กลิ่นอายของแป้งสาลีหมักยีสต์และน้ำมันหมูเจียวหอมๆ อบอวลไปทั่วบริเวณแผงค้าชั่วคราวหน้าสหกรณ์การเกษตรประจำคอมมูน หลินฟางใช้ปลายแขนเสื้อปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดขึ้นตามไรผม ดวงตาคู่คมกวาดมองตระกร้าไม้ไผ่สานที่ว่างเปล่าทั้งสี่ใบด้วยความพึงพอใจ ขนมเปี๊ยะไส้หมูสับเห็ดหอมสูตรพิเศษจากมิติห้างสรรพสินค้าจำนวนสามร้อยชิ้น ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงแผงภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง กำไรก้อนโตที่หนักอึ้งอยู่ในกระเป๋าผ้าดิบคาดเอว ทำให้มุมปากของภรรยาผู้ปราดเปรื่องยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้
"สหายหลิน ฝีมือการทำซาลาเปาทอดและขนมเปี๊ยะของเธอนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ วันหลังอย่าลืมเก็บไว้ให้ฉันสักครึ่งถาดนะ ราคาเท่าไหร่ฉันก็ยอมจ่าย!" เสียงทุ้มของ "สหายเฉิน" พ่อค้าหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบปลายๆ จากตัวอำเภอเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร เขาถือวิสาสะยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านผืนหนึ่งไปตรงหน้าหญิงสาว "ดูสิ เหงื่อออกเต็มหน้าผากหมดแล้ว ใช้เช็ดเสียหน่อยเถอะ"
หลินฟางชะงักมือที่กำลังเก็บเงินเข้ากระเป๋า นางเงยหน้าขึ้นสบตาพ่อค้าหนุ่มผู้มีรอยยิ้มพราวเสน่ห์ กำลังจะอ้าปากปฏิเสธความหวังดีที่ดูจะล้ำเส้นไปสักหน่อยตามประสาคนยุคแปดสิบ
"ขอบใจ... แต่ภรรยาผมมีมือ มีผ้าเช็ดหน้าของตัวเองครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าดังแทรกขึ้นผ่ากลางอากาศ บรรยากาศรอบแผงค้าที่เคยครึกครื้นพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาประชิดแผงค้าอย่างไร้ซุ่มเสียง ไหล่กว้างหนาบดบังแสงแดดยามบ่ายจนเกิดเงาทอดทับร่างของหลินฟางไว้มิด ผู้กองจางเหว่ยยืนตระหง่าน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยจนเย็นเยียบ นัยน์ตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปจ้องมองสหายเฉินเขม็ง รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องรีบถอยกรูด
สหายเฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุร้ายคู่นั้น เขาหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อแก้สถานการณ์ "อ้าว... ผู้กองจาง กลับมาจากค่ายเร็วจังนะครับ พอดีผมแค่... เห็นสหายหลินเหนื่อย..."
