กลิ่นหมึกจีนชั้นดีที่ผสมผสานกับกลิ่นอับของตำราโบราณนับหมื่นเล่ม ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในหอสมุดหลวงยามวิกาลนี้น่ารื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือชั้นหนังสือแถวที่สี่ต่างหาก คือสิ่งที่ดึงดูดสัญชาตญาณดิบของคนเป็นนักตรวจสอบให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
เซี่ยหว่านหนิงก้าวเท้าผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปลายรองเท้าผ้าปักลายเมฆเหยียบย่างลงบนพื้นไม้อย่างระมัดระวังจนแทบไร้ซุ่มเสียง อาภรณ์สีครามเข้มของสำนักราชเลขาธิการช่วยอำพรางเงาร่างระหงของนางให้กลืนไปกับความมืดมิดของหอสมุดเจ็ดชั้น ปิ่นหยกขาวบนมวยผมลู่ตามจังหวะการก้มตัวลงตรวจสอบร่างไร้ลมหายใจที่นอนพับอยู่หน้าชั้นตำราประวัติศาสตร์
ร่างนั้นคือใต้เท้าจาง ขุนนางขั้นห้าแห่งกรมพิธีการ ดวงเบิกโพลงสะท้อนเงาแสงเทียนริบหรี่ ลำคอมีรอยเขียวช้ำของนิ้วมือและรอยบาดลึกจากคมมีดที่แม่นยำราวนักฆ่ามืออาชีพ
"ท่านมาช้ากว่าที่ข้าคิดไว้... แม่นางเซี่ย"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับจังหวะก้าวเดินของเสือดาวดังขึ้นจากความมืดหลังชั้นหนังสือ เซี่ยหว่านหนิงไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ นางเพียงปรายหางตาคมกริบมองไปยังเจ้าของเสียงด้วยแววตาราบเรียบ เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความถือดี
หลี่จวินเฉินก้าวออกมาจากเงาอับแสง ร่างสูงใหญ่ในชุดองครักษ์เสื้อแพรสีแดงเพลิงขับเน้นให้ใบหน้าคมคายดุดันนั้นดูโดดเด่นและอันตรายเป็นทวีคูณ มือหนาข้างหนึ่งวางอยู่บนด้ามกระบี่ข้างกาย ท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังเดินชมสวนดอกไม้หาใช่สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม
"ถ้าสำนักราชเลขาธิการทำงานช้าเต่าคลานเช่นท่าน รองแม่ทัพหลี่คงได้ย้ายไปเก็บศพขุนนางครึ่งราชสำนักแล้วกระมังคะ" เซี่ยหว่านหนิงย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงหวานใสแต่คมกริบราวจ้วงแทงด้วยเข็มซ่อนนาก "อีกอย่าง... หอสมุดหลวงแห่งนี้อยู่ในความดูแลของหน่วยองครักษ์เสื้อแพร เหตุใดจึงมีคนตายโดยที่ท่านไม่รู้ระแคะระคายเลยเล่า เจ้าค่ะ"
หลี่จวินเฉินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันที่ชวนให้คนมองอยากจะยื่นมือไปตบให้หายกวนประสาท "ฝีปากคมคายสมคำร่ำลือ... น่าเสียดายที่คมกว่ากระบี่ในมือท่านเสียอีก แม่นางเซี่ยท่านนี้ช่างเจรจายิ่งนัก แต่ก่อนจะมาต่อปากต่อคำกับข้า ช่วยก้มลงดูรอยแผลบนคอศพให้ดีเสียก่อน ค่อยมาอวดเก่งว่าใครควรทำงานช้าหรือเร็ว"
เซี่ยหว่านหนิงขบกรามแน่นเล็กน้อย นางเกลียดนักไอ้ท่าทีลอยชายราวกับถือไพ่เหนือกว่าของบุรุษผู้นี้ มือเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างหยิบแผ่นกระดาษบางขึ้นมาจดบันทึก รักษาระยะห่างจากศพในระยะที่พอเหมาะ นางย่อตัวลงอีกนิดเพื่อพิจารณาร่องรอย
"รอยบีบคอซ้ายมือลึกกว่าขวา... คนร้ายถนัดมือซ้าย หรือไม่ก็ยืนอยู่มุมอับฝั่งซ้ายของชั้นหนังสือ" เสียงหวานเอ่ยวิเคราะห์ออกมาเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง แต่ดวงตาสีดำสนิทกลับกวาดมองไปรอบคอบ "และที่สำคัญ ท่าทางล้มลงไม่ได้เกิดจากการต่อสู้... ใต้เท้าจางรู้จักคนร้าย หรือไม่ก็กำลังค้นหาบางอย่างในหอสมุดแห่งนี้เวลากลางคืน"
