หมากกระดานนี้ข้าขอวางด้วยหัวใจ•ตอนที่ 2

เชิงหมากที่แตกต่าง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหมึกจีนชั้นดีผสมคละเคล้ากับกลิ่นจางๆ ของสนเผาในเตาทองเหลือง ลอยอวลอยู่เบื้องหน้าของคนทั้งสอง ในห้องหนังสือประจำเรือนรับรองของจวนราชครู แสงจากตะเกียงน้ำมันพืชไหววับตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักสไตล์โบราณ ทว่าความเย็นเยียบในบรรยากาศมิได้มาจากสายลม หากแต่มาจากสายตาคู่คมที่กำลังจดจ้องกระดานหมากล้อมตรงหน้า เฟยหรงวางตัวหมากสีดำลงบนจุดสุริยะอย่างไม่ลังเล เสียงกระทบของหินหยกทึบกับเนื้อไม้จันทน์ดังทึบก้องกังวานในความเงียบ นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งราชครูแห่งราชสำนักแม้แต่น้อย ทว่ากลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดที่ซ่อนในฝัก "ท่านราชครูใช้เวลาสามวันในการกักตัวผู้ต้องสงสัยไว้ในคุกมืด เพื่อรอคอยการสารภาพจากความหวาดกลัว... แต่วิธีการของท่าน กำลังทำให้พยานปากเอกคนสุดท้ายเลือกที่จะปลิดชีพตัวเองในคืนนี้เสียมากกว่านะคะ" หลี่จวินเหวินชะืองายฝ่ามือที่ถือหมากสีขาวค้างไว้ครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองต่อวาจาทิ่มแทงนั้นแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความหมาย เขาวางหมากขาวลงปิดตายทางหนีทีไล่ของหมากดำอย่างไร้ความปรานี "หัวหน้าเฟย... ท่านใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้าและคมดาบ ย่อมมองเห็นโลกเป็นเพียงสีขาวกับสีดำ ศัตรูคือผู้ที่ต้องกำจัด ความถูกต้องคือเส้นตรงที่ต้องเดินตาม แต่ท่านหลงลืมไปหรือไม่ ว่าหมากกระดานนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสะใจของการตัดหัวคนผู้หนึ่ง แต่มีไว้เพื่อค้ำจุนสมดุลของอำนาจทั้งราชสำนัก" น้ำเสียงของเขานุ่มนวล ทว่ากลับหนักแน่นและกดดันจนผู้ฟังต้องขบกรามแน่น เฟยหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่คมของนางวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ นางเกลียดชังนักไอ้พวกนักปราชญ์ที่เอาแต่คำนวณผลประโยชน์บนคราบน้ำตาและชีวิตของผู้บริสุทธิ์ "สมดุลของท่าน แลกมาด้วยหัวของชาวบ้านตาดำๆ ที่ต้องตกเป็นแพะรับบาปในคดีทุจริตเสบียงหลวงอย่างนั้นหรือคะ!" นางตบโต๊ะเบาๆ ร่างเพรียวระหงภายใต้ชุดองครักษ์รัดกุมขยับเข้าหาเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "ข้ามีหลักฐานบัญชีลับที่แท้จริง ซ่อนอยู่ใต้พื้นเรือนของมือปราบเขตตะวันตก หากบุกเข้าไปค้นตอนนี้ เราจะได้ตัวการใหญ่โดยไม่ต้องรอให้พยานคนไหนต้องถูกฆ่าปิดปาก!" หลี่จวินเหวินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เจือความระอาและเอ็นดูปะปนกันอย่างประหลาด เขายื่นมือเรียวยาวหยิบกาชาดกขึ้นรินน้ำชาใส่จอกอย่างใจเย็น ราวกับสถานการณ์วิกฤตตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศยามบ่าย "แล้วท่านแน่ใจแค่ไหนว่า บัญชีลับใต้พื้นเรือนนั้น ไม่ใช่หลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้ต้อนรับสุนัขล่าเนื้อที่วิ่งตามกลิ่นเลือดอย่างท่าน?" เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จ้องมองนางกลับด้วยแววตาวิเคราะห์เจาะลึก "เขตตะวันตกอยู่ในการควบคุมของตระกูลอวี้มาสิบปี ท่านคิดว่าสุนัขจิ้งจอกเฒ่าอย่างอวี้เฉิงจะโง่เขลาขนาดทิ้งหลักฐานมัดตัวไว้ในที่ที่ใครก็เดินเข้าไปหยิบได้หรือ? หากท่านนำกำลังคนบุกเข้าไปคืนนี้ สิ่งที่ท่านจะได้กลับมามีเพียงศพของพยานอีกศพ และข้อหาบุกรุกเคหสถานขุนนางโดยมิชอบ... ถึงเวลานั้น ต่อให้ข้ามีอำนาจล้นฟ้า ก็ช่วยท่านจากการถูกถอดกระบี่ประหารไม่ได้หรอกนะคะ" คำพูดนั้นราวกับน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนกองเพลิงอารมณ์ของเฟยหรง นางชะงัก ลมหายใจสะดุดไปวูบหนึ่ง แม้ไม่อยากยอมรับ แต่สัญชาตญาณมืออาชีพของนางก็บอกว่าสิ่งที่ราชครูหนุ่มผู้นี้กล่าวมามีเหตุผลอย่างยิ่ง "ถ้าเช่นนั้น... ตามแผนของท่าน เราจะต้องนั่งรอให้พวกมันทำลายหลักฐานจนหมดสิ้นแล้วค่อยเก็บกวาดซากปรักหักพังอย่างนั้นหรือคะ" นางถามลอดไรฟัน น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสติเริ่มกลับมาควบคุมอารมณ์ แต่ความดื้อรั้นในแววตายังคงคุกรุ่น "เปล่าเลย..." หลี่จวินเหวินวางจอกชาลง เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดึงดูดสมาธิทั้งหมดของนางไปที่เขา เขาน้อมตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นอายบุรุษจางๆ และความอบอุ่นจากตัวเขาโชยเข้าจมูกจนเฟยหรงต้องเผลอกลั้นหายใจ "เราจะไม่บุก และจะไม่รอ... แต่เราจะทำให้ตระกูลอวี้เป็นผู้ "มอบ" บัญชีนั้นให้เราด้วยความสมัครใจ" "ท่านหมายความว่า..." ก่อนที่เฟยหรงจะได้เอ่ยถามแผนการอันลึกล้ำของเขา เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วด้วยความตื่นตระหนก "ท่านราชครูขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียง1ในสายลับคนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความหวาดห่วน "มือปราบเขตตะวันตก... ผูกคอตายคาห้องขังเมื่อครู่นี้เองขอรับ! และ... และก่อนตาย เขาได้สลักข้อความบางอย่างไว้บนผนังด้วยเลือด!" หลี่จวินเหวินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมจริงจัง ขณะที่เฟยหรงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประกายตาของนางทอแสงวาบด้วยความตระหนักรู้ว่าเกมนี้พลิกผันเร็วกว่าที่คาดคิด นางก้าวไปประชิดประตู เปิดมันออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันกลับมามองบุรุษผู้ครองหมากขาวบนโต๊ะ ที่บัดนี้สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย—นี่ไม่ใช่แค่เกมการเมืองธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือการเปิดฉากล่าที่เดิมพันด้วยชีวิตของคนทั้งเมือง หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเดินทางไปในเกมกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอวางด้วยหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%