หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน•ตอนที่ 13

เปิดโปงหมอผีเถื่อน

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ถ้ามันกล้าส่งผีมาเหยียบไร่เราอีกรอบ ผมจะเอาลูกกระสุนอาคมยันต์เกราะเพชรฝังกระบาลมันแทนตะปูตอกโลงศพครับคุณริน" ร้อยเอกสิงหาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตานั้นกลับวาวโรจน์ดุจพญาเสือที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ มือหนาของนายทหารหนุ่มกำลังบรรจงฝนผงว่านส้มป่อยลงบนปลอกกระสุนปืนลูกซองอย่างใจเย็น กลิ่นฉุนของสมุนไพรไสยขาวผสมกับกลิ่นเหล้าโรงลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงเรือนไม้สักทอง แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุสาดส่องให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้า โครงหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยร่องรอยของความเด็ดเดี่ยว สมกับที่เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดบนโลกใบนี้ ยกเว้นก็แต่ภรรยาคนสวยที่กำลังนั่งหน้าตึงเช็คหน้าจอสมาร์ทโฟนอยู่ในมุมห้อง รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองสามีหนุ่ม ก่อนจะแค่นصحเสียงหึในลำคออย่างหมั่นไส้ "คุณพี่นี่ก็นะ ใจร้อนเป็นไฟตลอดเวลา... แต่ก็ดีค่ะ ดิฉันชอบ" รินรดาแกล้งยิ้มมุมปาก มือเรียวเล็กกดหน้าจอแอปพลิเคชัน 'มิติลับสารพัดนึก' ที่เธอเพิ่งอัปเกรดระบบตรวจจับพลังงานด้านลบ หน้าจอแสดงผลเป็นแผนที่เรดาร์สามมิติ จุดสีแดงฉานหลายจุดกำลังกระพริบเตือนบริเวณชายขอบที่ดินฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับแปลงนาของป้าสมร ญาติผู้พี่จอมโลภที่สรรหาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน "หึ จุดกำเนิดคลื่นพลังงานไสยดำนี้ไม่ได้มาจากป้าสมรคนเดียวแน่ๆ ครับ ดูจากพิกัด GPS ที่ผมสกัดรหัสมาจากธูปสาปแช่งที่ปักไว้เมื่อวาน..." สิงหาวางกระสุนลงบนโต๊ะไม้ เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ก* ชายหนุ่มกางแผนที่ทางทหารแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะ นิ้วแกร่งชี้ไปยังจุดพิกัดที่คำนวณไว้ "มันคือ 'สำนักปู่ 7 โหล' แถว19 ทางหลวงสายเก่า ชานเมืองนี่เองครับ ระยะทางจากตรงนี้ไปถึงที่นั่นราวๆ สิบห้ากิโลเมตร เป็นแหล่งกบดานของพวกหมอผีเร่ร่อนที่ใช้คาถาอาคมปลอมแปลงหากินกับชาวบ้านตาดำๆ" รินรดาหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องของสาวหัวสมัยใหม่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว "หมอผีเถื่อนที่รับจ้างทำของใส่คนอื่นสินะคะ แบบนี้มันผิดทั้งกฎหมายอาญาและกฎแห่งกรรมเลยนี่นา เดี๋ยวฉันขอเช็คฐานข้อมูลการจดทะเบียนสำนักทรงหน่อยเถอะว่ามีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า หรือเป็นแค่พวกต้มตุ๋นสวมรอยหากินไปวันๆ" นิ้วเรียวรัวพิมพ์แป้นพิมพ์ในโทรศัพท์มือถืออย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนัก ข้อมูลทะเบียนราษฎร์และประวัติอาชญากรรมของ "อาจารย์เปล่ง" หมอผีเจ้าของสำนักก็ปรากฏหราขึ้นบนหน้าจอ ภาพถ่ายใบหน้ายิ้มเยาะน่ากลัวพร้อมประวัติการฉ้อโกงเงินชาวบ้านนับไม่ถ้วนทำให้รินรดาต้องเบ้หน้าด้วยความขยะแขยง "เจอตัวแล้วค่ะ... ไอ้หมอผีบ้านี่แหละที่รับเงินก้อนโตมาจากป้าสมรเพื่อส่งผีพรายมาป่วนแปลงผักออร์แกนิกของเรา แถมยังคิดจะขโมยโฉนดที่ดินในมิติลับของฉันอีก หึ ฝันไปเถอะ!