"ถ้าจะมาเพื่อกินฟรีและติเตียนฝีมือคนอื่นแบบนี้ ผมว่าพวกคุณควรถือจานข้าวที่บ้านตัวเองกลับไปเสียจะดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องลำบากปากมาเคี้ยวข้าวบ้านคนอื่นให้เสียรสชาติ"
หลินฟางวางตะหลิวลงบนขอบกระทะเหล็ก เสียงกระทบกันของโลหะดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องครัว เธอไม่ได้หันไปมองหน้าสะใภ้รองตระกูลจางที่ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตู แต่กลิ่นหอมฉุยของเนื้อผัดพริกป่าที่เธอเพิ่งปรุงเสร็จกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม มันเย้ายวนจนคนที่ตั้งใจมาหาเรื่องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่อยู่
"นังหลินฟาง! นี่เจ้ากล้าไล่ฉันงั้นรึ? ในฐานะสะใภ้รองที่อาวุโสกว่าเจ้า... เจ้าไม่มีสิทธิ์มาพูดจาต่ำทรามกับข้าแบบนี้!" สะใภ้รองจางหน้าแดงก่ำ นิ้วที่ชี้มาทางเธอสั่นระริกด้วยความโกรธ
หลินฟางหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอนิ่งสนิท ทว่าคมกริบดั่งมีดผ่าตัดที่พร้อมจะชำแหละความจอมปลอมของคนตรงหน้าออกเป็นชิ้นๆ เธอไม่ได้ลุกลี้ลุกลนเหมือนหลินฟางคนเก่าที่ขี้ขลาดและยอมคน ทว่าตอนนี้ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจที่แม้แต่ผู้กองจางเหว่ยยังต้องเหลียวมอง
"อาวุโส? คำว่าอาวุโสใช้กับคนที่ทำตัวให้น่านับถือครับ ไม่ใช่ใช้กับคนที่จ้องแต่จะฉกฉวยผลประโยชน์จากน้องสะใภ้ที่สามีไม่อยู่บ้าน" เธอเดินเข้าไปใกล้ช้าๆ กลิ่นไอความเย็นชาของเธอกดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูด "ที่ผมพูดไปเมื่อครู่ยังไม่ชัดเจนหรือครับ? หรือว่าหูของสะใภ้รองมีปัญหา ผมมีสมุนไพรดีๆ ในห้าง... อ่า... ในคลังแสงของผมที่น่าจะช่วยรักษาอาการหูหนวกชั่วคราวของคุณได้นะ สนใจไหมครับ?"
"แก... แกมันอีนังคนอวดดี! นึกว่ามีผู้กองหนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นสิ? ฝีมือทำอาหารห่วยแตกแบบนี้ ต่อให้ผู้กองกลับมาเขาก็คงเบือนหน้าหนี!"
ทันทีที่สิ้นคำพูด หลินฟางก็หัวเราะออกมาเบาๆ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแคลนอย่างเปิดเผย เธอเดินไปที่โต๊ะไม้ตัวเก่า หยิบถ้วยกระเบื้องที่เพิ่งตักเนื้อผัดพริกควันฉุยขึ้นมาวางลงตรงหน้าสะใภ้รอง
"ห่วยแตกงั้นหรือครับ? ถ้าอย่างนั้น... ลองชิมดูไหมครับ"
สะใภ้รองชะงัก สายตาจับจ้องไปที่จานอาหาร สีของเนื้อเข้มข้นกำลังดี พริกป่าสดใหม่ส่งกลิ่นหอมเผ็ดร้อนที่ซึมลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนมุงอยู่หน้าบ้าน แม้แต่คนในหมู่บ้านที่เดินผ่านไปมายังต้องหยุดชะงัก ฝีมือการปรุงที่ใช้เครื่องปรุงจากมิติลับของเธอนั้นไม่มีวันที่จะเป็นอาหารธรรมดาได้
สะใภ้รองกัดฟันกรอด ความหิวความอยากที่สะสมมาทำให้เธออดใจไม่ไหว เธอคว้าตะเกียบที่หลินฟางวางไว้ข้างจาน คีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปากทันที
ทว่าเพียงแค่รสสัมผัสแรกแตะลิ้น ดวงตาของสะใภ้รองก็เบิกโพลง รสชาติที่กลมกล่อมเผ็ดร้อนซ่านไปทั่วปาก ราวกับมีเวทมนตร์บางอย่างที่ทำให้ทุกอย่างที่เคยทานมากลายเป็นขยะไปเสียหมด แต่นางก็ยังคงพยายามรักษาท่าที "ก็... ก็แค่อาหารบ้านๆ จะไปสู้อะไรกับอาหารเหลาได้!"
