กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันสนและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันของห้องซ่อมนาฬิกายามวิกาล บนโต๊ะทำงานตัวยาว รินรดากำลังใช้แหนบปลายแหลมคีบเฟืองจักรขนาดจิ๋วเท่าเม็ดทรายด้วยความระมัดระวังสูงสุด ปลายนิ้วเรียวชื้นเหงื่อเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความยากของงานตรงหน้า แต่เป็นเพราะเจ้าของห้อง—ผู้ชายปากร้ายที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ร่วมชั่วโมงโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของเธอราวกับจะตรวจสอบว่าเธอจะทำเครื่องมือราคาแพงของเขาพังคามือหรือไม่
"ถ้ามองแล้วทำให้เฟืองมันหมุนได้เอง คุณช่วยเดินไปหยิบกาแฟมาให้ผมสักแก้วจะดีกว่านะครับ คุณรินรดา" ศิลาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบติดจะเยعยนตามสไตล์คุณชายโปรเจกต์หมื่นล้านที่ชอบสั่งการ ทว่าแววตาไหววับที่สะท้อนภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฟ้องชัดว่าเขากำลังหาข้ออ้างยืนอยู่ใกล้เธอนานขึ้นอีกนิด
"มือฉันไม่ว่างค่ะ... อ้อ ขอโทษที มือฉันไม่ว่าง *ครับ* คุณศิลา" รินรดาลอยหน้าลอยตาตอบกลับทันควัน จงใจเน้นเสียงคำลงท้ายเพื่อประชดความเผด็จการของอีกฝ่าย "อีกอย่าง นาฬิกาพกโบราณเรือนนี้อาการหนักกว่าที่คุณโม้ไว้เยอะ ด้านในขึ้นสนิมเขียวจนกลไกหลักติดตาย ถ้าคุณรักมันนัก ทำไมไม่ส่งศูนย์บริการสويسเซอร์แลนด์ล่ะคะ เอ้ย... ครับ?"
ศิลาแค่นเสียงหึในลำคอ ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทำให้สมาธิที่สั่งสมมานับชั่วโมงกระเจิงในพริบตา
"ถ้าส่งไปสวิส ผมคงไม่ได้เห็นฝีมือช่างนอกสายตาอย่างคุณหรอก... อีกอย่าง ของบางอย่างมันมีคุณค่าเกินกว่าจะส่งให้คนอื่นจับต้อง" ประโยคหลังเขาพูดพึมพำเบาลง ทว่าแววตาที่ทอดมองไปยังนาฬิกาพกเรือนทองเหลืองกะtrakกร้านกลับเต็มไปด้วยความรวดร้าวบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
รินรดาลอบสังเกตปฏิกิริยานั้น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างประหลาด ความซึนเดเระระดับร้อยเล่มเกวียนของพ่อหนุ่มนักบริหารคนนี้มักจะมีช่องโหว่เสมอเวลาที่พูดถึงนาฬิกาเรือนนี้ เธอก้มหน้าลงทำงานต่อ แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ประสาทสัมผัสกลับจดจ่ออยู่กับทุกย่างก้าวของเขาที่ขยับเข้ามาประชิดด้านหลังราวกับจะแรเงาเธอไว้กลายๆ
"ถอยไปหน่อยได้ไหมคะ คุณศิลา คุณตัวใหญ่เกินไปจนบังแสงไฟหมดแล้ว" เธอเอ่ยเตือนเสียงห้วน ขณะพยายามใช้ไขควงปากแบนขนาดจิ๋วขันสกรูตัวสุดท้ายที่ยึดแผ่นสะพานจักรออก
"ผมยืนอยู่ส่วนของผม พื้นที่ตรงนี้มันห้องผมนะคุณรินรดา" ศิลาเถียงหน้าตาย แต่ยอมขยับถอยหลังให้อย่างจำยอม—เป็นภาพความพ่ายแพ้ที่น่ารักเสียจนรินรดากลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่
จังหวะนั้นเอง ปลายนิ้วที่ออกแรงหมุนไขควงเกิดพลาดพลั้งเล็กน้อยเนื่องจากความเกร็ง ไขควงตัวจิ๋ว slipp ไถลไปครูดกับขอบตลับด้านใน เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่สิ่งที่ตามมาทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก
ฝาหลังชั้นในของนาฬิกาพกที่ควรจะเป็นแผ่นโลหะทึบ กลับดีดตัวเผยอขึ้นเล็กน้อยราวกับมีกลไกสปริงซ่อนอยู่ รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความฉงน เพราะตามโครงสร้างนาฬิกาโบราณยุคศตวรรษที่สิบเก้า รูปแบบนี้ไม่มีทางมีช่องลับซ้อนกลไกแน่ๆ
ศิลาที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ชะביกกายเข้ามาทันทีเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ รังสีความกดดันรอบตัวเขาหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บอาการอย่างยิ่งยวด "คุณทำอะไรกับนาฬิกาผม?"
