คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง•ตอนที่ 27

จุดวิกฤต: ใครขวางทางต้องโดน

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
กลิ่นหอมฉุยของเนื้อหมูตุ๋นเห็ดหอมที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านพักนายทหารจนน่าฉงน แต่บรรยากาศภายในห้องครัวกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาถ่าน “คุณแม่ครับ... นี่มันหมายความว่ายังไง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของผู้กองจางเหว่ยตวาดก้องจนฝาหม้อสเตนเลสแทบสั่นสะเทือน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองไปยังผู้เป็นแม่แท้ๆ ด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยว มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ ตรงหน้าของเขา นางจางผู้เป็นแม่สามี ยืนกอดอกทำหน้าเชิดไม่รู้ไม่ชี้ ข้างกายมีตะกร้าไม้ไผ่ใบโตที่ภายในเต็มไปด้วยขวดเครื่องปรุงรสสูตรลับและแป้งสาลีคุณภาพเยี่ยมที่หลินฟางตั้งใจเก็บไว้ใช้ทำซาลาเปาขายในตลาดมืดพรุ่งนี้เช้า “แกจะเสียงดังใส่ฉันทำไมฮึ ตาเหว่ย! ฉันเป็นแม่แกนะ!” นางจางแหวกลับเสียงแหลมสูง ใบหน้าย่นยู่ด้วยความไม่พอใจ “ฉันก็แค่เห็นว่าสะใภ้รองของแกมันทำตัวร่ำรวยผิดปกติ มีของกินของใช้ดีๆ เต็มบ้านไปหมด ฉันเป็นแม่ก็แค่จะเอาของพวกนี้ไปแบ่งให้ญาติๆ ทางฝั่งโน้นได้กินด้วย เป็นลูกกตัญญูมันผิดตรงไหน!” “แบ่ง? หรือขโมยไปให้พี่ใหญ่กับน้องสามเอาไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองกันแน่ครับ!” หลินฟางก้าวออกมาจากมุมห้อง ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านไม่ได้ดูโทรมเหมือนชาวบ้านทั่วไป เธอยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตาให้แม่สามี “คุณแม่ขา ของทุกชิ้นในบ้านหลังนี้ ไม่ว่าจะเครื่องปรุงหรือแป้งสาลี ฉันใช้หยาดเหงื่อแรงกายและมันสมองหามาด้วยตัวเองทั้งสิ้น คุณแม่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องมัน!” “นังสะใภ้ไร้ศีลธรรม! แกกล้าขึ้นเสียงกับแม่สามีเรอะ!” นางจางหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้าไปหมายจะเงื้อมือตบหน้าสะใภ้ตัวดีสักฉาด แต่มีหรือที่จางเหว่ยจะยอมยืนดูอยู่เฉยๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างมารดาและภรรยาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือใหญ่คว้าข้อมือของมารดาไว้แน่น แรงบิดมหาศาลทำให้ข้อมือนางจางชาหนึบจนต้องร้องโอดครวญ “พอได้แล้วครับ!” จางเหว่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาที่มองมารดาเย็นชาไร้ความรู้สึกจนน่ากลัว “ที่ผ่านมาผมยอมให้คุณแม่ทำตามใจมาตลอด เพราะเห็นแก่คำว่าบุตรบริบาล แต่ครั้งนี้... คุณแม่ข้ามเส้นเกินไปแล้ว การลักลอบเอาทรัพย์สินของภรรยาผมไป มันเข้าข่ายลักทรัพย์นะครับ!” “แก... แกกล้าขู่แม่ตัวเองเหรอนายทหารอกตัญญู! เพราะนังนี่คนเดียวเลยใช่ไหมที่เป่าหูแก!” นางจางกรีดร้องโวยวายลั่นบ้าน หวังให้เพื่อนบ้านแห่กันมาดูความ “อกตัญญู” ของลูกชายและสะใภ้ ทว่า หลินฟางกลับไม่สะทกสะทรานแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปใกล้ตะกร้าไม้ไผ่ หยิบขวดซีอิ๊วดำสูตรพิเศษขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน “คุณแม่โวยวายไปก็เปล่าประโยชน์ครับ... อ้อ เผลอๆ ของในตะกร้านี้อาจจะมี ‘ของแถมพิเศษ’ ที่ฉันเพิ่งผสมลงไปเมื่อครู่ก็ได้นะ” คำพูดทีเล่นทีจริงแต่แววตากลับจริงจัง ทำให้นางจางชะงักกึก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แกล้ง... แกแกล้งใส่อะไรลงไปในเครื่องปรุง!” “ใครจะรู้ล่ะครับ? อาจจะเป็นยาถ่ายสูตรช้างสาร