กลิ่นควันธูปผสมกลิ่นคาวเลือดที่ลอยอบอวลในห้องโถงมืดทึบ ถูกกระชากให้จางลงด้วยแรงลมจากการก้าวพรวดพราดของกองกำลังทหารอัครมหาเสนาบดีพาน ประชาสัมพันธ์ไม้บานใหญ่ที่ถูกกระแทกเปิดออกยังคงสั่นสะเทือน เซี่ยหว่านหนิงไม่ขยับเขยื้อนร่างแม้แต่น้อย ปลายเท้าของนางตรึงแน่นอยู่กับพื้น สายตากวาดมองกลุ่มทหารที่ถือคบเพลิงล้อมกรอบเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับฝูงหมาป่าต้อนเหยื่อ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของนางไว้ทั้งหมดหาใช่ความตายที่จ่ออยู่ตรงหน้าไม่ แต่เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของอัครมหาเสนาบดีพาน—รอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ
"ท่านเสนาบดีพานนำกำลังยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าจะมิใช่กิจธุระของสำนักราชเลขาธิการกระมังคะ" สุ้มเสียงของเซี่ยหว่านหนิงราบเรียบ เยือกเย็น และคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง นางไม่แม้แต่จะป้องมือคารวะตามธรรมเนียมปฏิบัติ
อัครมหาเสนาบดีพานปรายตามองหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างท้วมหนาในอาภรณ์ปักดิ้นทองก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากศพเพียงสองก้าว ดวงตาเรียวรีพิจารณาคราบเลือดและกระดาษในมือของหลี่จวินเฉินด้วยความพึงพอใจ "ใต้เท้าเซี่ยช่างขยันขันแข็งยิ่งนัก ดึกดื่นป่านนี้ยังมาเดินตรวจตราคดีฆาตกรรมถึงเรือนร้าง น่าเสียดาย... ที่หลักฐานชิ้นสำคัญในมือรองแม่ทัพหลี่ จะกลายเป็นหลักมัดตัวพวกท่านเองว่าแอบลักลอบทำลายหลักฐานของทางการ"
หลี่จวินเฉินแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกต้อนจนมุม มือหนากำกระดาษเปื้อนเลือดในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว "หลักฐานหรือพะยะค่ะ? หรือท่านกลัวว่าพวกข้าจะเจอหลักฐานที่โยงใยไปถึงห้องสมุดส่วนตัวของท่านกันแน่ ท่านเสนาบดีพาน"
"ปากกล้าดีนี่" อัครมหาเสนาบดีพานหรี่ตามองรองแม่ทัพหนุ่มอย่างเหยียดหยาม "จับกุมตัวไว้! ข้อหาบุกรุกสถานที่เกิดเหตุและทำลายหลักฐานหลวง ใครขัดขืน... ฆ่าได้ทันที!"
สิ้นคำสั่ง ทหารนับสิบต่างชักดาบออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันดังแสบแก้วตา เซี่ยหว่านหนิงขยับตัวเข้าประชิดแผ่นหลังของหลี่จวินเฉินโดยสัญชาตญาณ ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเบาบางท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือก นางกระซิบเสียงเบาชิดใบหูของเขาโดยไม่หันไปมอง "อย่าเพิ่งใช้กำลัง... กระดาษแผ่นนั้นสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ตกไปในมือเขา"
"ข้ารู้ ยัยตัวแสบ เกาะข้าไว้ให้ดีก็แล้วกัน" หลี่จวินเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เจือความระอาเจือความห่วงใยอย่างแนบเนียน ร่างสูงก้าวขนาบข้างบังร่างบางเอาไว้มิดชิด ปลายดาบในมือขวาตวัดวาดเป็นวงโค้งบังคับให้ทหารกลุ่มแรกต้องชะงักฝีเท้าด้วยความเกรงกลัวในรัศมีอำนาจ
ทว่า ก่อนที่คมดาบจะปะทะกัน เสียงตบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากด้านหลังสุดของกลุ่มทหาร
"ช้าก่อน..."
