"ถ้าพวกคุณยังกล้าเอาเท้าสกปรกๆ ย่างกรายเข้ามาในเขตฟาร์มของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
เสียงตวาดทรงพลังของหลินฟางดังขึ้นก้องไปทั่วบริเวณรั้วไม้ไผ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านแต่ทะมัดทะแมงยืนเท้าสะเอว สายตาคมกริวราวกับใบมีดโกนกวาดมองร่างของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์และบรรดาญาติห่างๆ ที่พยายามจะเข้ามาเนียนขโมยผักสวนครัว ปลายจมูกของคนพวกนั้นพยายามสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของดินและกลิ่นหอมจางๆ ของพืชพรรณที่เติบโตอย่างผิดหูผิดตาภายในพื้นที่ของเธอ
ป้าสะใภ้รองทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ปากก็พ่นคำด่าทอออกมาไม่หยุด "นังสะใภ้เนรคุณ! แกคิดว่าแต่งงานกับจางเหว่ยแล้วจะยิ่งใหญ่มาจากไหนห๊ะ? แค่มีที่ดินรกร้างไม่กี่ไร่ ทำเป็นหวงแหน! ของพวกนี้มันควรจะตกเป็นของตระกูลจางต่างหาก!"
"ตระกูลจาง?" หลินฟางหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยันอย่างชัดเจน "ตอนที่พวกคุณขับไล่พวกเราออกมาอย่างไร้เยื่อใย แถมยังแบ่งสมบัติให้เราเป็นห้องเก็บฟางเก่าๆ กับหนี้สินติดตัว ทำไมไม่เห็นพูดถึงคำว่า 'ตระกูลจาง' บ้างล่ะครับ? อ้อ... ขอโทษที ผมลืมไปว่าความหน้าหนาของพวกคุณมันไม่มีขีดจำกัด"
คำพูดเจ็บแสบและรอยยิ้มเยาะนั้นทำให้ป้าสะใภ้รองสะอึกจนหน้าดำหน้าแดง แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะทันได้แผดเสียงโวยวายรอบใหม่ เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าประตูรั้ว ผู้กองจางเหว่ยในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา แววตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนที่มารังפאภรรยาของเขาเพียงชั่วพริบตา แต่อานุภาพความกดดันนั้นทำให้ทุกคนถึงกับหุบปากฉับโดยอัตโนมัติ
จางเหว่ยเดินตรงเข้ามาโอบเอวบางของหลินฟางไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาที่ทอดมองภรรยาเต็มไปด้วยความรักใคร่และอ่อนโยน ซึ่งช่างแตกต่างจากยามที่เขามองคนนอกราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"มีเรื่องอะไรกันหรือครับภรรยา?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามอย่างนุ่มนวล
"ก็แค่พวกหมาป่าหางโผล่ที่อยากได้ผลผลิตในแปลงของเราน่ะสิครับ" หลินฟางผ่อนคลายร่างกายลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของสามี ก่อนจะปรายตามองกลุ่มญาติจอมละโมบที่ตอนนี้เริ่มถอยร่นออกไปทีละก้าวด้วยความหวาดกลัวจางเหว่ย "คุณช่วยไล่พวกเขากลับไปให้พ้นตาหน่อยเถอะครับ กลิ่นความโลภมันรบกวนสมาธิในการตรวจแปลงเกษตรของผมหมดแล้ว"
จางเหว่ยพยักหน้ารับเบาๆ เขาหันไปมองหน้าญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ด้วยแววตาดุจดั่งพญายมราชเอ่ยปากเพียงสั้นๆ "ถ้าไม่อยากให้ผมใช้กฎหมายทหารจัดการข้อหาบุกรุกพื้นที่ทางการเกษตรของทางการ... ไสหัวไปให้พ้นจากที่นี่เดี๋ยวนี้"
สิ้นเสียงนั้น กลุ่มคนเหล่านั้นก็ไม่รอช้า ต่างพากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายลับไปในกลีบเมฆทันที
บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบ หลินฟางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนที่ประกายตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นเร้าใจเมื่อนึกถึงเป้าหมายสำคัญในวันนี้ หญิงสาวจูงมือสามีเดินลึกเข้าไปยังเขตพื้นที่ส่วนตัวหลังบ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "มิติห้างสรรพสินค้า" ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก
แปลงผักกาดขาวและมะเขือเทศที่หลินฟางเพิ่งหย่อนเมล็ดลงดินไปเมื่อวานนี้ กำลังส่งเสียงเจริญเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์!
นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ... ไม่สิ มันเกินกว่าคำว่าปกติไปไกลโขแล้ว!
ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เมล็ดพันธุ์ธรรมดาเหล่านั้นกลับแตกยอดและขยายใหญ่ขึ้นจนลำต้นอวบอ้วน ใบสีเขียวสดใสเปล่งประกายราวกับถูกเคลือบด้วยละอองน้ำค้างทิพย์ ผลมะเขือเทศสีแดงก่ำลูกโตเท่ากำปั้นส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจ ผลผลิตในมิตินี้ไม่ได้โตเร็วกว่าปกติแค่สองหรือสามเท่า แต่มันก้าวกระโดดพุ่งสูงขึ้นถึง **10 เท่า** ภายในวันเดียวเท่านั้น!
จางเหว่ยถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง แม้เขาจะเป็นนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนและพบเจอเรื่องเหลือเชื่อมามาก แต่ภาพตรงหน้าก็ยังทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ฟางฟาง... นี่มัน..."
"มหัศจรรย์ใช่ไหมล่ะครับคุณสามี?" หลินฟางยิ้มกว้างจนตาหยี ความตื่นเต้นระคนความสุขฉายชัดบนใบหน้าสวย "ด้วยอัตราการเติบโตแบบนี้ ไม่ใช่แค่เราจะพ้นจากความยากจนข้นแค้น แต่เรากำลังจะผูกขาดตลาดสดทั้งหมดในอำเภอด้วยผักคุณภาพพรีเมียมที่หาไม่ได้จากที่ไหน!"
หญิงสาวไม่รอช้า เธอหยิบตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นมาแล้วเริ่มลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตทันที กลิ่นหอมสดชื่นของผักและผลไม้ออร์แกนิกอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเหนื่อยยากจากการเริ่มต้นชีวิตใหม่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวังอันเรืองรองและตัวเลขกำไรมหาศาลที่กำลังจะไหลมาเทมา
ในขณะที่หลินฟางกำลังงละมุนละไมกับการเก็บมะเขือเทศลูกงาม จางเหว่ยก็ช่วยเธอมัดผักกาดขาวอย่างทะ Cคล่องแคล่ว เคมีและความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างคนทั้งสองสะท้อนผ่านรอยยิ้มและสายตาที่ประสานกันอย่างมีความหมาย
"เย็นนี้ผมจะทำเมนู 'ซุปโครงกระดูกหมูตุ๋นกับมะเขือเทศมิติพิเศษ' ให้คุณกินนะครับ รับรองว่าซดน้ำร้อนๆ แล้วชื่นใจหายเหนื่อยแน่นอน" หลินฟางเอ่ยกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่
จางเหว่ยชะงักมือที่กำลังมัดผัก ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มสวยที่ขยับพูดเจื้อยแจ้ว ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน "นอกจากซุปมะเขือเทศแล้ว... ผมคิดว่าผมอยากกินอย่างอื่นมากกว่าเสียอีกนะครับ"
คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าของนายทหารผู้เคร่งขรึม ทำเอาหลินฟางถึงกับใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างของสามีแก้เก้อ "คนบ้า! พูดจาอะไรก็ไม่รู้ ไปหยิบตะกร้าโน้นมาช่วยผมเลยนะ!"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างอารมณ์ดีของจางเหว่ยประสานกับเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ ทว่า... ความสุขสงบนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูด้านหน้าฟาร์มดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้ซึ่งมารยาท ตามมาด้วยเสียงตะโกนทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่ากล้ามาเยือนถึงที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้
"มีใครอยู่ไหมครับ? ผมได้รับคำสั่งด่วนให้มาตามหา 'ผู้กองจางเหว่ย' เรื่องประกาศิตลับจากกองบัญชาการใหญ่... เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่ชายแดนแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 18
ฟาร์มในฝันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!