หรือผงสมุนไพรขับพิษที่ทำให้ท้องเสียสามวันสามคืนไม่หยุด...” หลินฟางลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่ยี่ระ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ยืนอยู่ข้างๆ เคมีและความเข้าขาของทั้งคู่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสะท้าน จางเหว่ยไม่เพียงแต่ไม่ตำหนภรรยา เขากลับส่งสายตาเจ้าเล่ห์และตามใจภรรยาเต็มที่สมฉายาสายเปย์ตัวจริง “ถ้าคุณแม่ยังไม่ยอมวางตะกร้าลงแล้วไสมือกลับบ้านตัวเองไปล่ะก็... ผมจะส่งเรื่องให้ทางกองร้อยตรวจสอบพฤติกรรมของพี่ใหญ่ที่ชอบแอบอ้างชื่อผมไปหาผลประโยชน์ด้วยนะครับ” จางเหว่ยหยิบไพ่ตายขึ้นมาขู่ได้อย่างแม่นยำ นางจางหน้าซีดเผือดทันที นางรู้ดีว่าบุตรชายคนโตแอบอ้างชื่อเสียงผู้กองจางไปทำเรื่องเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านไว้มากแค่ไหน หากเรื่องถึงหูผู้บังคับบัญชา มีหวังได้ปลดออกจากตำแหน่งแน่ นางจำต้องสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง คว้าตะกร้าเปล่า (เพราะถูกหลินฟางยึดขวดเครื่องปรุงคืนหมดแล้ว) แล้วก้าวฉับๆ ออกจากบ้านไปพร้อมกับคำสาปแช่งไล่หลัง บรรยากาศในบ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลินฟางถอนหายใจยาวก่อนจะหันมามองหน้าสามี “คุณนี่นะ... ขู่แม่ตัวเองแบบนั้น เดี๋ยวก็โดนชาวบ้านนินทาหรอกค่ะ” “ช่างหัวชาวบ้านสครับ ชีวิตผมมีแค่คุณกับอนาคตของเราก็พอแล้ว” จางเหว่ยสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง เกยคางลงบนลาดไหล่สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวภรรยาเพื่อคลายความตึงเครียด “ปล่อยเลยค่ะ เนื้อตุ๋นไหม้หมดแล้วเห็นไหมเนี่ย!” หลินฟางตีมือหนาเบาๆ แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย คืนนั้น ความสุขสงบกลับคืนสู่ครอบครัวจางอีกครั้ง พร้อมๆ กับแผนการขยายธุรกิจแปรรูปอาหารในมิติลับที่กำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด หลินฟางใช้เวลาช่วงดึกในการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานเกรดพรีเมียมจากห้างสรรพสินค้าในมิติ เพื่อเตรียมนำไปเพาะปลูกในแปลงเกษตรหลังบ้านที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ เช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบแปลงผักสีเขียวขจี หลินฟางตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมทำ "ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมนึ่งร้อนๆ" กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งนุ่มๆ และเนื้อหมูหมักเครื่องเทศลอยตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย เรียกน้ำลายจากบรรดาเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี สินค้าล็อตแรกของเธอถูกจับจองหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนน่าชื่นใจ ทว่า ในขณะที่หลินฟางกำลังนับธนบัตรในมือด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับร่างของทหารสื่อสารคนสนิทของสามีที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยเนื้อตัวมอมแมม “ผู้กองจางแย่แล้วครับ! รถบรรทุกสินค้าล็อตใหญ่ที่เราสั่งนำเข้าจากเมืองหลวง ถูกคนของตระกูลจางสกัดไว้ที่ด่านตรวจทางเหนือ แถมตอนนี้... สินค้าทั้งหมดถูกยึดอายัดไว้โดยอ้างว่าผิดกฎหมายครับ!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายคลังแสงยุค 80: ขอหย่าไปทำฟาร์มให้สามีทหารตาค้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%