เงาร่างโปร่งระหงในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหมวกสานปีกกว้าง ทว่าเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นรับแสงจากคบเพลิง เซี่ยหว่านหนิงก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง นางคือ 'ฮวาเหนียง' นางโลมาผู้เลอโฉมแห่งหอคณิกาบุปผาจันทร์ ผู้ซึ่งควรจะหลบหนีออกนอกเมืองไปตั้งแต่วันเกิดเหตุฆาตกรรมแล้ว
"แม่นางฮวา?" หลี่จวินเฉินเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ
ฮวาเหนียงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับแฝงความอาดูรไว้ลึกซึ้ง นางกวาดสายตามองอัครมหาเสนาบดีพานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับเซี่ยหว่านหนิง "ใต้เท้าเซี่ย... ท่านกำลังตามหา 'น้ำหมึกมังกรหยก' และกระดาษสาจากแคว้นซีเหลียงใช่หรือไม่เพคะ สิ่งที่พวกท่านถืออยู่เป็นเพียงเศษเสี้ยวความจริงที่ท่านเสนาบดีต้องการซุกซ่อนไว้ใต้พรมเท่านั้น"
อัครมหาเสนาบดีพานหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "นังสารเลว เจ้าพูดเหลိုးไหลอะไร!"
"หม่อมฉันไม่ได้พูดเหลวไหลเพคะท่านเสนาบดี..." ฮวาเหนียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท นางหยิบห่อผ้าไหมปักลายประณีตออกจากอกเสื้อแล้วโยนมาให้เซี่ยหว่านหนิงรับไว้ได้อย่างแม่นยำ "นี่คือบัญชีลับที่แท้จริง บันทึกการซื้อขายน้ำหมึกหายากและการติดสินบนขุนนางเพื่อปกปิดคดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน ทุกตัวอักษรเขียนด้วยหมึกชนิดเดียวกันกับที่ใช้สังหารเหยื่อในคืนนี้"
เซี่ยหว่านหนิงรับห่อผ้ามาเปิดออกดูอย่างรวดเร็ว แสงจากคบเพลิงสะท้อนตัวอักษรรายชื่อขุนนางนับสิบคนที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกคลังหลวงและคดีฆาตกรรมอำพราง มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ปมปริศนาที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุมบัดนี้ถูกกระชากจนเห็นแก่นแท้แล้ว
"จับนาง! ฆ่ามันให้หมด!" อัครมหาเสนาบดีพานคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ สัญญาณการสังหารหมู่ถูกประกาศกร้าว ทหารทั้งหมดพุ่งดาบเข้ามาพร้อมกันในคราเดียว
"หลบหลังข้า!" หลี่จวินเฉินตวาดลั่น มือหนากระชากเอวบางของเซี่ยหว่านหนิงให้เข้ามาแนบชิดติดกายในเสี้ยววินาทีที่คมดาบพุ่งเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงปะทะจากการเหวี่ยงดาบของรองแม่ทัพหนุ่มซัดร่างของทหารหน้ากระดานกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง
ทว่า ในจังหวะที่ชุลมุนและลมพายุจากคบเพลิงโหมกระหน่ำนั้นเอง ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งก็แหวกอากาศพุ่งตรงมาจากมุมมืดด้านบนขื่อคา ฮวาเหนียงกรีดร้องเสียงหลง ร่างระหงทรุดฮวบลงกับพื้นโดยมีลูกธนูปักคาอยู่ที่หัวใจ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
เซี่ยหว่านหนิงเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ นางพจะก้าวเข้าไปดู แต่มือแกร่งของหลี่จวินเฉินกลับคว้าข้อมือนางไว้แน่นจนเจ็บ พร้อมกับที่เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดจนน่ากลัวข้างใบหู
"อย่าขยับ... มีคนซุ่มอยู่บนหลังคามากกว่ายี่สิบคน และเป้าหมายของพวกมัน..." หลี่จวินเฉินหันมาสบตาเซี่ยหว่านหนิง แววตาของชายหนุ่มไหววูบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "ไม่ใช่แค่บัญชีลับ... แต่คือพวกเราสองคน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
บัญชีลับคดีรักใต้ร่มจันทร์•ตอนที่ 2
ร่องรอยแห่งคราบหมึก
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญชีลับคดีรักใต้ร่มจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!