"ถ้าป้าตายไปตั้งสามชั่วโมงแล้ว... แล้วคนที่นั่งถักเสื้อกันหนาวอยู่ตรงระเบียงห้องโถงเมื่อกี้ ใครล่ะครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหินบดกันเบา ๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลังของรินรดา ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ขนลุกชันไปถึงโคนผม มือเรียวที่กำสมาร์ตโฟนหน้าจอดับสนิทเกือบหลุดมือร่วงลงพื้น รินรดากลั้นหายใจ หันขวับกลับไปมองด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดขั้นสูงสุด พร้อมกับที่มืออีกข้างเตรียมควักยันต์คาถาอาคมที่ดาวน์โหลดเก็บไว้ในคลังมิติลับออกมาตบเกรียนผีไม่ได้รับเชิญ
แต่ทว่า... ปลายกระบอกปืนสั้นประจำกาย หรือแม้แต่ยันต์ในมือ กลับไม่ได้ใช้ตบผีอย่างที่คิด
แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบติด ๆ ดับ ๆ ส่องกระทบเข้ากับใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนา และสันจมูกโด่งเป็นสันคมของชายหนุ่มร่างสูงในเครื่องแบบทหารราบยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทางไกล ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองเธอด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความสงสัย ความห่วงใย และ... ประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ อย่างมิดชิดแต่มองปราดเดียวก็รู้
ร้อยเอกสิงหา นายทหารหนุ่มผู้เพิ่งได้รับคำสั่งย้ายด่วนให้มาประจำการ ณ ฐานปฏิบัติการชายแดนและดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่รกร้างแห่งนี้ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนเก่า ๆ ของบ้านไม้หลังโต เขาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดับสนิทในมือของรินรดา ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับเธอตรง ๆ
"คุณเป็นใคร? แล้วมาทำอะไรมืด ๆ คนเดียวในบ้านร้างหลังนี้ครับ" สิงหาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท สมเป็นนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชน แต่จังหวะก้าวเท้าเข้าหาเธอนั้นมั่นคงและระแวดระวัง
รินรดากะพริบตาปริบ ๆ ตั้งสติกับสถานการณ์ตรงหน้า สมองที่เคยประมวลผลเรื่องไสยศาสตร์และแอปพลิเคชันปราบผีเมื่อครู่ ต้องรีบเปลี่ยนเกียร์กลับมาโหมดมนุษย์ปรกติอย่างกะทันหัน เธอถอนหายใจยาวเหยียด ยัดสมาร์ตโฟนกลับใส่กระเป๋าเสื้อกั๊ก แล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามประสาคนไม่ยอมแพ้ใคร
"ฉันต่างหากล่ะคะ... เอ๊ย! ผมต่างหากล่ะครับที่ต้องถามคุณ!" รินรดาเกือบหลุดปากพูดสำเนียงผู้หญิงออกไปตามความคุ้นชิน แต่โชคยังดีที่ดึงสติกลับมาใช้คำลงท้าย "ครับ" ได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด "แล้วก็นะคุณทหาร ถ้าเดินเข้ามาเงียบ ๆ แบบนี้อีกทีเดียว ฉัน... ผมอาจจะเสกให้คุณกลายเป็นกบไปตลอดชีวิต ไม่ใช่เพราะคาถาอาคมอะไรหรอกนะ แต่เพราะตกใจจนหัวใจวายตายไปข้างนี่แหละครับ!"
สิงหาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มบาง ๆ อย่างนึกขัน ท่าทางหัวรั้นแต่แฝงความน่ารักของหญิงสาวตรงหน้าทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลนับร้อยกิโลเมตรมลายหายไปในพริบตา เขากวาดสายตามองรอบห้องที่เต็มไปด้วยหยากหย่าและกลิ่นอายความอัปมงคลของวิญญาณอาฆาต ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอีกนิดเพื่อบังวิถีสายตาจากระเบียงมืดมืดด้านนอก
"ผมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับให้มารายงานตัวที่บ้านหลังนี้... บ้านของตระกูลสมร" สิงหาลดเสียงลงกระซิบใกล้หูของเธอ "แต่ดูท่าทางแล้ว เจ้าของบ้านตัวจริงคงไม่อยากต้อนรับพวกเราเท่าไหร่นะครับ โดยเฉพาะ 'ป้าสมร' ที่คุณเพิ่งพูดถึงเมื่อกี้... เธอยืนส่งยิ้มให้เราอยู่ตรงหน้าต่างห้องครัวโน้นแล้วครับ"
