หมากกระดานนี้ข้าขอวางด้วยหัวใจ•ตอนที่ 4

เมื่ออุดมการณ์ปะทะ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
คมกระบี่นับสิบเล่มไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงแม้แต่น้อย หลี่จวินเหวินยังคงวางพู่กันในมือลงอย่างเชื่องช้า ราวกับเสียงพังประตูเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงใบไม้ร่วงหล่น ทว่าในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ร่างเพรียวระหงของเฟยหรงกลับพลิ้วกายหลบคมดาบที่พุ่งตรงเข้ามาจากมุมมืดได้อย่างงดงาม ปลายเท้าดีดพื้นส่งร่างขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่ซ่อนมือเรียวจะชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง!* กังวานบาดแก้วหู ประกายไฟสาดกระเซ็นขับเน้นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเด็ดเดี่ยวของนางให้ยิ่งดูโดดเด่นในยามวิกาล “ช้าก่อน!” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว ทว่ากลับหยุดยั้งการนองเลือดกลางห้องหนังสือได้ชะงักงัน กลุ่มนักฆ่าชุดดำชะתาฝีเท้าลง ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำสนิทกวาดมองไปยังราชครูผู้เยือกเย็น ทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เฟยหรงกลับใช้คมกระบี่จี้เข้าที่ลำคอของหัวหน้ามือสังหารที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่เฉือนผิวเนื้อจนมีหยดโลหิตสีแดงสดซึมไหลออกมาอย่างน่ากลัว “ฝีมือของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรตกต่ำลงตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้ปล่อยให้สุนัขรับใช้ข้างกายราชครูหลี่กลกลายมาเป็นผู้บงการเงาในวังหลวงเช่นนี้” เฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตากลมโตคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองไปยังหลี่จวินเหวินที่ยังคงนั่งนิ่งสนิท หลี่จวินเหวินปรายตามองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่รู้สึกรู้สา เขายกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติขมปร่าเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาคมปลาบของเขามีร่องรอยของความชื่นชมเจืออยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยตามวิสัยของขุนนางผู้กุมอำนาจ “ท่านหัวหน้าเฟยเข้าใจผิดแล้วกระมัง สิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมในสายตาของเจ้า แท้จริงแล้วเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ค่าเมื่อต้องแลกกับเสถียรภาพของแผ่นดิน” หลี่จวินเหวินกล่าว น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “เจ้าจับกุมคนกลุ่มนี้เพื่ออะไร เพื่อสืบสาวราวเรื่องหาตัวคนบงการคลังหลวงสูญหายกระนั้นหรือ? โง่เขลา... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเบื้องหลังคลังหลวงว่างเปล่าไร้เงาของขุนนางใหญ่หนุนหลัง หากเจ้ายังดันทุรังขุดคุ้ยต่อไป ศพของเจ้าคงไม่เหลือแม้แต่ที่ฝัง” “ต่อให้เหลือแค่ซากกระดูก ข้าก็จะไม่ยอมให้ความอยุติธรรมลอยนวลอยู่ใต้ฟ้า!” เฟยหรงตอกกลับทันควัน น้ำเสียงของนางสั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกกดดันจากอุดมการณ์ที่แตกต่างทำให้บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก นางก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ใช้มือข้างหนึ่งตบลงบนพื้นไม้เสียงดังสนั่น ดวงตาคู่สวยจับจ้องบุรุษตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “ท่านมีอำนาจ ท่านมีมันสมองที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ แต่ท่านกลับเลือกที่จะใช้มันเพื่อปกป้องคนชั่วและผลประโยชน์ของตระกูลหลี่ ท่านยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้างไหม หลี่จวินเหวิน!” คำถามนั้นไม่ใช่คำถามเพื่อเอาคำตอบ แต่มันคือการปะทะกันทางจิตวิญญาณระหว่างสองขั้วอำนาจ หญิงสาวผู้ยึดมั่นในความถูกต้องราวกับศาสตราคม กับบุรุษผู้ใช้ชีวิตอยู่บนความสมดุลของผลประโยชน์และการเมืองอันโสมม ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นอายความเยียบเย็นของหลี่จวินเหวินปะทะเข้ากับความร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิงของเฟยหรง เคมีสีเทาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ความเกลียดชังและการดูแคลนค่อยๆ กัดเซาะกำแพงในใจของทั้งสองฝ่ายทีละน้อย หลี่จวินเหวินนิ่งเงไปครู่ใหญ่ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งราชครูแผ่ซ่านจนทำให้นักฆ่ารอบกายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เขาโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของหญิงสาวจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดกัน ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรคู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตานาง “เจ้าคิดว่าข้าเพิกเฉยต่อความตายของราษฎรนับหมื่นในคลังหลวงนั้นหรือ... เฟยหรง?” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยนัยยะสำคัญดังขึ้นข้างหู “บางครั้ง... การตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ก็เป็นหนทางเดียวที่ผู้กุมอำนาจต้องเลือก เจ้าอยากทวงความยุติธรรมให้คนตาย แต่ข้าต้องปกป้องคนเป็นนับล้าน หากเจ้าฉลาดพอ ควรจะหุบปากแล้วร่วมมือกับข้าเสียดีกว่าจะมาทำตัวเป็นสุนัขล่าเนื้อผู้โง่เขลา” “ข้าไม่ใช่สุนัขของใคร และไม่มีวันเป็นหมากในกระดานอำนาจของท่าน!” เฟยหรงสะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ แม้หัวใจจะกระตุกวูบไปกับคำพูดสองแง่สองง่ามของเขาเมื่อครู่ แต่นางก็ยังคงรักษาท่าทีแข็งกร้าวไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นางหันไปมองกลุ่มนักฆ่าชุดดำที่ยังคงตั้งท่าเตรียมจู่โจม “จับตัวพวกเขาไปสอบสวนที่คลังหลวงซะ ใครขัดขวาง... ตาย!” ทันใดนั้น ก่อนที่กระบี่ของเฟยหรงจะทันได้ตวัดลงบนร่างของหัวหน้ามือสังหาร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านนอกตำหนัก แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องทะลุกระดาษหน้าต่างเข้ามาจนห้องหนังสือสว่างวาบราวกับเวลากลางวัน เสียงตะโกนก้องกังวานขององครักษ์พิทักษ์ประตูวังดังแทรกเข้ามาในความเงียบ “ราชครู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! หน่วยตรวจการพิเศษพบ ‘ตราประทับลับ’ ของสำนักราชเลขาธิการ ซ่อนอยู่ใต้ถุนเรือนพักขององค์ชายสาม พร้อมกับ... บัญชีรายชื่อขุนนางที่ติดต่อกับแคว้นศัตรูฉบับจริง!” มือที่กำลังจะตวัดกระบี่ของเฟยหรงชะงักก้างค้างกลางอากาศ นางหันขวับไปสบตากับหลี่จวินเหวินทันที ในแววตาคมกริบของราชครูผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด บัดนี้กลับปรากฏร่องรอยของความตื่นตระหนกวาบผ่านขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด... หมากกระดานนี้ไม่ได้ถูกควบคุมโดยเขาหรือนางอีกต่อไปแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอวางด้วยหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%