เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน•ตอนที่ 5

เมื่อความปากเสียเริ่มทำงาน

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าฝีมือการซ่อมนาฬิกามันห่วยแตกสิ้นดีเหมือนปากที่คุณกำลังเถียงผมอยู่ล่ะก็... ผมคงต้องคิดทบทวนใหม่แล้วล่ะครับว่าจ้างคุณมาทำไม" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและแววตาดุดันราวกับราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกในเซฟเฮาส์ลับ ศิลาขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง ดวงตาคมกริบกวาดมองเครื่องมือชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า ก่อนจะวกกลับมาจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันนิดๆ เพื่อสะกดกลั้นความกรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้นอกจากจะปากเสียเป็นทุนเดิมแล้ว ยังชอบดูถูกความตั้งใจของคนอื่นหน้าตาเฉย เธออุตส่าห์อดทนข้ามน้ำข้ามทะเลมาซ่อมกลไกนาฬิกามูลค่าหลายร้อยล้านในเซฟเฮาส์บ้าๆ นี่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำวิจารณ์เสียดสีที่ไร้เยื่อใย "ถ้าหูของคุณยังใช้งานได้ดีและสมองไม่ได้เสื่อมไปซะก่อน คุณน่าจะจำได้นะศิลา ว่าฉันเตือนคุณแล้วว่ากลไกตัวนี้มันบอบบางเกินกว่าจะฝืนไขลานแบบพวกคนไร้รสนิยม" รินรดาตอกกลับเสียงใส ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอไม่เพียงแต่ไม่หลบตา แต่ยังก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม ร่างบางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันเขากลับ "ปากเก่งแบบนี้... เก่งแต่สั่งคนอื่นสินะครับ คุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน" ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อโดนย้อนเกล็ดด้วยสรรพนามประชดประชัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ยี่ห้อต่อความอวดดีของเธอกลับรู้สึกว่ามันน่ารำคาญจนอยากจะปราบพยศให้รู้แล้วรู้รอด "ปากดีไม่เบานี่ครับ ช่างริน" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะจนพื้นที่ระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงน้อยนิด จนรินรดาต้องเผลอผละถอยหลังเล็กน้อยโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา "แต่ปากเก่งอย่างเดียวมันไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จทันเดดไลน์หรอกนะ ถ้าคิดว่าตัวเองแน่จริงและไม่ได้เก่งแค่เอาชนะด้วยวาจล่ะก็... เรามาลองเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาท้าทายที่เร่าร้อนจนน่าหมั่นไส้ของผู้ชายตรงหน้า เธอเกลียดคนหยิ่งยโส และศิลาก็คือภาพตัวแทนของความหยิ่งยโสนั้นแบบเต็มขั้น "เดิมพัน?" เธอทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความระแวงแกมท้าทาย "คนอย่างคุณเนี่ยนะจะมาขอเดิมพันกับฉัน กลัวแพ้แล้วจะหน้าแตกจนต้องหอบโปรเจกต์หมื่นล้านหนีไปร้องไห้ห้องน้ำรึเปล่าล่ะคะ เอ้ย... รึเปล่าล่ะครับ" เกือบหลุดปากพูดภาษาถนัดมือไปเสียแล้ว รินรดาแอบกัดลิ้นตัวเองเบาๆ ในใจ พลางปั้นหน้าเชิดใส่เขาต่ออย่างไม่ยอมแพ้ ศิลาหรี่ตามองอาการสะดุ้งเล็กๆ ของเธอนั้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก เขาชอบจริงๆ เวลาที่ผู้หญิงคนนี้พยายามทำเป็นเก่งทั้งที่หูเริ่มแดงเรื่อด้วยความเขินอายหรือความโกรธก็ไม่แน่ใจ "ถ้าคุณซ่อมนาฬิกาเรือนนี้เสร็จสมบูรณ์ก่อนกำหนดสามวันโดยที่กลไกไม่เสียหายแม้แต่มิลลิเมตรเดียว..." ศิลาเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าลงมาใกล้เธออีกนิดจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือปลายจมูกรั้น "ผมจะยอมทำตามคำสั่งคุณทุกอย่าง... ไม่มีข้อแม้" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงจนแทบจะแนบชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนสมองเธอตื้อตันไปชั่วขณะ ดวงตาคมปลาบของเขาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความท้าทายและ... อะไรบางอย่างที่เธอไม่อยากจะตีความมันเข้าข้างตัวเอง "แล้ว... แล้วถ้าฉันแพ้ล่ะ?" เธอถามเสียงสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ พยายามบังคับเสียงให้มั่นคงที่สุด ศิลาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "ถ้าคุณแพ้..." เขาลากเสียงยาวอย่างจงใจ แววตาพราวระยับทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น "คุณต้องเป็นลูกมือส่วนตัวให้ผม... แบบไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด" "นี่คุณ!" รินรดาผุดลุกขึ้นเต็มความสูงด้วยความโมโห เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว "คุณมันฉวยโอกาส เจ้าเล่ห์ที่สุด!" "ผมแค่นักธุรกิจที่มองหาความคุ้มค่าครับ ช่างริน" ศิลาตอบหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านต่อคำต่อว่าแม้แต่น้อย มือหนายื่นออกไปหยิบไขควงจิ๋วบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "ว่าไงล่ะ? กล้าพอไหม หรือจะยอมรับแต่แรกว่าฝีมือตัวเองมันกระจอกกว่าปากกันแน่" คำพูดเยาะเย้ยนั้นทำเอาฟันซี่สวยของรินรดากัดเข้าหากันจนได้ยินเสียงกรอด เธอไม่เคยยอมแพ้ให้ใคร และไม่มีวันก้มหัวให้ผู้ชายปากเสียอย่างศิลาเด็ดขาด "ก็ได้!" เธอตบโต๊ะเบาๆ หนึ่งที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น "ถ้าฉันชนะ คุณต้องกราบขอโทษฉันสามครั้งแล้วเลิกยุ่งกับงานของฉันไปเลยตลอดกาล!" "ตกลงครับ" ศิลารับคำทันทีอย่างไร้ความลังเล รอยยิ้มพึงพอใจจุดประกายขึ้นในดวงตาคู่คมราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดและร้อนระอุขึ้นจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากสายตาที่ฟาดฟันกัน รินรดากำมือแน่น สติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกดึงกลับมาที่เป้าหมายตรงหน้า เธอจะไม่มีทางยอมแพ้ให้ผู้ชายเผด็จการคนนี้เด็ดขาด ทว่า ในวินาทีที่ศิลากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อยั่วโมโหเธอต่อ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ที่ควรจะถูกล็อกแน่นหนากลับส่งเสียงคลิกเบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณศิลาครับ! แย่แล้วครับ..." บอดี้การ์ดคนสนิทหอบหายใจถี่กระชั้น สีหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด "ระบบความปลอดภัยรอบเซฟเฮาส์ถูกเจาะ... มีคนกำลังบุกเข้ามาครับ!" ศิลาหุบยิ้มฉับพลัน แววตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกและดุดันราวกับนักล่าในพริบตาเดียว ร่างสูงหันขวับไปมองหน้าประตู ก่อนจะดึงแขนเรียวของรินรดาให้มาหลบอยู่ด้านหลังตนเองโดยสัญชาตญาณ ฟีนิกซ์สีทองขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%