"เงินกองนี้... ผมมอบให้คุณทั้งหมดครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องโถงคับแคบ ผู้กองจางเหว่ยไม่ได้พูดเปล่า เขาวางปึกธนบัตรปึกใหญ่ลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ เสียงปึกเงินกระทบผิวไม้ดังทึบ แต่มันกลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของหลินฟางอย่างประหลาด
ดวงตากลมโตของหญิงสาวกวาดมองธนบัตรปึกหนานั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับนายทหารหนุ่มผู้มีใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความจริงใจอย่างไร้เงื่อนไข เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ
"สามีคะ... อ๊ะ ไม่สิ สามีครับ คุณใจใหญ่เกินไปแล้วนะ ระวังเถอะว่าถ้าให้เงินผมหมดตัวแบบนี้ คุณจะไม่มีเงินเหลือแม้แต่จะซื้อบุหรี่สูบสักมวนนะครับ" หลินฟางเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจกับคำขู่ เขาดันปึกเงินเข้าไปใกล้ตัวภรรยามากขึ้นอีกนิด ราวกับกลัวว่ามันจะบินหนีไปไหนเสีย "ผมไม่สูบบุหรี่ และเงินเดือนของผม... รวมถึงเงินเบี้ยเลี้ยงพิเศษทั้งหมด สมควรอยู่ในการดูแลของภรรยาครับ ยิ่งคุณเป็นคนฉลาดและเก่งกาจเรื่องการค้าขาย การเอาเงินพวกนี้ไปต่อยอด ย่อมดีกว่าปล่อยให้มันนอนนิ่งอยู่ในลิ้นชักตู้แน่นอน"
หลินฟางแค่นหัวเราะเบาๆ ในความใจป๋าของสามีทหารคนนี้ ชายหนุ่มผู้นี้เย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กลับยอมเทหมดหน้าตักให้เธอผู้เป็นภรรยา นี่สินะที่เขาเรียกว่า "สายเปย์ตัวจริงแห่งยุค 80"
เมื่อได้รับเงินทุนก้อนโตมาอยู่ในมือ มีหรือที่คนอย่างหลินฟางจะยอมอยู่เฉยๆ ยุค 80 กำลังเปลี่ยนผ่าน การใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ใช้เตาถ่านควันโขมง ซักผ้าด้วยมือจนหลังแข็ง หรือเก็บอาหารไว้ในตู้กับข้าวที่เต็มไปด้วยแมลงวัน เป็นเรื่องล้าสมัยเกินไปสำหรับมหาเศรษฐีสาวจากศตวรรษที่ 21 อย่างเธอ
สิ่งแรกที่ต้องทำในวันนี้คือการ "ยกระดับชีวิต" ให้ครอบครัวจางหลุดพ้นจากความยากลำบากอย่างแท้จริง และการช้อปปิ้งสินค้าทันสมัยเข้าบ้าน คือภารกิจเร่งด่วนที่สุด
"ในเมื่อท่านผู้กองใจดีขนาดนี้ ถ้าผมไม่ผลาญ เอ้ย ไม่ใช้สอยให้คุ้มค่า ก็คงเสียชื่ออดีตผู้บริหารคลังสินค้าหมดแล้วล่ะครับ" หลินฟางกวาดเงินเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะครับ วันนี้เราจะไปเหมาตลาดเมืองหลวงกัน!"
