คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 8

กำไรก้อนแรกและการเริ่มต้น

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
ธนบัตรปึกหนาในมือของหลินฟางส่งเสียงกรอบแกรบเบา ๆ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสลงไป นี่ไม่ใช่เงินที่ได้จากการงัดข้อกับแม่สามีจอมเค็มหรือการตบหน้าบรรดาญาติผู้พี่ที่จ้องแต่จะเอาเปรียบ แต่มันคือผลกำไรบริสุทธิ์ก้อนแรกในชีวิตยุคแปดสิบที่เธอกอบโกยมาได้ด้วยมันสมองและสองมือ... อ้อ ต้องรวมความสะดวกสบายสารพัดนึกจากห้างสรรพสินค้าในมิติพิเศษเข้าไปด้วย "ภรรยาตัวแสบ... ออกมาหาเงินเก่งถึงเพียงนี้ กล้าดียังไงถึงไม่ยอมบอกสามี ว่าแต่... แบ่งส่วนแบ่งกำไรให้สามีผู้ตกระกำลำบากคนนี้บ้างสักหน่อยไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำเจือแววหยอกเย้าดังขึ้นที่ข้างใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งของนายทหารหนุ่มที่โน้มลงมาโอบรอบเอวคอดกิ่วของเธออย่างถือวิสาสะ ผู้กองจางเหว่ยในยามนี้ไม่ได้มีมาดเคร่งขรึมเย็นชาเหมือนยามอยู่ในค่ายทหารแม้แต่นัยน์ตาคู่คมฉายแววพราวระยับระยับ มองภรรยาตัวน้อยที่กำลังนั่งนับเงินกองโตบนโต๊ะไม้เก่า ๆ ด้วยความรู้สึกทึ่งแกมเอ็นดู หลินฟางชะงักมือเล็กน้อย หันขวابไปค้อนใส่สามีหนุ่มวงใหญ่จนดวงตากลมโตแทบจะถลน "ผู้กองจาง คุณนี่หูไวตาไวเป็นสับปะรดจริง ๆ นะครับ เงินในกระเป๋าตัวเองก็มีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาจ้องส่วนแบ่งจากน้ำพักน้ำแรงของฉันด้วยเล่า!" "ก็เงินในกระเป๋าผม มันเป็นเงินเดือนทหารต๊อกต้อย..." จางเหว่ยจงใจลากเสียงยาวอย่างน่าหมั่นไส้ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "สู้เงินในกระเป๋าของภรรยาไม่ได้... รวยล้นฟ้า ขายพริกเผาและหมูทอดสูตรลับไม่กี่วัน ได้กำไรมาจนกระเป๋าแทบปริ แบบนี้เขาเรียกว่า 'เกาะภรรยารวย' หรือเปล่าครับ หืม?" "ถ้าอยากเกาะนัก ก็ต้องแสดงความจริงใจก่อนสิครับ" หลินฟางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเลื้อย ดวงตาเปล่งประกายความฉลาดแกแลве เธอวางปึกเงินลงบนโต๊ะเสียงดังปึ้ง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวเขี่ยธนบัตรใบสีปึกใหญ่ออกมาแยกไว้ต่างหาก "อยากได้ส่วนแบ่งเหรอครับ? งั้นคืนนี้คุณต้องเป็นลูกมือคอยล้างกระทะและเตรียมฟืนให้ฉัน ห้ามบ่นแม้แต่คำเดียว... ตกลงไหม?" จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ฝ่ามือหนายื่นไปลูบศีรษะทุยของภรรยาอย่างเบามือ แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่และลุ่มหลงจนปิดไม่มิด "แค่ล้างกระทะกับผ่าฟืนเหรอครับ? ต่อให้คุณจะให้ผมยกภูเขาหรือถมทะเล ผมก็ยอมทำทั้งนั้นแหละ... ว่าแต่ยอดขายวันนี้มันเท่าไหร่กันแน่ครับเนี่ย หน้าตาคุณถึงได้บานเป็นกระด้งขนาดนี้" คำถามของสามีทำให้หลินฟางลืมเรื่องต่อล้อต่อเถียงไปชั่วขณะ รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าสวยหวานทันที เธอตบลงไปบนกองเงินตรงหน้าเบา ๆ ด้วยความภาคภูมิใจ "ทายซิครับว่าเท่าไหร่?" เธอยื่นหน้าเข้าไปท้าทาย "อืม... ห้าสิบหยวน?" จางเหว่ยเดาอย่างระมัดระวัง เพราะสำหรับครอบครัวชาวนาทั่วไปในยุคนี้ เงินห้าสิบหยวนคือค่าใช้จ่ายทั้งครอบครัวได้เป็นเดือน "ดูถูกกันเกินไปแล้วครับผู้กอง!" หลินฟางแค่นหัวเราะเบา ๆ "ห้าสิบหยวนนั่นมันแค่วัตถุดิบที่เราขายช่วงเช้าต่างหากล่ะครับ... ยอดขายสุทธิของวันนี้ หลังจากหักต้นทุนค่าแป้ง ค่าเครื่องปรุง และค่าใช้จุกจิกหมดแล้ว..." เธอหยุดเว้นจังหวะเพื่อสร้างความระทึกใจ ก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว "สองร้อยหยวน!" จางเหว่ยถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคมกเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ สองร้อยหยวน! นี่มันเทียบเท่าเงินเดือนทหารระดับผู้บังคับกองร้อยเกือบสองเดือนเต็ม แต่ภรรยาของเขากลับหามาได้ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์จากการขายของกินในตลาดมืด! "พระเจ้า... ฟางฟาง คุณนี่มัน... ปีศาจชัด ๆ" ชายหนุ่มอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยความทึ่ง "พูดจาให้มันดี ๆ นะครับผู้กอง ใครเป็นปีศาจกัน ฉันออกจะสวยและฉลาดเป็นกรดขนาดนี้" หลินฟางค้อนให้อีกรอบ แต่รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าก็ฟ้องชัดว่าเธอพึงพอใจกับคำชมกลาย ๆ นั้นมากแค่ไหน ความสำเร็จในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สูตรอาหารที่เธอคัดสรรมาจากห้างสรรพสินค้าในมิติลับ ประกอบกับรสชาติที่จัดจ้านถูกปากคนยุคแปดสิบที่โหยหาความเอร็ดอร่อย ทำให้สินค้าทุกชิ้นถูกแย่งชิงกันจนหมดเกลี้ยงแผงภายในเวลาอันรวดเร็ว บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเจ้าถิ่นในตลาดมืดที่เคยคิดจะกลั่นแกล้งหรือมองค้อนด้วยความอิจฉา ในตอนนี้ต่างก็ต้องเปลี่ยนท่าทีเข้ามาประจบประแจงและสั่งจองสินค้าล่วงหน้ากันยกใหญ่ แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หลินฟางมองเงินในมือ แผนการมากมายในหัวเริ่มทำงานเป็นระบบ เธอไม่ได้ต้องการแค่หาเงินมาใช้จ่ายไปวัน ๆ แต่เธอต้องการสร้างอาณาจักรธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง ยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัว และที่สำคัญที่สุดคือ... ตบหน้าบรรดาญาติผู้พี่และแม่สามีใจร้ายที่เคยหัวเราเยาะความยากจนของพวกเขาให้หน้าหงายไปตาม ๆ กัน "คิดอะไรอยู่ครับ หน้าตาเคร่งเครียดเชียว" จางเหว่ยสังเกตเห็นประกายตาที่เปลี่ยนไปของภรรยา เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น โอบไหล่บางให้แนบชิดกับอกแกร่ง "เหนื่อยมากไหมครับ? ถ้าไม่ไหว พรุ่งนี้เราพักสักวันดีกว่า ให้ผมออกไปช่วยหาเงินบ้างเถอะ ผมทนเห็นคุณเหนื่อยคนเดียวไม่ได้หรอกนะ" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยและจริงใจจากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ทำให้หัวใจดวงน้อยของหลินฟางกระตุกวูบ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกอย่างห้ามไม่อยู่ ในโลกยุคปัจจุบันที่เธอจากมา การหาเงินคือการดิ้นรนที่โดดเดี่ยว แต่ในยุคที่เต็มไปด้วยความยากลำบากนี้ กลับมีผู้ชายคนหนึ่งคอยยืนเคียงข้าง พร้อมจะสนับสนุนและปกป้องเธอทุกเมื่อ "ฉันไม่ได้เหนื่อยครับผู้กอง..." หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตกับสามี น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "แค่กำลังคิดว่า... ถ้าเรามีเงินทุนเพิ่มขึ้น เราน่าจะขยายกิจการให้ใหญ่กว่านี้ เปิดร้านค้าของตัวเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในตลาดมืดอีกต่อไป คุณคิดว่ายังไงล่ะครับ?" จางเหว่ยจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันหยุดนิ่งอยู่กับที่ เธอมีความคิดก้าวไกลและเด็ดเดี่ยวเกินกว่าผู้หญิงทั่วไปในยุคสมัยนี้หลายเท่า "ผมสนับสนุนคุณทุกอย่างครับ ฟางฟาง" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มหนักแน่น "คุณอยากทำอะไร ทำเลยครับ มีผมคอยหนุนหลังอยู่ทั้งคน ใครหน้าไหนก็กล้าเข้ามาขัดขวางคุณไม่ได้หรอก" "ปากหวานแบบนี้... สงสัยคืนนี้ต้องตบรางวัลด้วยของอร่อยเป็นพิเศษเสียแล้วมั้งครับ" หลินฟางยิ้มยั่ว นัยน์ตาพราวระยับ เธอสะบัดมือเบา ๆ ในมิติห้างสรรพสินค้าก็ปรากฏกล่องโฟมเก็บความร้อนลอยออกมา ในพริบตา กลิ่นหอมเย้ายวนของ 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้' ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก พร้อมด้วยกลิ่นเครื่องเทศจีนหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดเล็ก กลิ่นหอมเข้มข้นนี้รุนแรงเสียจนทำให้กระเพาะอาหารที่สงบอยู่แล้วส่งเสียงร้องประท้วงออกมาทันที จางเหว่ยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมนูนี้เขาเคยได้กินแค่ไม่กี่ครั้ง และฝีมือของหลินฟางก็อร่อยล้ำเลิศจนเกินบรรยาย "กลิ่นหอมขนาดนี้... ท้องผมร้องรอแล้วนะครับเนี่ย" ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้เตรียมจะหยิบตะเกียบ ทว่า... ในวินาทีที่หลินฟางกำลังจะเปิดฝากล่องเพื่อตักอาหารให้สามี เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูยามวิกาลดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายบรรยากาศหวานชื่นในห้องครัวลงทันที จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มฉายแววดุดันขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ใครกันที่บังอาจมาเคาะประตูรบกวนเวลาส่วนตัวของพวกเขากลางดึกดื่นแบบนี้? หลินฟางชะงักมือที่ถือทัพพี ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอกับจางเหว่ยหันไปสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด ๆ *แอ๊ด...* ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยืนหอบหายใจฮืดฮาดอยู่หน้าบ้าน ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคราบน้ำตา ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวราวกับเพิ่งไปเจอผีสางมา นั่นคือ... แม่สามีจอมเค็มที่พวกเขาเพิ่งประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน! "เหว่ยหลง! หลินฟาง! ช่วยแม่ด้วย... แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่บ้านใหญ่แล้ว!" เสียงแหลมสูงตะโกนแทรกเข้ามาในความเงียบยามค่ำคืน พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นหน้าบ้านด้วยความหมดแรง หลินฟางมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... ดูท่าทางว่ากำไรก้อนแรกยังไม่ทันได้ใช้ให้หนำใจ ความสนุกชุดใหญ่กำลังจะวิ่งเข้ามาหาเธอถึงหน้าประตูบ้านเสียแล้วสิครับ! --- **[คำขอบคุณจากนักเขียน]:** ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้สะใภ้ตัวแสบของเรามาถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%