คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 17

ผู้กองจางสายเปย์

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"เงินเดือนผู้กองจางเดือนนี้ หมดไปกับค่าแป้งสาลี น้ำตาลทรายแดง และเนื้อหมูสามชั้นกิโลกรัมโต ๆ พวกนี้เกลี้ยงเกลาจนแทบไม่เหลือเศษแดงในกระเป๋าแล้วกระมังครับท่านผู้กอง?" เสียงแซวอย่างหยอกล้อของผู้หมวดเฉินดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม ขณะที่เขากำลังช่วยลำเลียงลังไม้ขนาดกลางลงจากรถบรรทุกทหารคันใหญ่ที่จอดเทียบท่าหน้าบ้านพักข้าราชการทหาร ภายในบ้านหลังน้อยที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของแป้งนึ่งสดใหม่ หลินฟางในผ้ากันเปื้อนสีสะอาดกำลังยืนเช็ดมือด้วยผ้าขนหนู เธอปรายตามองกองพัสดุและลังกระดาษที่กองสูงระฟ้าจนเกือบจะบังทางเข้าประตู ก่อนจะหันไปเลิกคิ้วมองสามีหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงบ ทว่าดวงตาคมกริบกลับฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด จางเหว่ยปัดฝุ่นตามบ่าเสื้อเครื่องแบบสีเขียวขจีของตนเองอย่างไม่ี่ใส่ใจนัก เขาก้าวฉับ ๆ เข้ามาในห้องครัว กวาดสายตามองภรรยาคนสวยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความห่วงใย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จริงจัง "เงินเดือนผม ผมเป็นคนหามา ย่อมต้องใช้เพื่อความสุขของภรรยา" ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าหลินฟาง มือหนายื่นออกไปจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของเธอทัดหูอย่างเบามือ "อีกอย่าง... ผมไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยแบ่งสมองไปกังวลเรื่องวัตถุดิบทำขนมขายในตลาดมืดอีก นี่คือส่วนที่ผมควรรับผิดชอบ" หลินฟางกะพริบตาปริบ ๆ หัวใจดวงน้อยที่เคยแข็งกระด้างจากโลกธุรกิจยุคใหม่ พลันกระตุกวูบไหวอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเหลือบมองกล่องกระดาษแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศที่โผล่พ้นลังไม้ ซึ่งด้านในอัดแน่นไปด้วยเครื่องปรุงรสชั้นดี ช็อกโกแลตนมนำเข้า และแม้กระทั่งผ้าไหมเนื้อดีสำหรับตัดชุดใหม่ นี่มันไม่ใช่แค่การซื้อของขวัญธรรมดา... แต่นี่คือการ "เปย์" แบบทุ่มสุดตัวของผู้กองหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและประหยัดอดออมในสายตาคนทั้งกองร้อย! "คุณจางเหว่ย..." หลินฟางกดเสียงต่ำลงเล็กน้อยพยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะฉีกถึงใบหู "คุณกำลังทำให้ฉันกลายเป็นเป้าสายตาของภรรยานายทหารทั้งค่ายนะรู้ไหม? เดี๋ยวพวกเขาก็เอาไปนินทาว่าฉันผลาญเงินเดือนสามีจนหมดตัวหรอก" "ใครกล้าพูด ผมจะสั่งให้ไปวิ่งรอบสนามฝึกหัดสามรอบข้อหาปล่อยข่าวลือ" จางเหว่ยตอบหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "เปิดดูข้างในสิครับ ฟางฟาง... ผมตั้งใจเลือกมันด้วยตัวเอง" ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวานชื่นจนผู้หมวดเฉินที่ยืนอยู่แถวนั้นต้องแกล้งทำเป็นมองนกมองไม้และขอตัวเดินเลี่ยงออกไปข้างนอกอย่างรู้กาลเทศะ หลินฟางจึงตัดสินใจเปิดกล่องไม้ใบล่างสุดที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา ก๊อก... เสียงงัดฝากล่องดังขึ้นเบา ๆ ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของกระดาษเก่าและโลหะเงางามก็ลอยเตะจมูก สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายในไม่ใช่เครื่องสำอางหรือเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างที่ผู้หญิงยุค 80 นิยมกัน แต่มันคือ "จักรเย็บผ้าพกพารุ่นหายาก" ที่นำเข้าจากเยอรมันตะวันตก! เครื่องมือชิ้นนี้มีมูลค่ามหาศาลในตลาดมืด และหาซื้อไม่ได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว ต้องใช้เส้นสายระดับสูงของผู้กองจางถึงจะได้มา หลินฟางเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความทึ่ง "นี่มัน..." "ผมเห็นคุณนั่งตัดเย็บผ้ากันเปื้อนและถุงผ้าใส่ขนมด้วยมือจนดึกดื่นทุกคืน" จางเหว่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาคมปลาบเต็มไปด้วยความอาทร "มือคู่นี้ควรใช้ทำอาหารอร่อย ๆ ให้ผมกิน และใช้จับปากกาคำนวณกำไร ไม่ควรมาด้านชาเพราะเข็มเย็บผ้าเล่มเล็ก ๆ หรอกครับ" ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านจากกลางอกลามไปทั่วร่าง หลินฟางเม้มปากแน่น ความฉลาดและฝีปากคมคายที่เคยใช้ฟาดฟันญาติจอมละโมบในตระกูลจางพลันหายวับไปกับตา เหลือเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความใส่ใจอันลึกซึ้งของสามีทหารคนนี้อย่างราบคาบ "คุณนี่นะ... ขยันทำให้ฉันซาบซึ้งอยู่เรื่อย" หลินฟางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย ใช้มือเรียวบางดึงปกคอเสื้อเครื่องแบบของจางเหว่ยให้โน้มลงมา แล้วประทับริมฝีปากลงบนแก้วสากระคายของเขาอย่างรวดเร็ว ฟุบ! จางเหว่ยชะงักงัน ร่างสูงโปร่งแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ตั้งแต่แต่งงานกันมา แม้ภรรยาจะเริ่มเปิดใจและทำดีด้วยมากขึ้น แต่การเป็นฝ่ายรุกเข้าหาก่อนเช่นนี้... แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย! ก่อนที่ผู้กองหนุ่มจะทันได้เอ่ยคำหวานใด ๆ เพื่อทวงรางวัลเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจที่ช่วงเวลาอันแสนหวานต้องถูกทำลายลง หลินฟางรีบผละตัวออกจากอ้อมอกของสามี จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย "ใครมาเคาะประตูเอาป่านนี้..." หลินฟางพึมพำพลางเดินไปที่หน้าต่างเพื่อแอบมองออกไปข้างนอก ทว่า ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อลายดอกไม้สีฉูดฉาดที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้ว รอยยิ้มอุ่น ๆ บนใบหน้าของหลินฟางก็พลันหายวับไปทันที แทนที่ด้วยแววตาเย็นเยียบและรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก แม่สามีผู้ใจร้ายแห่งตระกูลจาง... ผู้ซึ่งเคยประกาศกรวดขันว่าจะไม่มีทางยอมรับสะใภ้บ้านนอกอย่างเธอเด็ดขาด บัดนี้กำลังยืนถือตะกร้าพลาสติกเก่า ๆ ทำท่าทางชะเง้อคอมองเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมด้วยเสียงโวยวายที่ดังทะลุประตูเข้ามา "หลินฟาง! นังสะใภ้ตัวดี! ฉันรู้ว่าพวกแกซื้อของกินของใช้กองโตเข้ามาในบ้าน! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ฉันแหกปากประจานความอกตัญญูของพวกแกให้คนทั้งค่ายฟัง!" จางเหว่ยเดินตามหลังภรรยามาติด ๆ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนน่ากลัว เขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ หลินฟางหันมาสบตากับสามี เธอหัวเราะในลำคอเบา ๆ แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกเจ้าปัญญา "ดูท่าทางแม่สามีของคุณจะไม่ได้มาเยี่ยมเยียนเราด้วยความคิดถึงเสียแล้วกระมังครับผู้กอง..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "ดูเหมือนว่ากลิ่นหอมของแป้งสาลีและน้ำตาลทรายแดงจากลังไม้ที่เราเพิ่งเปิด จะลอยไปเตะจมูกคนโลภเข้าเสียแล้วสิครับ" จางเหว่ยเอื้อมมือมาแตะไหล่บางของภรรยาเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเฉียบขาดไร้เยื่อใย "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเองครับ ฟางฟาง... คุณอยากจะจัดการคนน่ารำคาญพวกนี้อย่างไรดีล่ะวันนี้?" หลินฟางแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาส่องประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน เธอเอื้อมมือไปหยิบตะหลิวไม้คู่ใจจากเคาน์เตอร์ครัวมาถือไว้ในมือ หมุนมันเล่นเบา ๆ เหมือนกำลังถือคทาของจอมเวท "ในเมื่อแม่สามีอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงที่... เราก็ควรจะต้อนรับขับสู้ด้วย 'เมนูพิเศษ' ที่ทำให้พวกเขาน้ำตาตกในจนจำไม่ลืมดีไหมล่ะครับคุณสามี?" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%