"งั้นก็เชิญออกไปครับ" หลินฟางพูดตัดบทโดยไม่ให้เสียเวลา "ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจคิดค่าชิมคำละหนึ่งหยวน และถ้ายังไม่หยุดพล่ามเรื่องสามีผม ผมจะแจ้งให้ผู้กองจางเหว่ยรับทราบด้วยตัวเองว่า ญาติที่รักยิ่งของเขาคนนี้กำลังพยายามยัดเยียดความโชคร้ายให้ภรรยาของเขาอยู่"
บรรยากาศในบ้านเงียบสนิท สะใภ้รองหน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าผู้กองจางเหว่ยคนนี้รักและหวงภรรยาเพียงใด ชายหนุ่มผู้นี้เย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กับหลินฟาง เขาพร้อมจะเผาทุกอย่างให้ราบคาบหากใครบังอาจมาแตะต้องเธอ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกดูโดดเด่นและทรงพลังยิ่งกว่าใคร
"ภรรยาผม... ใครทำอะไรเธอหรือเปล่า?"
ผู้กองจางเหว่ยเดินเข้ามาภายในบ้าน กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขามองข้ามสะใภ้รองไปราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่หลินฟางเพียงผู้เดียว
หลินฟางคลี่ยิ้มบาง เธอไม่ได้หวาดหวั่น แต่กลับหยิบผ้าเช็ดมือขึ้นมาเช็ดคราบเหงื่อที่ข้างขมับของสามีอย่างเป็นธรรมชาติ
"ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่แขกที่มาเยี่ยมเยียนอยากจะชิมฝีมือการทำอาหารของผม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอิ่มเกินไปจนไม่อยากจะอยู่ต่อแล้วนะ"
สะใภ้รองรีบเก็บตะเกียบแล้ววิ่งหนีออกไปทันทีด้วยความลนลาน ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด จางเหว่ยไม่ได้สนใจญาติที่วิ่งหนีไป เขาก้าวเข้าใกล้หลินฟางจนได้กลิ่นหอมของสมุนไพรจากตัวเธอ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหลินฟางขนลุกซู่
"อาหารกลิ่นหอมไปถึงหน้าหมู่บ้านแบบนี้... คงไม่ได้ทำไว้แค่ให้คนอื่นชิมหรอกนะ?"
หลินฟางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มของสามีทหาร หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ทว่าในวินาทีก่อนที่เธอจะตอบกลับ กลิ่นหอมประหลาดที่เข้มข้นกว่าเดิมกลับลอยออกมาจากก้นครัว... กลิ่นที่เธอจำได้แม่นว่า มันไม่ใช่กลิ่นอาหารที่เธอเพิ่งปรุงเสร็จ
และเมื่อเธอหันกลับไปมองที่ประตูห้องเก็บของที่ถูกล็อกเอาไว้แน่นหนา บานประตูนั้นกลับค่อยๆ แง้มออกเองช้าๆ โดยที่ไม่มีใครแตะต้อง!
"จางเหว่ย... คุณล็อคห้องนั้นไว้แน่นหนาแล้วใช่ไหมครับ?"
จางเหว่ยหรี่ตาลง แววตาคมกริบของทหารที่ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วนเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที เขาคว้าปืนพกข้างเอวออกมาโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะดึงตัวหลินฟางมาหลบไว้ด้านหลัง
"หลบไปข้างหลังผม... ในบ้านเรา... มีคนอื่นอยู่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 3
ปะทะปากร้ายกับสะใภ้จอมทัพ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!