ตลาดค้าส่งในเขตเมืองตอนสายคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนแข่งกันเรียกลูกค้าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของยุคสมัยที่กำลังเติบโต หลินฟางเดินนำหน้าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว โดยมีผู้กองจางเหว่ยเดินตามหลังต้อยๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารและใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้สุ่มสี่สุ่มห้าเนื่องจากรัศมีน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"คุณจะซื้ออะไรก่อนครับ ให้ผมถือให้ไหม" จางเหว่ยเอ่ยถามเสียงนุ่ม เมื่อเห็นภรรยาสาวหยุดยืนอยู่หน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกลาง
"ยังไม่ต้องครับ วันนี้เราไม่ได้มาซื้อของชิ้นเล็กๆ น้อยๆ" หลินฟางยิ้มกริ่ม ดวงตาส่องประกายระยิบระยับยามมองไปยังร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เธอกวักมือเรียกสามีให้เดินตามเข้ามาด้านใน
เจ้าของร้านเห็นลูกค้าร่างสูงใหญ่แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารระดับสูงเดินเข้ามา ก็รีบวางหนังสือพิมพ์ในมือแล้วลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างทันที "ยินดีต้อนรับครับนายทหาร! และคุณนาย... ร้านเรามีสินค้าดีๆ เพียบ ท่านต้องการอะไรเป็นพิเศษไหมครับ ช่วงนี้มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้าและพัดลมนำเข้าจากแดนไกลเข้ามาใหม่ด้วยนะ ดีไซน์สวยหรู ทนทานเป็นเลิศเลยครับ"
หลินฟางไม่รอช้า เธอเดินเข้าไปสำรวจสินค้าทันที นิ้วเรียวแตะสัมผัสพื้นผิวของหม้อหุงข้าวไฟฟ้าสเตนเลสเงางาม ก่อนจะหันไปพยักหน้าอย่างพอใจ
"ผมเอาหม้อหุงข้าวไฟฟ้านี้หนึ่งเครื่อง... แล้วก็พัดลมตั้งพื้นรุ่นนี้อีกหนึ่งเครื่องครับ" หลินฟางชี้ไปยังสินค้าที่ต้องการอย่างแม่นยำ
เจ้าของร้านตาโตเป็นประกาย ดีใจจนเนื้อเต้น สินค้าพวกนี้ราคาแพงหูฉี่ คนธรรมดาได้แต่มองแต่ไม่กล้าซื้อ แต่นี่ลูกค้าสั่งทีเดียวสองชิ้นรวด! "ยอดเยี่ยมมากครับคุณนาย! ตาถึงจริงๆ ของพวกนี้ใช้งานได้ดีเยี่ยม รับรองว่าชีวิตในบ้านจะสะดวกสบายขึ้นเป็นกองเลยครับ"
จางเหว่ยยืนมองภรรยาเลือกซื้อของด้วยความรู้สึกทึ่งเล็กๆ ในยุคที่ผู้คนยังต้องประหยัดอดออม ภรรยาของเขากลับเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าฟุ่มเฟือยเหล่านี้ด้วยความเด็ดขาดและมั่นใจ แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกเสียดายเงินสักนิด กลับกัน เขารู้สึกภูมิใจเสียอีกที่เห็นเธอยืนอยู่ท่ามกลางสินค้าทันสมัยเหล่านี้ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขบนใบหน้าของหลินฟาง คือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเขา
"ยังไม่หมดแค่นี้หรอกครับ..." หลินฟางกระซิบเบาๆ กับสามี ดวงตาเจ้าเล่ห์เหลือบไปเห็นจักรเย็บผ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่ตั้งอยู่มุมร้าน "ผมยังต้องการจักรเย็บผ้าอัจฉริยะรุ่นนี้ด้วย รวมถึงเตาแก๊สปิคนิคพร้อมถังอีกชุดหนึ่ง... จัดส่งที่บ้านพักค่ายทหารกองพันที่สาม ภายในบ่ายวันนี้เลยนะครับ"
เจ้าของร้านอ้าปากค้าง ยอดเงินรวมทั้งหมดเมื่อครู่พุ่งทะยานขึ้นไปอีกเท่าตัว เขาพยักหน้ารับรัวๆ แทบไม่ทัน "ไ... ได้ครับคุณนาย! ผมจะรีบให้คนจัดส่งให้ถึงบ้านท่านอย่างปลอดภัยภายในบ่ายนี้แน่นอนครับ!"
