใช้ช้อนไม้ตักชิ้นหมูผัดรสชาติเข้มข้นป้อนให้สามีชิม "ก็แค่พวกญาติหิวเงินที่อยากได้ที่ดินของเราน่ะครับ... แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอก ผมจัดการ 'ฟาดให้จมดิน' เรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครกล้ากลับมารบกวนเราอีกสักพักใหญ่ๆ แน่นอนครับ" จางเหว่ยเคี้ยวอาหารในปากอย่างช้าๆ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาชื่นชอบความเด็ดเดี่ยวและฉลาดเฉลียวของภรรยาคนนี้ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด มือหนายกขึ้นลูบผมเธอนุ่มนวล ก่อนจะกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่เต็มไปด้วยความเสน่หา "ภรรยาเก่งกาจขนาดนี้... คืนนี้คงต้องให้รางวัลชุดใหญ่เสียแล้วล่ะมั้งครับ" หลินฟางตบมือสามีเบาๆ เป็นเชิงดุ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากต่อปากคำใด สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาปริศนาของใครบางคนกำลังยืนแอบมองผ่านหน้าต่างกระจกใสที่แตกเป็นรอยร้าว ท่าทางลับๆ ล่อๆ และแสงสะท้อนจากวัตถุโลหะบางอย่างในมือของอีกฝ่าย ทำให้หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบ นั่นไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา... และไม่ใช่พวกญาติที่เพิ่งหนีไปอย่างแน่นอน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%