"ภรรยาผมเหนื่อยเพราะทำงานหาเงิน ไม่ได้เหนื่อยเพราะต้องการความช่วยเหลือจากคนนอก" จางเหว่ยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มือหนาเอื้อมไปคว้าผ้าเช็ดหน้าจากมือพ่อค้าหนุ่มหน้าตาเฉย ก่อนจะดึงร่างบางของหลินฟางให้ขยับเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของตนอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง "ถ้าไม่มีธุระซื้อขายอะไรแล้ว เชิญสหายไปจัดการธุระของตัวเองเถอะครับ แผงของเราปิดแล้ว"
สหายเฉินรีบพยักหน้ารัวๆ โค้งตัวลาด้วยความหวาดหวั่นแล้วเดินจ้ำอ้าวหายฝูงชนไปอย่างรวดเร็ว
หลินฟางที่ถูกดึงมากอดไว้แนบอกแอบถอนหายใจเบาๆ นางเงยหน้าขึ้นมองสันจมูกโด่งเป็นสันและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นของสามี ความรู้สึกประหลาดวิ่งพล่านอยู่ในอก นางไม่เคยเห็นด้านที่เด็กหนุ่มเอาแต่ใจและขี้หึงรุนแรงขนาดนี้มาก่อนในร่างของนายทหารผู้เคร่งขรึม
"ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้ เขาก็แค่หวังดีตามมารยาทการค้าขายเท่านั้นเองค่ะ... เอ๊ย... นะครับ" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำติดปาก รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นดวงตาคมกริบก้มลงมาจ้องเขม็ง
จางเหว่ยไม่ตอบคำ เขาจัดการเก็บตระกร้าและกวาดอุปกรณ์ใส่ถุงผ้าด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่ว มือใหญ่อีกข้างคว้ามือเรียวของภรรยามากำไว้แน่นแล้วออกเดินดุ่มๆ กลับบ้านโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝ่ายภรรยาต้องซอยเท้าถี่ๆ เดินตามแรงจูงนั้นด้วยความงุนงงระคนขบขัน
ตลอดทางเดินกลับบ้านพักนายทหาร บรรยากาศรอบตัวสามีหนุ่มยังคงมาุคุไปด้วยไอคุกรุ่นของความหึงหวง แผ่นหลังกว้างที่ก้าวเดินฉับๆ บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์บ่จอยขนาดหนัก หลินฟางลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายที่บึ้งตึงแล้วอดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก นางจงใจใช้นิ้วเรียวเขี่ยฝ่ามือหนาที่กุมมือตนอยู่เบาๆ
"ผู้กองจาง... นี่คุณสามีโกรธเรื่องอะไรหรือครับเนี่ย หน้าบึ้งเป็นตูดหม้อแล้วนะ" หลินฟางแกล้งเอ่ยแซحด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
จางเหว่ยหยุดเดินกะทันหัน จนหลินฟางเกือบพุ่งชนแผ่นหลังแกร่ง เขาหันขวับกลับมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจลึกๆ ซึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกระด้าง
"ผมไม่ได้โกรธ..." เขากลอดเสียงลอดไรฟัน "ผมแค่ไม่ชอบใจ... เวลาไอ้หน้าอ่อนนั่นมองคุณ สายตาของมัน... มันไม่ได้มองแบบลูกค้าทั่วไป"
หลินฟางกะพริบตาปริบๆ นางไม่คิดว่าผู้ชายที่เย็นชาและสุขุมจนน่ากลัวอย่างจางเหว่ย จะมีมุมที่แสดงความหึงหวงออกมาได้เด็กน้อยและตรงไปตรงมาขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาในโลกยุคใหม่กลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
"แล้วยังไงล่ะครับ? ฉันเป็นภรรยาของคุณนะ หรือคุณไม่มั่นใจในตัวฉัน?" นางแกล้งเอียงคอถาม ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย
จางเหว่ยขบกรามแน่น ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนหลินฟางต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับกำแพงรั้วไม้บ้านพัก นายทหารหนุ่มใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังภรรยาไว้ตรงกลาง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่พวงแก้มแดงระเรื่อ
"ผมมั่นใจในตัวคุณ... แต่ผมไม่มั่นใจไอ้พวกผู้ชายหน้าตัวผู้ที่จ้องจะเข้าหาภรรยาผมต่างหาก" จางเหว่ยกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น "หลินฟาง... คุณเป็นของผม จำไว้ให้ดี"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกัน ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของหลินฟางกำลังเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เสียงเคาะประตูกรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"พี่จางเหว่ย! พี่สะใภ้หลิน!แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาท้ายหมู่บ้านแล้ว!" เสียงตะโกนหอบแฮกของพลทหารประจำกองร้อยดังแหวกลมเข้ามา พร้อมกับข่าวสารที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจางเหว่ยแข็งค้างในทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 24
ความเข้าใจผิดที่ทำให้หัวใจเต้น
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!