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาฉายแววเอาเรื่องอย่างปิดไม่มิด "คืนนี้เราไปเยี่ยมสำนักมันกันหน่อยดีกว่าค่ะคุณพี่ อยากรู้จริงๆ ว่าคาถาอาคมของมันจะแน่สักแค่ไหนเชียว" สิงหายิ้มมุมปากอย่างตามใจภรรยา เขาลุกขึ้นหยิบเสื้อแจ็คเก็ตสนามมาสวมทับ พร้อมกับตรวจเช็คความพร้อมของกระสุนอาคมในซองพกข้างลำตัว "ตามบัญชาครับภรรยา ใครมันบังហานมาแตะต้องทรัพย์สินและครอบครัวของเรา ผมจะพาไปรู้จักนรกบนดินในฉบับทหารราบเองครับ" รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันเก่งพุ่งทะยานออกจากตัวไร่ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล แสงไฟหน้ารถสาดส่องฝ่าสายหมอกบางเบา มุ่งหน้าสู่ถนนลูกรังสายเปลี่ยวที่มุ่งสู่ "สำนักปู่ 7 โหล" ตามพิกัดที่สิงหาแกะรอยมาได้อย่างแม่นยำ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมสลับกับเสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก รถกระบะก็มาจอดสนิทอยู่หน้าสำนักทรงหลังคามุงสังกะสีเก่าๆ ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งนาร้าง ป้ายชื่อสำนักเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงเลือดหมูที่เริ่มลอกร่อน ด้านหน้ามีศาลพระภูมิเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยพวงมาลัยแห้งกรังและกะโหลกสัตว์ประหลาดวางระเกะระกะ กลิ่นธูปและควันเทียนคละคลุ้งลอยเตะจมูกจนชวนคลื่นไส้ รินรดาก้าวลงจากรถโดยมีสิงหาเดินประกบไม่ห่าง สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองสำรวจรอบบริเวณเพื่อประเมินสถานการณ์ ขณะที่รินรดายกสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันตรวจจับพลังงาน หน้าจอเรดาร์ปรากฏจุดสีแดงเข้มพุ่งพล่านอยู่หลังประตูกระจกทึบของสำนัก "ข้างในมีคนอยู่ครับ... และดูเหมือนพวกมันกำลังทำพิธีอะไรบางอย่างอยู่ด้วย" สิงหากระซิบเสียงเบา มือหนาวางแตะอยู่ที่ด้ามปืนพกข้างเอวอย่างระแวดระตัว รินรดาพยักหน้ารับ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้เท้าถีบประตูไม้ผุๆ ของสำนักพังครืนเข้าไปเสียงดังสนั่น! *โครม!* ภาพเบื้องหน้าคือชายวัยกลางคนร่างผอมโซ นุ่งขาวห่มขาว กำลังนั่งท่องคาถาอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชาที่มีหัวกะโหลกมนุษย์และเทียนเล่มโตปักอยู่รอบตัว ข้างๆ กันนั้นมีร่างของป้าสมรที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากถูกวิญญาณย้อนกลับเล่นงานจนควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจารย์เปล่งสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยแววตาเกรี้ยวกราด "พวกมึงเป็นใคร กล้าดียังไงมาพังสำนักกู!" รินรดายกยิ้มมุมปาก เดินนองมาหยุดอยู่ตรงหน้าหมอผีเถื่อนด้วยท่าทีสบายๆ มือเรียวเคาะสมาร์ทโฟนในมือเบาๆ "สวัสดีค่ะอาจารย์เปล่ง... ดิฉันรินรดา เจ้าของไร่ที่คุณรับจ็อบมาทำของใส่เมื่อคืน วันนี้ตั้งใจมาทวงค่าลิขสิทธิ์คาถาคืนค่ะ พอดีว่าของที่คุณส่งไปมันกากเกินไป ผีของคุณโดนสามีฉันจับทำปุ๋ยหมักไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ" อาจารย์เปล่งหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นร้อยเอกสิงหาเดินตามเข้ามาพร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่าง หมอผีเถื่อนรีบคว้ามีดหมอเล่มโตขึ้นมาหมายจะแทงสวนกลับ แต่ทว่า... *ปั้ง!* กระสุนอาคมจากปืนของสิงหาพุ่งทะลุเพดานสำนักเสียงดังสนั่นเศษไม้ร่วงกราว พร้อมกับร่างของอาจารย์เปล่งที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย รินรดากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างจากหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือ จุดสีแดงบนเรดาร์ไม่ได้มีแค่ในห้องนี้ แต่พิกัดนับร้อยกำลังพุ่งตรงมาจากทิศทางของหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงกริ่งจักรยานและเสียงหัวسะของเด็กหญิงดังแว่วมาจากความมืด... เสียงนั้นใกล้เข้ามาทุกที จนกระทั่งเงาร่างนับสิบปรากฏขึ้นที่หน้าประตูสำนัก ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางปราบผีและทวงคืนความยุติธรรมไปกับ "หมอผีวัยรุ่น" ครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับพี่ทหารขาลุย: ปราบผีทวงคืนที่ดินทำกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%