หัวแร้งบัดกรีในมือของรินรดากำลังส่งกลิ่นควันจางๆ ของตะกั่วหลอมเหลว กลิ่นฉุนของฟลักซ์เชื่อมแผงวงจรกระจายคละคลุ้งไปทั่วห้องครัวเก่าๆ ที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องทดลองขนาดย่อม บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเก่าๆ เต็มไปด้วยเศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดจิ๋ว และแผ่นทองแดงปรุสำหรับทำวงจรพิมพ์ มือเรียวบางภายใต้ถุงมือยางสีดำบรรจงใช้แหนบหนีบตัวต้านทานตัวจิ๋วเข้ากับจุดเชื่อมอย่างแม่นยำ ราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดหัวใจผู้ป่วย
"ถ้าป้าสมรยังกล้าส่งผีพ라이ตาสีแดงฉานมาป่วนแปลงมะนาวของเราอีกคืนนี้ ผมเกรงว่ากระสุนอาคมยันต์เกราะเพชรของผมอาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้กระสุนเจาะเกราะแทนแล้วล่ะครับคุณริน"
ร้อยเอกสิงหาเดินเข้ามาเงียบๆ พร้อมกับแก้วกาแฟดำส่งกลืนหอมกรุ่น เขาวางมันลงบนมุมโต๊ะที่ว่างอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของภรรยา สายตาคมกริบมองแผงวงจรแปลกประหลาดที่มีทั้งเสาอากาศขนาดจิ๋วและจอแอลซีดีเรืองแสงสีเขียวตุ่นๆ ด้วยความทึ่งแกแกมสงสัย
รินรดาละสายตาจากแว่นขยาย เธอดึงแว่นขึ้นไปคาดไว้บนศีรษะก่อนจะถอนหายใจยาว พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม "ผีสมัยนี้มันพัฒนาแล้วนะคะ... เอ๊ย... ครับพี่สิงหา มันไม่ได้มาแค่ลมเพลมพัดแบบโบราณ แต่มันใช้คลื่นพลังงานความถี่ต่ำสะกดจิตโฉนดที่ดินเพื่อสร้างภาพหลอนให้พวกเราเซ็นชื่อยกมรดกให้ยายแก่หน้าเลือดคนนั้น เพราะฉะนั้น ไสยศาสตร์แบบเดิมๆ อย่างเดียวมันสู้ไม่ไหวหรอกครับ เราต้องใช้ 'เทคโนโลยี' เข้ามาช่วยอัปเกรดอาคม"
สิงหาขยับเข้าไปใกล้ โอบไหล่ภรรยาคนเก่งด้วยความทะนุถนอม สายตาจ้องมองอุปกรณ์หน้าตาประหลาดที่เธอกำลังประกอบ "นี่มันคืออะไรครับ หน้าตาเหมือนวิทยุสื่อสารพกพาของหน่วยลาดตระเวนป่า แต่มีสายสิญจน์พันรอบเสาอากาศด้วย"
"นี่คือ 'ตะกรุดดิจิทัล' ครับพี่" รินรดายิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ข้างในนี้ฉันฝังโค้ดปัดเป่าวิญญาณที่เขียนด้วยภาษาซีพลัสพลัส ผสมผสานกับผงธูปจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเจ็ดแห่งที่เก็บไว้ในมิติลับ ทันทีที่คลื่นพลังงานวิญญาณระดับอาฆาตเข้ามาในรัศมีหัศจรรย์สิบเมตร เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนและวิญญาณจะทำงาน มันจะส่งกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงผสมคาถาหัวใจมหานิยมและคาถาปราบมาร ช็อตวิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นให้กระเด็นไปไกลจนจำทางกลับบ้านไม่ได้เลยล่ะครับ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังตรวจสอบระบบการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นเอก เสียงเคาะประตูก็จลังดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงหอบหายใจของเด็กวัดหน้าตาตื่นที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในบ้าน
"คุณริน! ผู้กองสิงหา!แย่แล้วครับ!" เด็กวัดหนุ่มหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "ที่แปลงนาข้าวอินทรีย์ท้ายหมู่บ้าน อยู่ๆ น้ำในนาก็กลายเป็นสีเลือดครับ แถมยังมีเสียงโหยหวนดังออกมาจากใต้ดิน ชาวบ้านพากันแตกตื่นคิดว่าผีปอบอาละวาดหนักจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เลยครับ!"
สิงหาหันขวับมามองภรรทันที มือแกร่งเอื้อมไปหยิบปืนพกคู่กายขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว "มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ สงสัยป้าสมรคงทุ่มทุนสร้างจ้างหมอผีสำนักใหญ่มาเล่นงานเราแบบจัดเต็มในคืนเดือนมืดนี้แน่ๆ"
รินรดาสะ낭ถุงมือยางทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี เธอกวาด "ตะกรุดดิจิทัล" จำนวนสามเครื่องลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตสนามอย่างทะมัดทะแมง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ดีเลยครับพี่สิงหา ฉันกำลังอยากทดสอบประสิทธิภาพของตะกรุดดิจิทัลเวอร์ชัน 1.0 นี้พอดีว่ามันจะเจ๋งสักแค่ไหน... ไปครับ ไปทวงคืนความสงบสุขให้แปลงนากัน!"
สองสามีภรรยาเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกมาจากตัวบ้าน ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาลที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องกระทบผืนนา ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวเท้าพ้นเขตประตูรั้วบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าในกระเป๋าของรินรดากลับแผדเสียงดังลั่นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หน้าจอสีเขียวเรืองแสงขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบมิติลับที่เธอไม่ได้ตั้งค่าไว้—
*[Warning: ตรวจพบสัญญาณชีพแปลกปลอมในมิติลับ... สิ่งของที่คุณซ่อนไว้กำลังถูก 'เปิดออก' จากด้านใน]*
รินรดาร่างกายแข็งทื่อโดยพลัน เธอหยุดเดินกะทันหันจนสิงหาต้องหันกลับมามองด้วยความตกใจ เมื่อก้มลงมองหน้าจออีกครั้ง ข้อความใหม่ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะปริศนาที่ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์...
*"ขอบใจนะหลานสาว สำหรับของอร่อยๆ ที่เธอสะสมไว้ในนี้... ฉันขอรับไปหมดล่ะนะ"*
หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน•ตอนที่ 14
ตะกรุดดิจิทัล
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!