เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน•ตอนที่ 6

คืนพายุเข้า

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นจนกระจกนิรภัยหนาเตอะของเซฟเฮาส์สั่นสะเทือน ก่อนที่แสงไฟนีออนสีส้มอุ่นทั่วทั้งหลังจะดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดสนิทและเสียงฝ่ามือกระหน่ำซัดสายฝนใส่ตัวอาคารราวกับกองทัพสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง "อย่าขยับ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่ตวัดรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงดึงนั้นเฉียบขาดจนแผ่นหลังของรินรดาแนบชิดกับอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจ ร่างสูงของศิลายืนบังเธอไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก แววตาคมกริบกวาดมองความมืดเบื้องหน้าผ่านเลนส์แว่นสายตาที่สะท้อนแสงแฟลชจากสายฟ้าเพียงชั่วพริบตา รินรดาขยับตัวจะเถียงตามสัญชาตญาณคนปากเก่ง "ฉันไม่ได้ตาบอดนะศิลา แค่ไฟดับ—อุ๊บ!" ฝ่ามือหนาเอื้อมมาปิดริมฝีปากเธอไว้ในเสี้ยววินาที สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วปะทะเข้ากับเรียวปากหยักที่กำลังจะอ้าเถียง ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มเป่ารดอยู่เหนือศีรษะใกล้เสียจนเธอกลืนคำพูดกลับลงคอไปหมด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด *กึก...* เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาดังมาจากระเบียงชั้นสอง ศิลาไม่พูดพร่ำทำเพลง มืออีกข้างคว้าข้อมือเรียวแล้วออกแรงออกเดินกึ่งลากอย่างเด็ดขาด เขาดึงเธอลัดเลาะผ่านความมืดไปตามทางเดินคุ้นเคยที่ไร้แสงสว่าง ปลายเท้าก้าวอย่างเงียบเชียบราชาเสือดาวที่กำลังล่าเหยื่อ รินรดาเม้มปากแน่น แม้ใจจะอยากสะบัดข้อมือออกแต่สัมผัสกระชับที่กุมไว้มั่นไม่ได้แสดงความหวาดกลัว ตรงกันข้าม มันกลับส่งผ่านความอบอุ่นมั่นคงที่ทำให้หัวใจที่เต้นรัวค่อยๆ สงบลง ประตูห้องนิรภัยใต้ดินถูกผลเปิดด้วยรหัสลับทางกายภาพ ศิลาดันร่างบางเข้าไปด้านในก่อนจะแทรกตัวตามเข้ามาแล้วกดล็อกกลอนหนาหนักด้วยเสียงทึบตัน *คลิก.* ความมืดในห้องใต้ดินนี้ยิ่งทึบตันกว่าข้างบน เนื่องจากไร้ซึ่งหน้าต่าง แต่มันกลับแคบลงถนัดตา พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดไม่ถึงสี่ตารางเมตรเต็มไปด้วยชั้นวางเครื่องมือและกล่องอะไหล่ ทำให้ทั้งคู่ถูกบังคับให้ต้องยืนชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างลมหายใจ "ปล่อยได้แล้วมั้งคุณ" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบ รวบรวมความกล้ากดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นพร่าในอก "ข้างล่างนี่ปลอดภัยแล้วนี่นา หรือคุณกลัวความมืดจนต้องกอดฉันแน่นขนาดนี้" ศิลาแค่นเสียงหึในลำคอ ร่างสูงยังคงยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือข้างหนึ่งค้ำขอบชั้นวางเหล็กไว้เหนือหัวเธอราวกับกรงขยายย่อมๆ ขณะที่อีกมือยังคงไม่ยอมปล่อยข้อมือเธอ "ปากเก่งไม่เข้าเรื่อง" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหมั่นไส้ "เมื่อกี้ถ้าผมไม่ดึงคุณหลบวงรัศมีกระจก คุณคงได้กลายเป็นรังผึ้งไปแล้ว... หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยินเสียงความผิดปกติตั้งแต่ตอนอยู่ห้องรับแขก" "ฉันเป็นช่างซ่อมนาฬิกา ไม่ใช่หน่วยสืบราชการลับ จะได้มีเรดาร์ตรวจจับกระสุน!" เธอสวนกลับทันควัน ขยับตัวจะหันไปเผชิญหน้า แต่เพราะพื้นที่ที่แคบเกินไปทำให้ศอกของเธอไปกระแทกเข้ากับอกแกร่งเต็มแรง ศิลาสูดปากด้วยความเจ็บเล็กน้อย แต่แทนที่จะถอยหลัง