บัญชีลับคดีรักใต้ร่มจันทร์•ตอนที่ 3

ข้อกังขาในจวนสกุลเฉิน

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"ใต้เท้าเฉินคงทราบกระบวนความดีว่า การซุกซ่อนบัญชีรายรับรายจ่ายของกองทัพไว้ในหีบผ้าไหมปักลายดอกเหมย ไม่ใช่รสนิยมของบุรุษผู้รักความสัตย์ซื่อทั่วไปหรอกนะคะ" น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษของเซี่ยหว่านหนิง ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่จวนสกุลเฉิน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและชาผู่เอ๋อร์ชั้นดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความกดดันกลับยิ่งบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเจ้าของจวนผู้มีใบซีดเผือด เฉินอี้หลาน หัวหน้ากองเสบียงผู้มั่งคั่ง หัวเราะกลบเกลื่อน พลางยกจานชาขึ้นจิบลวกๆ เพื่อซ่อนมือที่สั่นเทา "ใต้เท้าเซี่ย ท่านล้อเล่นเกินไปแล้ว กระผมเป็นข้าราชการต้อยต่ำ จะกล้าอาจหาญซุกซ่อนบัญชีทหารได้อย่างไร บัญชีในหีบนั้นเป็นเพียงรายการผ้าทอส่งออกต่างเมืองเท่านั้นขอรับ" "ผ้าทอที่ต้องใช้หมึกชาดจีนตราประทับของคลังหลวง และตัวเลขการขนส่งที่ตรงกับคลังอาวุธเป๊ะๆ นี่...คงเป็นผ้าทอชนิดพิเศษที่สามารถใช้ตัดชุดเกราะออกรบได้กระมังคะ?" หลี่จวินเฉิน รองแม่ทัพหน่วยองครักษ์เสื้อแพรผู้ยืนกอดอกพิงเสาไม้แกะสลัก เอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเฉินอี้หลานอย่างทะลุปรุโปร่ง "หากท่านยังยืนกรานคำเดิม เกรงว่าข้าคงต้องให้ลูกน้องรื้อห้องนอนของฮูหยินท่านดูเสียหน่อย เผื่อว่าบัญชีฉบับเต็มจะแอบซุกอยู่ใต้หมอนหนุนนอนของนาง" "ท่านรองแม่ทัพ! ท่าน... ท่านรังแกข้าราชการผู้น้อยเกินไปแล้ว!" เฉินอี้หลานตบโต๊ะฉาดใหญ่ ลุกพรวดขึ้นจนถ้วยชาคว่ำลง น้ำชาสีเข้มไหลนองราดรดกระดาษเอกสารบนโต๊ะจนเปียกโชก แต่ไม่มีใครในที่นั้นแสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เซี่ยหว่านหนิงไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้จันทน์ช้าๆ ปลายนิ้วเรียวสวยแตะลงบนกระดาษที่เปียกชุ่ม พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ทรงพลัง "ความโกรธเกรี้ยวไม่ได้ช่วยให้ท่านพ้นข้อกล่าวหาหรอกค่ะใต้เท้าเฉิน แต่ความจริงต่างหากที่จะช่วยชีวิตท่านได้... หรือท่านกำลังรอให้ใครบางคน ส่งจดหมายตายมาปิดปากท่านเสียก่อน?" ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้เฉินอี้หลานชะงักกึก ร่างท้วมสั่นเทาทันทีอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ความลับที่เขาคิดว่าเก็บซ้ำซ้อนไว้อย่างดี บัดนี้กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงตะวันโดยคนของสำนักราชเลขาธิการและองครักษ์เสื้อแพรผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหด หลี่จวินเฉินผละออกจากเสา เขาเดินเข้ามาใกล้เซี่ยหว่านหนิง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบชิดกัน กลิ่นกายบุรุษเจือกลิ่นอายสงครามลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของหญิงสาว นางเหลือบสายตาขึ้นมองเขาเล็กน้อย พบว่าดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความขบขันและความชื่นชมในคราเดียวกัน "เจ้าช่างกล้านัก หว่านหนิง..." หลี่จวินเฉินโน้มใบหน้าลงกระซิบกระซาบข้างใบหูของนาง เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายจนชวนให้หัวใจกระตุกวูบ "มาสืบคดีกับข้าทีไร เจ้าไม่เคยทำให้ความตายดูน่าสนุกน้อยลงเลยสักครั้ง" "กรุณาสำรวมด้วยค่ะใต้เท้าหลี่ นี่ไม่ใช่ค่ายทหาร และข้าก็ไม่ใช่สตรีในห้องหอที่ท่านจะมาหยอกล้อตามใจชอบ" เซี่ยหว่านหนิงเอียงคอมุดหลบระยะประชิดอย่างนิ่มนวล ทว่ามุมปากกลับระบายยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา "อีกอย่าง หากท่านยังเอาแต่เข้าใกล้ข้าจนเกินงาม เกรงว่าหลักฐานชิ้นสำคัญตรงหน้า อาจจะถูกทำลายโดยคนของเราเองเสียก่อน" นางส่งสัญญาณสายตาไปยังองครักษ์ใต้บังคับบัญชาที่กำลังงัดพื้นไม้กระดานมุมห้อง ซึ่งปรากฏช่องลับขนาดใหญ่บรรจุหีบเหล็กตอกหมุดทองแดงอย่างแน่นหนา เฉินอี้หลานเห็นดังนั้นก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น สีหน้าหมดสิ้นซึ่งความฮึกเหิม ร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับคนไร้กระดูก "พอแล้ว... ข้ายอมรับแล้ว... ข้าเป็นเพียงเบี้ยล่าง ปลายทางของบัญชีนี้ไม่ได้อยู่ที่ข้า..." เซี่ยหว่านหนิงย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกับผู้ต้องหา นางเอื้อมมือไปเปิดฝาหีบเหล็กช้าๆ เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ภายในหีบลึกปรากฏสมุดบัญชีเล่มหนาปกหนังสีดำสนิท ประทับตราสัญลักษณ์รูป 'ดอกเบญจมาศหนาม' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ต้องห้ามของวังหลัง หัวใจของเซี่ยหว่านหนิงกระตุกวูบ ปมปริศนาที่ตามหามาแรมเดือนบัดนี้สาวมาถึงขั้วอำนาจที่ใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการ ทว่าก่อนที่นางจะได้หยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาตรวจสอบ ลมพายุประหลาดก็พัดกรรโชกเข้ามาทางหน้าต่างจนผ้าม่านปลิวไสว เทียนไขทุกดวงในห้องโถงดับลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็วฉับพลัน หลี่จวินเฉินเคลื่อนกายเข้ามาคว้าเอวบางของเซี่ยหว่านหนิงรวบเข้าหาตัวในอ้อมแขนอย่างสัญชาตญาณ ดาบในฝักถูกชักออกครึ่งเล่มด้วยมืออีกข้าง ลลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่บริเวณต้นคอของนาง "ระวังตัว..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูอย่างตื่นตัว ปัง! เสียงประตูห้องโถงถูกถีบจนกระเด็นหลุดจากบานพับ แสงไฟสว่างวาบจากคบเพลิงส่องกระทบร่างของบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่ ทำให้เซี่ยหว่านหนิงเบิกตาโพรงด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูท่ามกลางความโกลาหล คือขันทีสนิทคนประจำพระองค์ของฮองเฮา พร้อมกับราชโองการลับสีทองอร่ามในมือ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญชีลับคดีรักใต้ร่มจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%