“ถ้าพวกท่านยังยืนขวางทางหน้าร้านข้าพเจ้าอีกครึ่งนาทีเดียว รับรองว่าซาลาเปาไส้หมูเห็ดหอมล็อตนี้จะไม่เหลือตกถึงท้องคนตระกูลเฉินอย่างแน่นอนครับ!”
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังของหลินฟางดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุนหน้าร้านอาหารชั่วคราวในตลาดอำเภอ ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีครามยืนกอดอก ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง เมื่อเบื้องหน้าของนางคือสองสามีภรรยาตระกูลเฉิน ญาติผู้เคยเหยียบย่ำรังแกนางมาตลอดตั้งแต่ก้าวเข้าบ้านทหาร วันนี้กลับต้องมายืนกลืนน้ำลายเอื้อมมือสั่นเทาอยู่หน้าเตานึ่ง
“หลินฟาง… เจ้า… เจ้าใจดำเกินไปแล้วนะ! พวกเราก็เป็นญาติห่างๆ กัน ทำไมเจ้าถึงใจจืดใจดำ ขายซาลาเปาให้ชาวบ้านหมดแต่ไม่เหลือให้พวกข้าสักเข่ง!” ป้าสะใภ้เฉินหน้าดำคร่ำเครียด เอ่ยตัดพ้อด้วยความอิจฉาริษยาจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งหมักยีสต์สูตรพิเศษจากมิติห้างสรรพสินค้า ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อหมูสามชั้นหมักเครื่องเทศจนเข้าเนื้อและเห็ดหอมคั่วซีอิ๊ว กลิ่นนี้ลอยฟุ้งกระจายไปไกลกว่าสามลี้ ดึงดูดทั้งพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านในอำเภอให้มารุมล้อมจนแทบไม่มีที่เดิน รายได้มหาศาลที่หลินฟางกอบโกยได้ในช่วงสามวันที่ผ่านมา ทำให้ชื่อเสียงของ “ซาลาเปาและบะหมี่รสเลิศของสะใภ้ตระกูลจาง” ขจรขจายไปทั่วทั้งตำบล
“ญาติหรือครับ?” หลินฟางหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงเยียบเย็นจนป้าสะใภ้สะดุ้ง “วันที่ข้าพเจ้าไม่มีจะกิน ถูกพวกท่านขับไล่กลางสายฝนเมื่อปีก่อน พวกท่านเคยจำคำว่าญาติได้ไหมครับ? เชิญป้ายหน้าเถอะครับ หรือถ้าอยากกินนัก ก็จ่ายมาลูกละสิบอีแปะ… อ้อ! สำหรับคนตระกูลเฉิน ข้าพเจ้าคิดราคาพิเศษ สามเท่าครับ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบด้าน ฝูงชนต่างหัวเราะชอบใจในความปากกล้าและเฉียบขาดของแม่นางหลิน หลายคนพากันชื่นชมว่านางทั้งงดงามและฉลาดเป็นกรด สมกับเป็นภรรยาของผู้กองจางเหว่ย นายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมและอนาคตไกลแห่งกองพลน้อย
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเอง ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารรีดเรียบกริบก็แหวกฝูงชนเข้ามา ผู้กองจางเหว่ยใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองภรรยาแวบหนึ่งเพื่อประเมินว่านางบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ก่อนจะหันไปปรายตามองสองสามีภรรยาตระกูลเฉินด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
“ใครกล้ามาสร้างความรำคาญให้ภรรยาผม เชิญออกไป” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทำเอาคนตระกูลเฉินหน้าซีดเผือก ถอยกรูด3ก้าวและวิ่งหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
หลินฟางเหลือบมองสามีที่มักจะปรากฏตัวในเวลาคับขันเสมอ มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้ “ท่านผู้กองนี่… ตามมาคุมแจยิ่งกว่าผู้ตรวจการกองทัพเสียอีกนะครับ”
จางเหว่ยถอนหายใจเบาๆ ยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้ภรรยาซับเหงื่อที่ไรผม สายตาดุๆ อ่อนแสงลงทันทีเมื่อมองหน้าภรรยา “ผมเป็นห่วงคุณ คนพวกนั้นมือเท้าสกปรก เดี๋ยวจะมาทำให้มือสวยๆ ของคุณเปื้อนเปล่าๆ”
บรรยากาศหวานชื่นระหว่างสามีภรรยาเรียกเสียงแซวจากชาวบ้านรอบข้าง ทว่า ก่อนที่หลินฟางจะได้เอ่ยปากหยอกล้อสามีกลับ ชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยชุดพ่อค้าผ้าไหมเนื้อดี สวมหมวกพ่อค้าภาคกลางท่าทางภูมิฐาน ก็เดินแหวกผู้คนเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ แต่แฝงด้วยความกระตือรือร้น
“แม่นางจาง… ช้าก่อนครับ ได้โปรดช้าก่อน!”
หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หันไปพิจารณาชายผู้นี้ ทราบทันทีว่านี่ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นเถ้าแก่ใหญ่จาก “หอสุราจันทรา” โรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในตัวอำเภอ
“เถ้าแก่เฉียน มีธุระอะไรกับร้านข้างทางเล็กๆ ของข้าพเจ้าหรือครับ?” หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รักษาระยะห่างอย่างระแวดระวัง
เถ้าแก่เฉียนประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ข้าพเจ้าได้ชิมซาลาเปาและบะหมี่น้ำใสของแม่นางเมื่อวานนี้แล้ว… บอกตามตรงว่าตั้งแต่เกิดมา ข้าพเจ้าไม่เคยลิ้มรสอาหารใดที่มีรสชาติล้ำเลิศกลมกล่อมเช่นนี้มาก่อนเลย วัตถุดิบ น้ำซุป และแม้แต่แป้ง… มันช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก!”
จางเหว่ยขยับตัวเข้ามาบังหน้าภรรยาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาคมกريบจ้องมองพ่อค้าใหญ่ราวกับเสือจ้องเหยื่อ
เถ้าแก่เฉียนรีบยกมือโบกปฏิเสธพัลวัน “โอ้! ท่านผู้กองจาง อย่าได้เข้าใจผิด ข้าพเจ้าไม่ได้มาหาเรื่อง แต่ข้าพเจ้ามาด้วย ‘ความจริงใจ’ ครับแม่นางหลิน ข้าพเจ้าอยากจะขอซื้อ… ข้าพเจ้าอยากจะขอซื้อสูตรลับการทำซาลาเปาและน้ำซุปบะหมี่ของท่าน!”
สิ้นคำกล่าวของเถ้าแก่เฉียน ฝูงชนรอบข้างถึงกับเงียบกริบ เสียงลมหายใจสะดุดลงทันที การซื้อขายสูตรอาหารในยุคสมัยนี้คือการซื้อขาย “รากฐานชีวิต” ไม่มีใครยอมปล่อยเคล็ดลับทำมาหากินเด็ดขาด
หลินฟางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือดีใจ ตรงกันข้าม แววตาคู่สวยกลับพินิจพิเคราะห์คู่สนทนาอย่างลึกซึ้ง สูตรอาหารในมิติห้างสรรพสินค้าของนางมีอยู่เป็นหมื่นๆ สูตร การขายออกไปสักสูตรย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากได้ราคาที่ทำให้สามีของนางสามารถสร้างฐานะได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายในกองทัพอีกต่อไป
“สูตรอาหารของข้าพเจ้ามีมูลค่ามหาศาล เถ้าแก่เฉียนคิดว่า… ท่านจะกล้าจ่ายในราคาที่ ‘คู่ควร’ หรือไม่เล่าครับ?” หลินฟางแย้มยิ้มอย่างมีความหมาย น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
เถ้าแก่เฉียนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากเสนอตัวเลขในใจ ทว่า จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประกาศกร้าวจากเจ้าหน้าที่รัฐประจำอำเภอ พร้อมกับขบวนรถม้าติดตราประทับของทางการที่วิ่งตรงเข้ามาหยุดหน้าร้านของพวกเขาอย่างกะทันหัน!
“หลินฟาง! ผู้กองจางเหว่ย! นายอำเภอสั่งให้เชิญพวกท่านไปพบที่ว่าการอำเภอ เดี๋ยวนี้!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 22
ชื่อเสียงโด่งดังไปถึงอำเภอ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!