"ถ้าคุณยังขับรถด้วยความเร็วระดับจะไปแข่งแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันแบบนี้ ผมเกรงว่าโปรเจกต์หมื่นล้านของคุณจะได้เปลี่ยนเป็นโปรเจกต์ประกันภัยอุบัติเหตุแทนนะครับ คุณศิลา"
เสียงใสติดจะประชดประชันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องโดยสาร รินรดาเบนสายตาออกไปมองทัศนียภาพนอกกระจก รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานผ่านแนวสนหนาทึบขึ้นสู่หุบเขาส่วนตัว ทางลาดชันที่คดเคี้ยวทำให้แรงเหวี่ยงกระชากร่างของเธอให้แนบชิดกับเบาะหนังราคาแพงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่หญิงสาวไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความหงุดหงิดฉายชัดอยู่บนดวงหน้าเรียวสวย
ศิลาเหลือบมองกระจกหลังชั่วพริบตา สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่กุมพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์
"ถ้าไม่อยากปากดีจนลิ้นไก่สั่น ก็หุบปากแล้วนั่งเงียบๆ ไปครับ คุณช่างซ่อมนาฬิกา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างเอ่ยตอบกลับทันควัน "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และเซฟเฮาส์ที่ผมพาคุณมา ก็ไม่ใช่รีสอร์ตหรูที่จะมานั่งจิบชาชมวิว"
"อ๋อเหรอครับ นึกว่าคุณจะพามาฆ่าหมกป่าเสียอีก เห็นทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนคนท้องผูกมาสามวัน" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหันกลับมาจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ก็นะ... คนระดับประธานศิลา คงไม่ลงทุนลงแรงลักพาตัวฉันมาขังไว้กลางป่าหรอก มั้งครับ?"
รถยุโรปคันหรูหักเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถกว้างที่ถูกบังด้วยม่านต้นไม้ใหญ่อย่างแนบเนียน เบรกมือถูกดึงขึ้นด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นจนเกิดเสียงดังแคว่ก ศิลาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาดับเครื่องยนต์ ถอดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวเต็มตัว ร่างสูงใหญ่โน้มเข้ามาใกล้จนพื้นที่ในรถแคบลงถนัดตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นมาอย่างประหลาด
"ถ้าผมอยากจะกำจัดคุณ ผมคงไม่เสียเวลาขับรถสามชั่วโมงเพื่อพามาไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดจากพวกมันหรอกนะครับ" ศิลาเน้นย้ำทีละพยางค์ ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงอยู่ห่างจากปลายจมูกของเธอแค่คืบ "จำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า การที่ผมต้องเอาตัวคุณมาซ่อนไว้ที่นี่ มันเป็นเพราะความดื้อรั้นอยากรู้อยากเห็นของตัวคุณเองล้วนๆ"
รินรดาไม่ถอยหนี เธอยืดอกเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุๆ นั้นอย่างท้าทาย ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อยค่ะ... เอ้ย! ผมไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อยครับ" เธอลื่นหลุดสรรพนามเดิมออกมาแวบหนึ่งก่อนจะรีบแก้คำพูดอย่างกะทันหัน พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้คนตัวโต "แล้วอีกอย่าง นาฬิกาเรือนนั้นมีมูลค่าทางจิตใจกับเจ้าของมากแค่ไหน คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก เพราะในหัวของคุณคงมีแต่ตัวเลขผลกำไรกับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สินะครับ"
ศิลาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดหย่อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ลึกลงไปในความหงุดหงิดรำคาญใจ มีความกระวนกระวายแปลกประหลาดที่เขาพยายามกดมันเอาไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง รินรดาช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา แต่ในขณะเดียวกัน... เธอก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่ดึงดูดสายตาเขาได้มากที่สุดอย่างน่าหงุดหงิด
"เลิกเถียงแล้วลงจากรถได้แล้วครับ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วโยนคุณไว้แถวนี้จริงๆ"
ชายหนุ่มผลักประตูรถเปิดออกแล้วก้าวลงไปก่อน รินรดาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาจากจมูกด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะผลักประตูตามลงมา ปะทะเข้ากับสายลมเย็นเยียบของป่าสนบนยอดเขา เซฟเฮาส์ตรงหน้าเป็นบ้านพักสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ผสมผสานกับงานไม้และกระจกบานใหญ่ กลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบด้านอย่างลงตัว ทว่ารอบรั้วกลับมีกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นจนน่าตกใจ
ศิลาเดินนำลิ่วขึ้นบันไดไม้มาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ ระบบสแกนลายนิ้วมือถูกปลดล็อกด้วยมือหนา เสียงกลไกโลหะดังคลิกเบาๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นภายในบ้านที่กว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ดูเคร่งขรึมและทรงอำนาจไม่ต่างจากเจ้าของบ้าน
