เศษปูนที่ร่วงกราวลงมาเมื่อครู่ยังไม่ทันจางกลิ่นฝุ่น รินรดาผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในการคัดค้านโปรเจกต์นี้ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวกวินทร์ด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกน สัญชาตญาณการปะทะระหว่างสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งกับนักอนุรักษ์หัวรั้นปะทุขึ้นกลางไซต์งานทันทีโดยไม่ต้องมีสัญญาณเตือน
"คุณสถาปนิกมือหนึ่ง... ตาบอดหรือว่าจงใจแกล้งโง่กันแน่ครับ ถึงปล่อยให้มีการรื้อถอนโครงสร้างรับแรงแบบนี้ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบผังวิศวกรรมโครงสร้างโบราณ?" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นทันทีที่ยืนประจันหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความดื้อรั้นและเอาเรื่องแผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวจนกวินทร์ต้องเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
กวินทร์หรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา นัยน์ตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มกวาดมองตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวที่ชี้หน้าเขา ไปจนถึงดวงตากลมโตที่กำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ปากบางเฉียบของเขาเหยียดยิ้มเย็นชาในแบบฉบับที่คนเห็นแล้วอยากจะกระโจนเข้าไปฟาดสักที
"ถ้าใช้สมองคิดวิเคราะห์สักนิดก่อนจะพ่นคำพูดไร้สาระออกมา คุณรินรดาคงไม่ต้องมายืนหน้าตาตื่นอยู่ตรงนี้หรอกนะ" กวินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก "แบบแปลนในมือผมนี่ต่างหากคือของจริง ส่วนที่คุณถืออยู่มันเป็นแค่กระดาษเก่าๆ ที่รอวันย่อยสลายตามกาลเวลา... เหมือนกับความคิดล้าสมัยของคุณนั่นแหละ"
"ปากจัดเป็นพรสวรรค์สินะครับคุณกวินทร์!" รินรดากัดฟันกรอด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าหวานแดงก่ำ "ถ้าแปลนของคุณมันถูกต้องจริง ทำไมคานรับน้ำหนักตรงหัวมุมถึงเกิดรอยร้าวขึ้นมาได้หลังจากการทุบครั้งแรก? หรือว่าวิศวกรที่คุณพามาด้วยใช้ไม้บรรทัดวัดความแข็งแรงของคอนกรีตเสริมเหล็ก!"
ประโยคย้อนกลับที่เผ็ดร้อนนี้ทำให้รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของกวินทร์หายวับไปในพริบตา เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าวหนึ่ง จนรินรดาต้องเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ ความสูงที่แตกต่างทำให้ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มกลายเป็นการกดดันทางอ้อม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"อย่ามาดูถูกมาตรฐานงานของผม รินรดา" กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาต่ำ เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความไม่พอใจที่ถูกจับผิด "ตึกนี้มีโครงสร้างซับซ้อนกว่าที่คุณคิด และถ้าคุณยังมีเวลาว่างมาเถียงผมเรื่องไร้สาระนี้ สู้เอาเวลาไปตรวจสอบรอยร้าวบนผนังด้านทิศตะวันออกดีกว่า... ก่อนที่มันจะถล่มลงมาทับหัวคุณจริงๆ"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตากลมโตฉายแววระแวงสงสัยชั่วขณะ "คุณหมายความว่ายังไง?"
"ก็หมายความว่า..." กวินทร์เว้นจังหวะ สายตาสื่อความหมายลึกล้ำที่วับวาวเกินกว่าจะคาดเดา "มีคนจงใจแก้ไขพิกัดการทุบทำลาย... และคนๆ นั้นก็อาจจะอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงชั่วขณะ ความตึงเครียดจากการปะทะคารมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปตามสันหลัง รินรดานิ่งอึ้งไปกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ ขณะที่กวินทร์ยังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มือหนาข้างหนึ่งเผลอยื่นออกไปราวกับจะดึงเธอกล่าวให้พ้นจากรัศมีอันตราย แต่แล้ว...
"ว้าว ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะการสวีทกันหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาในแสงสว่างของไซต์งาน กวินทร์ชักมือกลับทันที ใบหน้าคมเข้มกลับคืนสู่โหมดเรียบเฉยราวน้ำแข็ง ขณะที่รินรดารีบหมุนตัวกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจ
บทสนทนาอันดุเดือดถูกขัดจังหวะลงในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย และความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ซากตึกเก่าแห่งนี้กำลังจะถูกเปิดเผย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 2
ปากจัดคือพรสวรรค์
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
