"ถ้าคิดว่าเสียงเคาะประตูกะโหลกกะลาแค่นี้จะทำให้ฉันเปิดรับผีเปรตหน้าไหนล่ะก็... เชิญกลับไปนอนเกาพุงแถวคอกควายของป้าเถอะครับ!"
เสียงของผม... อ๊ะ ไม่ใช่เสียงผมหรอกครับ นั่นคือเสียงของรินรดา ภรรยาตัวแสบของผมเอง เธอยืนเท้าสะเอวอยู่หลังบานประตูไม้สักหนาปึ้ก มือข้างหนึ่งถือสมาร์ตโฟนหน้าจอเรืองแสงที่กำลังรันแอปพลิเคชัน 'สแกนพลังงานมืด V.4.2' ส่วนมืออีกข้าง... กำกระบวยเหล็กด้ามยาวที่เพิ่งใช้คนแกงกะทิเดือดปุดๆ เมื่อครู่
บรรยากาศหน้าบ้านพักข้าราชการทหารท้ายหมู่บ้านในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ควรจะมีใครมายืนเคาะประตูเรียกชื่อยิกๆ ด้วยน้ำเสียงดัดจริตน่าขนลุกแบบนั้น
"รินลูก... เปิดให้ป้าหน่อยเถอะน่า ดึกดื่นป่านนี้แล้ว อากาศข้างนอกมันหนาวนะโว้ย" เสียงแหบแห้งเหมือนกระดาษทรายเบอร์หยาบถูกลากผ่านแผ่นสังกะสีดังลอดเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับกลิ่นสาบสางที่โชยทะลุกรอบประตูเข้ามาเตะจมูกผมเข้าอย่างจัง
ผม—ร้อยเอกสิงหา วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ด้วยความนิ่งสงบ มือหนาทาบลงบนด้ามปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องตาแมวออกไปภายนอก ความมืดมิดของรัตติกาลถูกแสงจันทร์สลัวอาบไล้ให้เห็นเงาร่างของหญิงสูงวัยร่างท้วมคนหนึ่ง เธอสวมเสื้อผ้าเก่าๆ หัวยุ่งเหยิง ใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม และที่สำคัญ... ปลายเท้าของเธอลอยเหนือพื้นดินอยู่เกือบสามนิ้ว
ป้าสมร... ญาติผู้พี่ฝั่งแม่ของรินรดา ผู้มีชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องการยืมเงินแล้วไม่คืน แถมยังเคยพยายามฮุบที่ดินมรดกแปดไร่ริมคลองชลประทานของครอบครัวเราด้วยเล่ห์เพทุบายสารพัด
"ไม่ต้องมาทำเป็นเสียงสั่นครับป้าสมร!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังระคนสมเพช "ที่ดินแปดไร่ตรงนั้นน่ะ เอกสารสิทธิ์เป็นชื่อของแม่ฉัน โฉนดตัวจริงก็อยู่ในเซฟนิรภัยของกองพันทหารราบ ไม่ได้อยู่ในมือยายแก่ผีปอบอย่างป้าหรอกนะ จะมามุกตื้นๆ ว่าเอาโฉนดมาคืน... ใช้สมองส่วนไหนคิดครับเนี่ย? หรือว่าสมองไหลไปกองอยู่ที่ตาตุ่มหมดแล้ว?"
"นังเด็กเนรคุณ!" เสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังทะลุประตูไม้เข้ามา ร่างที่เคยดูเหมือนคนแก่ธรรมดาข้างนอกนั้นเริ่มบิดเบี้ยวขยายใหญ่ขึ้น เงาดำทะมึนแผ่ขยายปกคลุมระเบียงบ้านจนมืดทึบ "กูเป็นป้านะเว้ย! มึงกล้าดียังไงมาพูดจาก도กประสongกับกูแบบนี้! ส่งโฉนดมาซะดีๆ ไม่งั้นกูจะให้หมอผีสำนักเขากะลาส่งควายธนูไปขวิดไส้พวกมึงให้ไส้ 2 ข้างทะลักคาบ้าน!"
ผมขยับตัวเข้าไปยืนซ้อนหลังภรรยาคนสวย มือใหญ่โอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้หลวมๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและมั่นคง รินรดาตัวสั่นเล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธจัดที่พุ่งปรี๊ดจนเลือดในกายสูบฉีดแรง
"ลองดูสิครับ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นจนคนฟังต้องสันหลังวาบ "ถ้าควายธนูของป้ากล้าเดินเข้าเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยผม ผมจะเอาปืนอาคมยิงอัดกระบาลมันจนกลายสภาพเป็นเนื้อแดดเดียวตากแห้งส่งไปให้ป้ากินแกล้มเหล้าขาวตอนเช้าแน่"
สิ้นคำพูดของผม อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน เสียงลมหวีดหวิวพัดกระโชกแรงจนหน้าต่างบ้านสั่นสะเทือน แต่ทว่า... ท่ามกลางความกดดันระดับสิบนี้ รินรดาค้อนปะเหลกใส่ผมทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปกดหน้าจอสมาร์ตโฟนรัวๆ
"ไม่ต้องรอให้ถึงมือพี่สิงหาหรอกครับคุณสามี..." รินรดาเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น นิ้วเรียวเล็กกดปุ่มสีแดงบนหน้าจอแอปพลิเคชันที่มีข้อความกระพริบเตือนว่า *'ระบบดูดซับพลังงานวิญญาณระดับ 3 กำลังทำงาน'*
*วิ้งงงงง—!*
แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นจากพื้นบ้าน ทะลุผ่านร่องไม้ระเบียงพุ่งตรงออกไปด้านนอกราวกับลำแสงเลเซอร์ แรงดึงดูดมหาศาลจากมิติลับในแหวนหยกโบราณที่รินรดาสวมไว้กระชากร่างเงาดำของป้าสมรลอยหวือเข้ามาติดกับกระจกหน้าต่างทันที!
