"ตูมมมมม—!"
เสียงระเบิดก้องกังวานจากมุมสวนหลังบ้านทำเอาต้นมะม่วงอกร่องอายุหลายปีถึงกับสั่นสะเทือน เศษดินและซากไหกระดูกแตกละเอียดกระจายเกลื่อนกลาด กลิ่นคาวเลือดผสมกับซากศพเน่าเฟะลอยคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนน่าคลื่นไส้ รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าสวยคมฉายแววเย็นชาในยามที่เธอยืนกอดอกมองผลงานจากอาคมย้อนกลับที่เธอเพิ่งเซ็ตระบบป้องกันภัยไว้ผ่านสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในมือ
นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับพวกเดรัจฉานวิชาที่บังaาญส่งของต่ำทรามเข้ามาในอาณาเขตบ้านของเธอ สามวันก่อน ป้าสมรเพิ่งจะส่งเสียงหัวeาะเยาะเย้ยถากถางใส่หน้าเธอที่ริมรั้ว พร้อมกับคำขู่ว่าที่ดินแปลงนี้จะตกเป็นของตระกูลสามLโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว แต่ทว่า... ป้าตัวแสบคนนั้นคงคาดไม่ถึงว่ายุคสมัยนี้ หมอผีเขาไม่ต้องมานั่งเคาะกะโหลกหรือท่องคาถาหน้ากองไฟกันแล้วครับ พวกเราใช้เทคโนโลยี IoT ผูกเข้ากับยันต์ดิจิทัลและระบบสแกนคลื่นพลังงานไสยศาสตร์ต่างหากล่ะ!
"คุณริน! เสียงอะไรเมื่อกี้นี้ ปลอดภัยดีไหมครับ?"
ร้อยเอกสิงหาพุ่งตัวออกจากประตูหลังบ้านอย่างรวดเร็ว ในมือของชายหนุ่มถือปืนยาวคู่ใจที่บรรจุกระสุนอาคมพร้อมสรรพ ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณด้วยสัญชาตญาณนักรบ กล้ามเนื้อเป็นมัดภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวเข้มตึงเครียดขึ้นพร้อมปะทะทุกวินาที เมื่อเห็นภรรยาวยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ เขาก็รีบสาวเท้าเข้ามาคว้าแขนเรียวสำรวจเนื้อตัวด้วยความร้อนรนและเป็นห่วงสุดหัวใจ
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ เอ๊ย... ผมไม่เป็นไรครับพี่สิงหา" รินรดาเกือบเผลอหลุดปากพูดสำเนียงติดปากออกไป รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจนล้นปรี่ของสามี "ปลอดภัยดีครับ แค่พวกสุนัขลอบกัดส่งของขวัญต้อนรับยามวิกาลมาให้เท่านั้นเอง"
สิงหาผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่ดวงตายังคงฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธกรณรงค์ เขารู้ดีว่าใครเป็นคนบงการเรื่องนี้ "ป้าสมรกับไอ้หมอผีสำนักข้างควนสินะครับที่กล้าลองดี กล้าดียังไงถึงส่งวิญญาณอาฆาตมาหมายเอาชีวิตคนในบ้านเรา เดี๋ยวผมจะไปจัดการให้รู้แล้วรู้รอด..."
"ใจเย็นก่อนครับพี่สิงหา คนใจร้อนมักตกเป็นเหยื่อของความโกลาหลเสมอ" รินรดายกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เพื่อห้ามปราม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ามอง "ในเมื่อพวกมันเล่นสกปรกส่งพลังงานขยะมาบ้านเรา เราก็แค่เปิดโหมดสแกนหาที่มาแล้วส่งคืนต้นทางพร้อมดอกเบี้ยทบต้นทบดอกให้สาสมก็พอครับ"
ว่าแล้วหญิงสาวก็ก้มลงมองหน้าจอมือถือในมือ นิ้วเรียวปัดหน้าจอเพื่อเปิดแอปพลิเคชันเฉพาะกิจที่เธอเขียนโค้ดขึ้นมาเอง นั่นคือแอป "Ghost Radar & Karma Tracker Pro" หน้าจอแสดงผลกราฟิกเป็นเรดาร์วงกลมสีเขียวเรืองแสง กำลังกวาดคลื่นความถี่ต่ำที่แผ่พุ่งออกมาจากทิศทางบ้านของป้าสมรอย่างชัดเจน จุดสีแดงฉานกระพือเตือนถี่ๆ แสดงถึงความหนาแน่นของพลังงานไสยศาสตร์ด้านมืดที่ยังหลงเหลืออยู่
รินรดากดทัชสกรีนรัวๆ เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของอาคม "พลังงานแผ่มาจากพิกัด 14.0752, 100.5218 บ้านหลังริมคลองท้ายหมู่บ้าน... ห่างจากบ้านเราไปไม่ถึงห้าร้อยเมตรครับพี่สิงหา ไอ้วิญญาณอาฆาตที่ถูกส่งมาเมื่อกี้ พอมันโดนยันต์สะท้อนกลับของฉันซัดใส่ มันคงวิ่งหนีเตลิดกลับไปหาคนจ้างวานแล้วล่ะครับป่านนี้"
สิงหาหรี่ตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือภรรยาด้วยความทึ่งแกมเอ็นดู แม้เขาจะเป็นนายทหารรบพิเศษที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน แต่เรื่องไสยศาสตร์ไฮเทคแบบนี้ก็ยังทำให้เขาต้องยอมยกธงขาวให้ภรรยาคนสวยอยู่ดี "แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีครับ ยอดดวงใจของผม?"