"ฉันไม่ได้ทำอะไร... มันเปิดเองต่างหาก" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะใช้ปลายแหนบสะกิดแผ่นโลหะชั้นในนั้นให้เปิดออกอย่างระมัดระวัง
ความลับที่ถูกปิดตายมากว่าทศวรรษปรากฏแก่สายตา ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ใต้แผ่นฝาหลังชั้นในนั้น ไม่ใช่ฟันเฟืองหรือลานนาฬิกาอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับมีกระดาษชิ้นเล็กๆ สีเหลืองกรอบพับซ่อนไว้อย่างแนบเนียน พร้อมกับรูปถ่ายโพลารอยด์ขนาดจิ๋วที่ซีดจางจนแทบมองไม่เห็นเค้าโครงเดิม
รินรดานิ่งงันไป มือที่ถือแหนบสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกปากกาซึมบนกระดาษแผ่นนั้น
*‘ถ้าวันหนึ่งแกซ่อมมันสำเร็จ... แสดงว่าแกยอมรับความจริงแล้วนะ, ศิลา’*
บรรยากาศในห้องซ่อมนาฬิกาดิ่งวูบลงจนน่าใจหาย ความเงียบงันเข้าปกคลุมรวดเร็วยิ่งกว่าความมืดในยามวิกาล รินรดาหันขวับไปมองหน้าเจ้าของห้องที่ตอนนี้ใบหน้าคมสันถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งบัดนี้กลับไหวระริก เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและร่องรอยของอดีตที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต
"นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะ?" รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา หัวใจบีบตัวแน่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ระคนทั้งความสงสัยและความเห็นใจ
ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นกลับคืน ทว่าปลายนิ้วของทั้งคู่กลับสัมผัสกันโดยบังเอิญ ความอุ่นร้อนจากมือของเขาปะทะเข้ากับความเย็นเฉียบของเธอราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดกันจนสัมผัสได้ ศิลาชะงักค้าง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ แววตาที่เขามองเธอบัดนี้ไม่มีความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่ผู้ชายปากแข็งคนนี้ไม่เคยยอมให้ใครหน้าไหนได้เห็นมาก่อน
"อย่า... สอดรู้เรื่องของผมให้มากนักเลย, รินรดา" ศิลาพูดเสียงพร่า ทว่าแววตากลับฟ้องชัดว่าเขากำลังขอร้องเธอทางอ้อม
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยคำพูดใดโต้กลับ เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าห้องพักด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกจากผู้มาเยือนยามวิกาลที่ไม่มีใครคาดคิด—
"ริน! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยู่ข้างในกับไอ้คุณชายบ้านั่น!"
ศิลาผละถอยหลังออกห่างจากเธอทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันดังเดิมในเสี้ยววินาที ดวงตาทอประกายกร้าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อหันไปมองทิศทางของประตูห้อง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปกับปมความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผยในตอนนี้ด้วยนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน•ตอนที่ 4
นาฬิกาที่หยุดเดิน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!