"ห้องของคุณอยู่ชั้นบนสุด ห้ามออกไปเดินเกะกะนอกตัวบ้านหลังหกโมงเย็น และที่สำคัญ..." ศิลาหันกลับมาสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่โซนห้องนั่งเล่น "ห้ามแตะต้องเอกสารบนโต๊ะทำงานของผมเด็ดขาด ถือว่าผมเตือนคุณแล้วนะครับ"
"นี่ฉันมาทำงานซ่อมนาฬิกา หรือมาเป็นนักโทษประหารกันแน่เนี่ย มีกฎข้อห้ามเยอะยิ่งกว่าค่ายทหารเสียอีก" รินรดาบ่นพึมพำขณะกวาดสายตาสำรวจรอบห้อง ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวใหญ่อย่างถือวิสาสะ "แล้วเครื่องมือของฉันล่ะ อยู่ไหน? อย่าบอกนะว่าคุณริบเอาไว้หมดแล้ว"
"อยู่ในห้องทำงานบนชั้นสอง พร้อมกับกล่องนาฬิกาของคุณนั่นแหละครับ" ศิลากล่าวเสียงเรียบ ถอดสูทตัวนอกพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก แผงอกกว้างภายใต้เนื้อผ้าบางเบานั้นขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ "แต่คุณจะได้เริ่มงานก็ต่อเมื่อพักผ่อนและทำตามกฎของที่นี่ให้เรียบร้อยเสียก่อน"
"ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ คุณศิลา และที่สำคัญ ฉันไม่ได้ง่วง" รินรดาเถียงคอเป็นเอ็น ดวงตากลมโตหรี่มองชายหนุ่มที่กำลังเดินหายเข้าไปในครัวเปิด เธอผุดลุกขึ้นแล้วเดินตามไปติดๆ "อีกอย่าง ในเมื่อเราต้องติดแหُง็กอยู่ในเซฟเฮาส์กลางป่าด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ คุณไม่คิดจะหาอะไรให้ฉันกินหน่อยเหรอครับ หรือว่าท่านประธานหมื่นล้านทำอาหารไม่เป็น ทำได้แต่สั่งลูกน้อง?"
ศิลาที่กำลังเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำอัดลมชะงักมือ เขากลืนน้ำลายลงคออึือกใหญ่ก่อนจะหันกลับมามองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาคาดโทษ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว แรงกดดันรอบตัวทำให้หญิงสาวต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวเย็นเฉียบ
"คุณนี่มัน..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มใส รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม "ปากเก่งแบบนี้... ไม่ทราบว่าตอนอยู่คนเดียว เคยโดนใครปิดปากด้วยวิธีอื่นนอกจากคำพูดบ้างไหมครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นไม่ได้มีทีท่าล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย แววตาคมกริบของศิลากวาดมองลงมาที่ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงขยับเถียงเขาไม่หยุดเมื่อครู่ หัวใจของรินรดากระตุกวูบ จังหวะการเต้นในอกเริ่มรัวเร็วจนน่าตกใจ เธอพยายามจะดันแผงอกกว้างนั่นออกไป แต่ทว่าท่อนแขนแกร่งกลับยกขึ้นกักตัวเธอไว้ทั้งสองข้างราวกับกรงขายขนาดย่อม
"คุณ... ถอยไปนะ คุณศิลา" เสียงใสที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย ความซึนเดเระปากจัดของเจ้าพ่อโปรเจกต์หมื่นล้านในตอนนี้ กำลังเปลี่ยนเป็นรังสีความร้อนระอุที่ทำเอาเธอตั้งรับไม่ทัน
"ทำไมครับ? กลัวเหรอ หรือว่าคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" มุมปากหนากระตุกยิ้มหยันอย่างเหนือกว่า แต่ทว่าแววตาคู่คมกลับพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา
ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก และระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ ทันใดนั้นเอง...
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานชั้นล่าง ก็ดังแหวกความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะความเป็นความตายของบรรยากาศสุดเร่าร้อนนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ศิลาผละออกจากร่างบางทันทีด้วยความหงุดหงิดสุดขีด สบถคำหยาบคายออกมาเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายด้วยสีหน้าถมึงทึง
"มีอะไร!" น้ำเสียงดุดันตวาดกร้าวใส่ปลายสายทันที
รินรดายกมือขึ้นลูบอกตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทว่าจังหวะที่ศิลาหันกลับมาหาเธอหลังจากวางสาย สีหน้าเคร่งเครียดและแววตาดุดันที่ฉายชัดขึ้นกว่าเดิม ทำให้ความรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แล่นแปลบขึ้นมาในสันหลัง
ชายหนุ่มมองหน้าเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นประโยคเดียวที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา
"เปลี่ยนแผน... มีคนพบร่องรอยของเราแล้ว และคนที่กำลังขับรถขึ้นมาบนนี้ไม่ใช่คนของเรา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความซึนและเคมีอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน•ตอนที่ 2
เซฟเฮาส์และกฎข้อห้าม
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับช่างซ่อมกับคุณชายโปรเจกต์หมื่นล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!