"คืนนี้ยังอีกยาวไกลครับพี่สิงหา เราปล่อยให้พวกมันนอนหลับฝันดีไม่ได้หรอก..." รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาส่อประกายความแสบสัน "ในเมื่อแปลงผักออร์แกนิกและฟาร์มเห็ดของเรากำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตแรกเพื่อไปขายส่งตลาดใหญ่พรุ่งนี้เช้า เรามาแวะทักทายเพื่อนบ้านใจร้ายด้วยของฝากชิ้นพิเศษกันหน่อยดีกว่า"
หญิงสาวสะบัดมือเบาๆ มิติลับในแหวนหยกโบราณที่สวมอยู่ก็เรืองแสงวาบ กล่องบรรจุ "ปุ๋ยหมักชีวภาพสูตรพิเศษผสมน้ำมนต์เก้าวัด" ปรากฏขึ้นมาในมือทันที กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรและปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีโชยแตะจมูกทันทีตัดกับกลิ่นเหม็นเน่าของอาคมเมื่อครู่จนหมดสิ้น
สิงหาเห็นดังนั้นก็ยิ้มกริ่ม รู้ใจภรรยาเป็นอย่างดี ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปโอบเอวบางเข้ามาแนบชิด กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่วิถีทหาร "ถ้าอย่างนั้น ให้สามีคนนี้ทำหน้าที่พลขับและคนคุ้มกันส่วนตัวให้เองครับ รับรองว่างานนี้ไม่มีคำว่าพลาดเป้า"
ทั้งสองคนเตรียมพร้อมอุปกรณ์ครบมือ รินรดาสะพายเป้บรรจุอุปกรณ์ไอเทมปราบผีและเครื่องมือสื่อสารครบชุด ส่วนสิงหาพกปืนสั้นคู่ใจและไฟฉายแรงสูง ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงคู่กันออกไปจากรั้วบ้านท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล มุ่งหน้าสู่บ้านป้าสมรด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบดั่งเงา
แต่ทว่า... เมื่อพวกเขาเดินลัดเลาะมาจนถึงเขตบ้านของป้าสมร บรรยากาศรอบกายกลับเงียบสงัดผิดปรกติ ไม่มีเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องแม้แต่ตัวเดียว มีเพียงสายลมเย็นยะเยือกที่พัดโชยกลิ่นอายความตายออกมาจากตัวบ้านไม้เก่าแก่
รินรดายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้สามีหยุดเดิน นิ้วเรียวรีบกดเปิดหน้าจอมือถือเพื่อเช็กเรดาร์อีกครั้ง ทว่าสิ่งปรากฏบนหน้าจอไม่ได้มีแค่จุดสีแดงของบ้านป้าสมรเพียงจุดเดียวอีกต่อไปแล้ว จุดสีแดงนับร้อยจุดกำลังกระพือสว่างวาบรายล้อมรอบตัวพวกเขาจากทุกทิศทุกทาง และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... คลื่นสัญญาณชีพจรบนเรดาร์ของบ้านป้าสมรได้ดิ่งลงเป็นเส้นตรงศูนย์สนิทไปเรียบร้อยแล้ว!
ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวหันไปสบตากับสิงหาที่ตอนนี้ใบหน้าคมเข้มตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"พี่สิงหา... เรดาร์บอกว่าบ้านนั้นไม่มีสัญญาณชีพมนุษย์เหลืออยู่แล้วครับ..." รินรดากระซิบเสียงเบาหวิว ความเย็นเยียบแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลัง "แต่พลังงานไสยศาสตร์กำลังพุ่งสูงขึ้นทะลุเพดาน... เหมือนว่ามีบางอย่างกำลังใช้บ้านหลังนั้นเป็น 'รัง' ฟักตัวของกองทัพผีดิบ!"
ตูม!
เสียงประตูกระจกบ้านป้าสมรแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาดำมหึมานับสิบพุ่งทะยานออกมาจากความมืด ตรงดิ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองคนด้วยความเร็วแสง!
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาโดยตลอดนะครับ!
หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน•ตอนที่ 4
พิธีสาปแช่งกลางดึก
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!