การช้อปปิ้งดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง หลินฟางไม่ได้หยุดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้า เธอยังแวะร้านขายวัตถุดิบชั้นดี เหมาแป้งสาลีเนื้อละเอียด น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ เนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษ และเครื่องเทศหายากอีกหลายชนิด จนสองมือของผู้กองจางเหว่ยเต็มไปด้วยถุงสัมภาระพะรุงพะรัง แม้ภาพลักษณ์ของนายทหารผู้เกรียงไกรจะดูแปลกตาไปบ้างที่ต้องถือถุงซื้อของพะรุงพะรังเต็มสองแขน แต่เขากลับไม่มีท่าทีบ่นสักคำ ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉยและคอยเดินระวังไม่ให้ผู้คนในตลาดเบียดโดนภรรยาของตน
ตกบ่าย... บรรยากาศภายในบ้านพักค่ายทหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวของเครื่องใช้สมัยใหม่ถูกจัดวางเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ เสียงพัดลมไฟฟ้าหมุนเอื่อยๆ ส่งลมเย็นสบายคลายความร้อนอบอ้าวของฤดูร้อนได้เป็นอย่างดี หม้อหุงข้าวไฟฟ้าตั้งเด่นสง่าอยู่บนโต๊ะครัว พร้อมกับวัตถุดิบชั้นดีที่ถูกเตรียมไว้สำหรับมื้อเย็น
หลินฟางยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีสะอาด มือเรียวคล่องแคล่วในการเตรียมอาหาร กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อสัตว์ที่ถูกหมักอย่างพิถีพิถันเริ่มโชยออกไปนอกหน้าต่าง กระจายไปทั่วบริเวณบ้านพักนายทหารละแวกใกล้เคียง
นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหารธรรมดา แต่มันคือการประกาศศักดาว่า "ชีวิตใหม่" ของครอบครัวจางได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
ในขณะที่หลินฟางกำลังงละมุนอยู่กับการเคี่ยวซุปกระดูกหมูสูตรลับในหม้อดินเผา เสียงเคาะประตูก็วัมดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าบ้าน
*ก๊อกๆๆ!*
จางเหว่ยที่กำลังนั่งอ่านรายงานทหารอยู่ในห้องนั่งเล่นเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบหันไปมองทางประตูก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิด
เมื่อบานประตูถูกเปิดออก ใบหน้าของจางเหว่ยก็พลันเย็นชาลงทันที เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนอยู่หน้าบ้านไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น "จางซิ่วing" ผู้เป็นแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ ที่ยกโขยงญาติสนิทมิตรสหายมายืนออกันเต็มหน้าบ้าน พร้อมกับจมูกที่ฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมอาหารลอยตลบอบอวล
"แหม... ตาเหว่ย! ทำไมบ้านแกถึงได้มีกลิ่นหอมขนาดนี้วะเนี่ย? แล้วทำไมข้างในบ้านถึงมีเสียงพัดลมไฟฟ้าดังหึ่งๆ แบบนั้นล่ะ อย่าบอกนะว่า..." แม่สามีส่งเสียงแหลมสูงพรางชะเง้อมองผ่านไหล่บุตรชายเข้าไปด้านในบ้าน ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพงตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
หลินฟางค่อยๆ วางทัพพีในมือลง เธอยืนพิงขอบประตูห้องครัว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยยามมองผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
บรรยากาศในบ้านที่เคยอบอุ่น พลันคุกกรุ่นขึ้นมาทันทีด้วยคลื่นความขัดแย้งระลอกใหม่ที่กำลังจะซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรง
แต่ก่อนที่แม่สามีจะทันได้เอ่ยปากโวยวายหรือพุ่งเข้ามาแย่งชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน หลินฟางก็ก้าวเท้าออกมาช้าๆ พลางส่งเสียงทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก
"โอ๊ะ... คุณแม่ยายและญาติๆ ทุกท่าน มากันเร็วจริงๆ นะครับ..." หลินฟางเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากเหยียดยิ้มกว้างขึ้น "แต่เสียดายจังครับ วันนี้อาหารมื้อนี้... ผมทำไว้ให้ 'สามี' ของผมทานแค่คนเดียวเท่านั้น คนนอกที่ไม่ได้รับเชิญ... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะดมกลิ่นหอมๆ นี่หรอกนะครับ"
คำพูดนั้นราวกับมีดดาบที่กรีดแทงเข้าไปกลางใจของแม่สามีจนหน้าเขียวคล้ำ ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความโกรธจัด อ้าปากค้างจะด่าทอ
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังอึ้งงันกับคำพูดอันเผ็ดร้อนของหลินฟางนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นอีกครั้งจากประตูหลังบ้านอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของนายทหารยามหน้าค่ายที่ดังแทรกเข้ามา
"ผู้กองจางครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาที่หน้าค่าย อ้างว่าเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ของคุณแม่สามี... และพวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านหลังนี้ครับ!"
ดวงตาของจางเหว่ยหรี่แคบลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ในขณะที่หลินฟางหันขวับกลับไปมองประตูหลังบ้าน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ประกายตาคมปลาบจะวาบขึ้นอย่างท้าทาย
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" มาโดยตลอดนะครับ*
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 9
ยกระดับชีวิต
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!