รินรดาหันขวับไปมองตามทิศทางที่สิงหาพยักเพยิดหน้าทันที
ร่างท้วมของป้าสมรในชุดผ้าถุงเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าซีดเซียวเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพรงจนแทบหลุดออกจากเบ้า กำลังยืนแนบหน้าติดกระจกหน้าต่างห้องครัว ส่งเสียงหัวเราะคิกคักแหลมเล็กบาดแก้วหู รอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูเผยให้เห็นฟันดำสนิทและคราบเลือดที่ไหลย้อยลงมาตามคาง น่าสยดสยองจนคนใจแข็งอย่างรินรดายังต้องเผลอถอยหลังไปชนแผ่นอกกว้างของสิงหาเข้าอย่างจัง
แต่ทว่า... แทนที่ทหารหนุ่มจะตกใจกลัวจนวิ่งหนี สิงหากลับคว้าเอวบางของรินรดาไว้ด้วยมือข้างเดียวเพื่อพยุงไม่ให้เเซถลาล้มลงไป มืออีกข้างชักปืนสั้นประจำกายขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพึมพำคาถาอาคมที่ได้รับการปลุกเสกมาจากเกจิอาจารย์ชื่อดังเบา ๆ ที่ริมหูของหญิงสาว
"อย่ามองตาผีจำพวกนี้ตรง ๆ ครับ เดี๋ยวจิตตก" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบa ลมหายใจอุ่น ๆ ของชายหนุ่มเป่ารดต้นคอของรินรดาจนเธอรู้สึกวูบวาบแปลก ๆ ในอก ท่ามกลางบรรยากาศวังเวงและกลิ่นเน่าเหม็นของซากศพ สิงหากลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นได้อย่างน่าประหลาด
"ฉัน... ผมไม่ได้กลัวยัยป้านี่สักหน่อยครับ!" รินรดาเถียงอุบ แม้ตัวจะสั่นน้อย ๆ ด้วยความหนาวเย็นจากอาคมของภูตผี "แต่... ขอบใจคุณมากนะที่ช่วยรับไว้ ไม่งั้นก้นจ้ำเบ้ากับพื้นแน่ ๆ"
"ด้วยความยินดีครับคุณภ... เอ๊ย! คุณหมอผีไอที" สิงหาเกือบหลุดคำหวานออกมาแก้เขิน เขาขยับตัวยืนบังหน้าให้รินรดามิดชิด ก่อนจะยกปืนขึ้นเล็งไปยังเงาดำทะมึนที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ประตูห้องนอน "ดูท่าทางวันนี้เราคงไม่ได้นอนกันง่าย ๆ แล้วล่ะครับ หิวไหมครับ? ในเป้สนามของผมยังมีหมูแดดเดียวทอดกับข้าวเหนียวร้อน ๆ ที่ห่อใบตองมาด้วยนะ พอจะแบ่งให้อีผีพวกนี้กินด้วยดีไหมครับ หรือเราจะเก็บไว้กินกันเองสองคนดี?"
รินรดาแอบอมยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินคำว่า 'หมูแดดเดียวทอด' ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาเช่นนี้ ท้องของเธอส่งเสียงร้องโครกคราออกมาเบา ๆ อย่างซื่อสัตย์ สมองอันชาญฉลาดเริ่มคำนวณแผนการตบเกรียนผีพร้อมกับทำมาหากินในคราวเดียวกัน
"เก็บไว้กินเองสิครับ รออะไรล่ะ!" รินรดาแววตาเป็นประกาย เธอสะบัดมือเบา ๆ เรียกกล่องเก็บความลับระดับเทพออกจากมิติลับในแหวนที่สวมอยู่ "เดี๋ยวฉันจะเอาพริกขี้หนูสวนและแจ่วบองสูตรเด็ดจากมิติลับออกมาแจมด้วย รับรองว่าผีตนไหนได้กลิ่นข้าวเหนียวหมูทอดร้อน ๆ กับแจ่วบองรสแซ่บของฉันเข้าไป เป็นต้องน้ำลายสอจนลืมหลอนไปเลย!"
สิงหาหัวเราะในลำคอเบา ๆ กับความกะล่อนและใจสู้ของภรรยาจำเป็นในอนาคตคนนี้ เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู ท่ามกลางเสียงโหยหวนและเสียงทุบประตูจากด้านนอกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ลงมือจัดเตรียมอาหารมื้อค่ำท่ามกลางวงล้อมของวิญญาณอาฆาต... จู่ ๆ ไฟฉายในมือของสิงหาก็กระพริบวูบวาบดับลงสนิทเหลือเพียงความมืดมิด
พร้อมกับเสียงเคาะประตูด้านนอกที่เปลี่ยนจากเสียงทุบด้วยกำปั้น เป็นเสียงเล็บข่วนยาว ๆ และเสียงกระซิบแหบพร่าแนบชิดติดรูกุญแจที่ดังชัดเจนจนหัวใจแทบหยุดเต้น—
*"เปิดประตูให้ยายหน่อยสิลูก... ป้าเอาโฉนดที่ดินมาคืนให้แล้วนะ..."*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "หมอผีวัยรุ่น" เสมอนะครับ
หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน•ตอนที่ 2
ทหารหนุ่มกับอาหารมื้อค่ำ
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!