“ถ้าคุณคิดจะใช้ความเงียบเป็นอาวุธในการเจรจาธุรกิจกับผมล่ะก็ บอกไว้ตรงนี้เลยว่าคุณกำลังเลือกเครื่องมือที่ผิดพลาดที่สุดครับหลินฟาง”
จางเหว่ยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในบ้านพักหลังน้อย แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวสะท้อนดวงตาคมกริบของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือหนาหยาบกร้านจากการจับปืนและพวงมาลัยรถจี๊ปวางประสานกันบนโต๊ะไม้ขัดเงา เขาจ้องมองภรรยาที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดวางจานอาหารโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าสบตา
หลินฟางแค่นยิ้มที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวบรรจงวางช้อนเงินลงข้างจานสเต็กเนื้อสันนอกชิ้นหนาที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติลับ กลิ่นหอมของเนยกระเทียมและโรสแมรี่อบอวลไปทั่วห้องโถง ปลุกเร้าสัญชาตญาณความหิวโหยในตัวสามีทหารผู้เย็นชาจนแทบทนไม่ไหว
“การเจรจา? เราไม่ใช่คู่ค้ากันสักหน่อยจางเหว่ย เราเป็นสามีภรรยา” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปแล้วว่า คนที่ต้องเป็นฝ่าย ‘ขอ’ ความเมตตาจากผมในคืนนี้ คือคนที่เพิ่งจะตวาดใส่ผมตอนที่แม่กับพี่สาวคุณบุกมาสร้างเรื่องเมื่อเช้านี้ต่างหาก”
จางเหว่ยชะงัก ลำคอหนาขยับขึ้นลงจากการกลืนน้ำลาย ความแข็งกร้าวในแววตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย เขาไม่ได้เป็นคนโง่ เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาในวันนี้ไม่ใช่หญิงสาวผู้อ่อนแอคนเดิม เธอเปลี่ยนไปตั้งแต่รอดพ้นจากความตายครั้งนั้น ทั้งความฉลาดเฉลียว การจัดการธุรกิจฟาร์มที่รุ่งเรืองจนคนทั้งหมู่บ้านต้องอิจฉา และโดยเฉพาะ... เสน่ห์ปลายจวักที่ร้ายกาจกว่าปืนไรเฟิลประจำกายของเขาเสียอีก
“ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะตวาด” เขาพยายามรักษามาดทหาร แต่กลิ่นหอมของซอสไวน์แดงที่ราดบนเนื้อสเต็กกำลังทรยศเขา “เพียงแต่มันน่าปวดหัว ผมไม่ชอบที่เห็นคุณถูกกดดัน และผมก็ไม่ชอบที่ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับคุณ”
“คนฉลาดเขาไม่เลือกหรอกครับจางเหว่ย” หลินฟางเอ่ยพลางรินไวน์รสเลิศลงในแก้วใส “เขาแค่จัดการปัญหาให้จบสิ้นด้วยวิธีการที่เจ็บแสบที่สุดต่างหาก”
เธอนั่งลงฝั่งตรงข้าม บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารเปลี่ยนไปทันที แสงเทียนที่จุดขึ้นช่วยสร้างเงาอาบไล้ใบหน้าคมเข้มของสามีทหารให้ดูละมุนขึ้น ความตึงเครียดที่เคยกดทับถูกแทนที่ด้วยความลุ่มลึกของบทสนทนาและไออุ่นจากอาหารมื้อพิเศษที่ไม่มีใครในหมู่บ้านนี้เคยสัมผัส
“ลองชิมดูสิ” เธอส่งมีดหั่นเนื้อให้เขา “เนื้อชิ้นนี้ไม่ได้หาซื้อได้ในตลาดมืดของหมู่บ้าน และซอสสูตรนี้... ผมตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อ ‘ปรับความเข้าใจ’ โดยเฉพาะ”
จางเหว่ยรับมีดมาอย่างเกร็งๆ เขาหั่นเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก รสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นระเบิดรสชาติออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นหอมของเครื่องเทศตะวันตกผสานกับความหวานฉ่ำของเนื้อคุณภาพเยี่ยม ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของนายทหารหนุ่มสั่นไหวไปชั่วขณะ
“อร่อย...” เขาพึมพำ สายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่าเดิม ทั้งรัก ทั้งเกรงใจ และความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบัง
“อร่อยแล้วก็ฟังให้ดี” หลินฟางพูดต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “แม่ของคุณต้องการที่ดินผืนสุดท้ายหลังฟาร์ม เพื่อจะยกให้พี่ชายคุณไปจำนองแลกเงินก้อนโตมาเล่นการพนัน ผมรู้แผนการของพวกเขาทุกอย่าง และถ้าคุณยังยืนกรานจะนิ่งเฉยในนามของคำว่า ‘กตัญญู’ อีกละก็... พรุ่งนี้เช้า ผมจะเขียนใบหย่าให้คุณเซ็น แล้วเราจะได้รู้กันว่ากองทัพจะส่งเบี้ยเลี้ยงให้คุณ หรือคุณต้องกลับไปขอเงินแม่เพื่อตั้งตัวใหม่”
จางเหว่ยชะงักค้าง มีดในมือสั่นสะเทือน เขาเงยหน้าขึ้นมองภรรยาอย่างตกตะลึง ในแววตาของเธอไม่มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย
“คุณจะหย่ากับผมเพราะเรื่องที่ดินเนี่ยนะหลินฟาง?”
“ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินครับจางเหว่ย แต่เป็นเรื่องของความเคารพ” เธอโน้มตัวไปข้างหน้า สายตามุ่งมั่น “ผมสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ในขณะที่คนพวกนั้นจ้องจะเข้ามาถอนรากถอนโคน หากคุณปกป้องเมียตัวเองไม่ได้ คุณก็ไม่มีค่าพอที่จะอยู่เคียงข้างผมในวันที่ผมจะพาครอบครัวนี้ไปสู่ความยิ่งใหญ่”
ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยการตระหนักรู้ จางเหว่ยเข้าใจแล้วว่าภรรยาของเขาไม่ได้แค่เก่งเรื่องค้าขาย แต่เธอยังเป็นแม่ทัพที่วางแผนชีวิตได้แยบยลยิ่งกว่านักการเมืองเสียอีก
เขาหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นซับมุมปากช้าๆ แววตากลับมาดุดันและเด็ดขาดแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ถ้าอย่างนั้น... พรุ่งนี้เช้า ผมจะจัดการเรื่องแม่กับพี่ชายเอง คุณไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือโฟกัสกับการขยายฟาร์มของคุณ”
“คุณจะทำยังไง?” หลินฟางเลิกคิ้ว
“ผมจะทำให้พวกเขาสำนึกว่า การข้ามเส้นผมมาแตะต้องภรรยาของจางเหว่ย คือจุดจบที่พวกเขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นชู “และเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของผม... ผมมีของขวัญจะให้คุณในฐานะข้อแลกเปลี่ยนสำหรับการปรับความเข้าใจในคืนนี้”
จางเหว่ยล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบทหาร ก่อนจะหยิบซองจดหมายตราประทับสีแดงฉานออกมาวางบนโต๊ะ มันคือเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินผืนที่ครอบครัวเขาหมายตาเอาไว้ แต่สิ่งที่ทำให้หลินฟางถึงกับวางช้อนส้อมลงทันทีคือชื่อเจ้าของบนเอกสารนั้น...
มันเป็นชื่อของเธอเพียงผู้เดียว และมันถูกประทับตราอนุมัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยกองบัญชาการทหารประจำเขต
เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านพอดี เสียงเคาะประตูที่รัวแรงและดุดันทำเอาทั้งคู่ชะงักไป จางเหว่ยหรี่ตามองประตู “แม่กับพี่ชายผมมาแล้ว... ดูเหมือนว่าการดินเนอร์ของเราจะถูกขัดจังหวะด้วยแขกที่ไม่ได้รับเชิญนะครับ”
หลินฟางยิ้มกว้างที่มุมปาก ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม “ดีครับ... เพราะผมกำลังอยากทดสอบว่าไวน์ที่หมักบ่มมาอย่างดี จะช่วยเพิ่มความใจกล้าให้สามีทหารของผมได้มากน้อยแค่ไหน”
ประตูบ้านถูกพังเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงตะโกนด่าทอของแม่สามีดังลั่น แต่ทันทีที่สายตาของหญิงชราปะทะเข้ากับโต๊ะอาหารหรูหรากลางบ้านพักที่ควรจะเป็นเพียงกระท่อมซอมซ่อ แววตาของทุกคนก็เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความตื่นตะลึงสุดขีด... และเมื่อสายตาของแม่สามีเหลือบไปเห็น ‘ตราประทับ’ บนเอกสารสิทธิ์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 25
ปรับความเข้าใจด้วยอาหารอร่อย
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!