"อ๊ากกกกก! นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย! ปล่อยกูนะนังริน! กูเจ็บ!" เสียงโหยหวนด้วยความทรมานดังลั่น ป้าสมรตัวจริง (ที่คาดว่านอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ที่บ้านพักของตัวเองห่างไปสองกิโลเมตร ขณะที่ร่างจำแลงถูกวิญญาณเร่ร่อนเข้าสิง) ดิ้นพล่านด้วยความทุรนทุราย
"เจ็บแค่นี้ยังน้อยไปครับป้า" รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยแต่แววตาน่ากลัวยิ่งกว่าผี "จำไว้นะครับว่าที่ดินตรงนั้น... ฉันลงแรงไถพรวน หว่านเมล็ดข้าวโพด และลงทุนซื้อปุ๋ยอินทรีย์ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองทุกบาททุกสตางค์ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาฮุบ... อ้อ และที่สำคัญที่สุด..."
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดล็อกประตูบ้านแล้วผลักออกกว้างอย่างไม่เกรงกลัว เผยให้เห็นร่างโปร่งแสงของผีตายซากที่ถูกพลังมิติลับตรึงไว้กับพื้นระเบียงหน้าบ้าน
"ข้าวโพดหวานล็อตแรกสามตันที่ปลูกบนที่ดินแปลงนั้น... ฉันเพิ่งเปิดประมูลขายให้พ่อค้าคนกลางตลาดมืดไปเมื่อตอนหัวค่ำ ปิดยอดขายรับเงินสดเหนาะๆ หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วนเรียบร้อยแล้วครับ!" รินรดายักคิ้วหลิ่วตาใส่ร่างวิญญาณที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความอิจฉาริษยา "เงินสดก้อนนั้นน่ะ... ฉันเอาไปซื้อทองแท่งเก็บใส่เซฟหมดแล้วจ้า! อดแดกนะจ๊ะคุณป้าตัวแสบ!"
ป้าสมรในร่างจำแลงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะตะกุยพื้นหนีแต่ก็สายเกินไป รินรดายกกระบวยเหล็กในมือขึ้นตักน้ำมนต์ผสมพริกแกงเผ็ดใต้ที่เพิ่งตำเสร็จใหม่ๆ สาดใส่หน้าผีตนนั้นเต็มแรง!
*ซ่าาาา!*
"เอี๊ยดดดดด—!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นควันสีดำลอยหายไปกับสายลมยามดึก เหลือไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่บ้านพักของเราอีกครั้ง
ผมถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะก้มลงหอมแก้มภรรยาคนเก่งที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการใช้พลังงานจิต "เก่งมากครับเมียรัก... เล่นเอาซะผมไม่ต้องออกแรงเลย"
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" รินรดาหัวเราะคิกคักแก้เขิน รีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นผมทำหน้าดุใส่เรื่องสรรพนาม "ฉันหมายถึง... สามีขา หิวข้าวแล้วล่ะค่ะ... อ๊ะ หิวข้าวแล้วล่ะครับ! ทำอะไรให้กินหน่อยสิคะ... อ๊ากกก พี่สิงหาอย่าหยิกแก้มฉันนะ!"
บรรยากาศความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยเสียงหัวเราะหยอกล้อกันอย่างอบอุ่นในห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของแกงป่าไก่บ้านใส่ใบกระเพราแดงที่ผมเพิ่งตักใส่ถ้วยส่งกลิ่นฉุนเตะจมูกชวนน้ำลายสอ เมนูเด็ดดวงประจำดึกนี้กำลังจะเยียวยาทุกอย่างให้ลงตัว
ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะยกถ้วยแกงร้อนๆ ไปวางบนโต๊ะอาหาร สายตาของผมก็บังเอิญเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ริมรั้วหน้าบ้าน
เงาร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง... สวมหมวกไอ้โม่งสีดำสนิท กำลังยืนนิ่งสนิทอยู่ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ มือข้างหนึ่งของมันถือวัตถุบางอย่างที่กำลังส่งเสียงติ๊ดๆ เบาๆ...
และที่แย่ไปกว่านั้นคือ แสงไฟสีแดงกะพริบจากวัตถุชิ้นนั้น... มันชี้เป้าตรงมาที่ห้องครัวของเราพพอดี!
"รินรดา! หมอบลง!" ผมคำรามลั่นบ้าน พุ่งตัวเข้าชาร์จร่างภรรยาให้พ้นจากแนววิถีหน้าต่างทันที
*ตูมมมมม—!*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน•ตอนที่ 3
ป้าสมรตัวดีกับที่ดินผืนงาม
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!