"ฉลาด" หลี่จวินเฉินเอ่ยชมสั้นๆ น้ำเสียงเจือความระคนทึ่งอยู่หลายส่วน แต่ร่างสูงกลับขยับเข้ามาประชิดตัวนางอย่างไร้ซุ่มเสียง จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กตีรวนเข้ามาในโสตประสาท เซี่ยหว่านหนิงผุดลุกขึ้นทันควัน ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านปลายจมูกของนางจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่สบอารมณ์
"รองแม่ทัพหลี่! ถอยไป" นางถอยหลังก้นชนชั้นหนังสือ ดวงตาคู่สวยตวัดมองอย่างเอาเรื่อง "รักษาระยะห่างด้วยค่ะ บุรุษผู้ทรงเกียรติย่อมไม่ล่วงเกินสตรีในยามวิกาลเช่นนี้"
"ข้าเป็นองครักษ์... หน้าที่ของข้าคือความปลอดภัยของหลักฐาน และท่าน... แม่นางเซี่ย ก็คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ข้าต้อง 'จับตาดู' ให้ใกล้ชิดที่สุด" หลี่จวินเฉินโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ดวงตาคมกริมพินิจพิเคราะห์ใบหน้างามที่กำลังฉายแววไม่พอใจอย่างนึกสนุก เขาสიมยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "จริงสิ ข้าเพิ่งพบบางอย่างในมือของศพ... ท่านอยากดูร่วมกับข้าไหมล่ะ"
พูดจบ มือหนาก็แบออกเผยให้เห็นแผ่นกระดาษพับยับยู่ยี่ที่มีคราบเลือดเปรอะเปื้อน เซี่ยหว่านหนิงลืมความโกรธเมื่อครู่ไปสิ้นเชิง สัญชาตญาณนักตรวจสอบดึงดูดให้นางก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ทว่าในจังหวะที่นางโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่ออ่านข้อความด้านใน หลี่จวินเฉินกลับจงใจขยับตัวเข้ามาบล็อกทางหนีของนางไว้โดยสมบูรณ์ วงแขนแข็งแกร่งข้างหนึ่งพาด1งบนชั้นหนังสือ กักขังร่างนางไว้ในอ้อมกอดกลายๆ
จังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินชั้นล่าง พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของขันทีเวรยาม
"ใต้เท้าพานมาแล้ว! เปิดประตูหอสมุดเร็วเข้า!"
เซี่ยหว่านหนิงเบิกตากว้างเมื่อตระหนักว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากขุนนางผู้ใหญ่คนอื่นมาเห็นพวกเขาสองคนอยู่ในสภาพคล้ายกำลังกอดก่ายกันเหนือศพปริศนา ชื่อเสียงของนางคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
นางเงยหน้าขึ้นหวังจะต่อว่าคนตัวโตที่สร้างเรื่อง แต่หลี่จวินเฉินกลับก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"อยากรอดออกไปโดยไม่ต้องแต่งเข้าจวนรองแม่ทัพ... ก็อยู่นิ่งๆ เสียสตรีปากเก่ง"
สิ้นคำพูดนั้น ประชาสัมพันธ์ไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล แสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างของอัครมหาเสนาบดีพานผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาพร้อมกองกำลังทหาร ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเซี่ยหว่านหนิงสะดุดกึก ไม่ใช่เพราะพวกเขากำลังจะถูกจับได้ แต่เป็นเพราะสายตาของอัครมหาเสนาบดีพานที่มองตรงมายังศพ ก่อนจะหยุดนิ่งที่กระดาษเปื้อนเลือดในมือของหลี่จวินเฉิน พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... รอยยิ้มของฆาตกรตัวจริง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขคดีไปกับหมอกเหมยนะคะ
บัญชีลับคดีรักใต้ร่มจันทร์•ตอนที่ 1
ศพปริศนาในหอสมุด
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัญชีลับคดีรักใต้ร่มจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!