เขากลับก้าวเข้ามาประชิดยิ่งขึ้นจนหน้าอกแนบชิด แรงกดดันมหาศาลจากตัวตนของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาในความมืด รินรดาเผลอกลั้นหายใจเมื่อรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกจากแผ่นอกของเขา "ดื้อด้าน" ศิลาพึมพำชิดกลุ่มผมหอมกรุ่น น้ำเสียงที่เคยดุดันเริ่มเจือไปด้วยความหอบสะท้านจางๆ เมื่อตระหนักว่าตอนนี้พวกเขากำลังแนบชิดกันมากแค่ไหน "ถ้าเมื่อกี้กระสุนมันเจาะเข้ามาจริงๆ คนแรกที่จะโดนไม่ใช่ผม... คุณเข้าใจความหมายนี้ไหม รินรดา" คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความเงียบ ไร้ซึ่งเสียงกวนประสาท มีเพียงความจริงจังที่หนักหน่วงจนทำให้คนฟังรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหูอย่างไม่มีสาเหตุ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความถือดีที่เคยมีถูกความใกล้ชิดนี้หลอมละลายจนหมดสิ้น เธอเกลียดความรู้สึกที่หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบนี้ที่สุด เกลียดที่เขาทำให้เธอรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้อันตรายเกินไป... ตราบใดที่ยังมีอ้อมแขนคู่นี้คอยกั้นขวางไว้ "แล้วคุณมาห่วงฉันทำไมล่ะ..." เธอพึมพำตอบเสียงเบาหวิว คล้ายกระซิบกับอากาศ "เราเป็นแค่... คนที่ถูกบังคับให้อยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอ" ศิลาชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นร้อนสะดุดกึก ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่งก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน แล้วเชยใบหน้าขึ้นเบาๆ แม้จะมองไม่เห็นดวงตาของกันและกันในความมืดสนิท แต่ปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ นั้นกลับบอกเล่าความรู้สึกทั้งหมดที่เขาพยายามซ่อนไว้ "นั่นสินะ..." เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบชิดริมฝีปาก "ทำไมผมต้องมาห่วงยายช่างซ่อมปากจัดอย่างคุณด้วย... หรือเพราะผมมันบ้าพอก็ไม่รู้ ที่ดันเอาหัวใจตัวเองมาวางไว้ในที่ที่อันตรายที่สุด" หัวใจของรินรดาเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไออุ่นจากปลายนิ้วที่คางลามเลียไปทั่วผิวแก้ว เธอกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นนิดๆ เตรียมจะเอ่ยคำถามบางอย่างที่ค้างคาใจ ทว่า... *พรึบ!* แสงไฟนีออนสำรองฉุกเฉินบนเพดานสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน ส่งเสียงฮัมเบาๆ เผยให้เห็นภาพสะท้อนในห้องแคบๆ อย่างชัดเจน ศิลาและรินรดายืนอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะแนบชิดกันอยู่รอมร่อ แววตาดุของนักบริหารหนุ่มไหววับด้วยประกายความปรารถนาที่ยังเก็บกดไว้ไม่มิด ขณะที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง แต่ก่อนที่บรรยากาศสีชมพูระเรื่อจะทันได้พัฒนาไปมากกว่านั้น... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านนอกห้องใต้ดินดังขึ้นอย่างเร่งร้อน ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าที่ทะลุผ่านเข้ามาในความเงียบ "คุณศิลาครับ! แขกไม่ได้รับเชิญ... พังประตูด้านหน้าเข้ามาแล้วครับ!" ศิลาขบกรามแน่น แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยือกในพริบตา เขาก้มลงมองหญิงสาวที่ยังอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทำให้รินรดากลั้นหายใจเฮือกใหญ่ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ หวังว่าจะสนุกไปกับเคมีที่เริ่มเดือดระอุของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%