รอยเลือดบนหิมะขาวโพลนมิได้บอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายของยุทธภพ หากแต่เป็นเครื่องเตือนใจว่าวิถีกระบี่นั้นโดดเดี่ยวเพียงใด
ไป๋จิงเฉินก้าวเท้าเหยียบลึกลงไปในพื้นหิมะหนานุ่ม ณ ยอดเขาหมื่นศิลา ลมปราณแท้จริงในร่างโคจรหมุนวนดั่งกระแสน้ำวนแห่งความตาย ความหนาวเหน็บระดับที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณให้กลายเป็นจุล กลับมิอาจระคายผิวหนังของบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ผู้นี้ได้แม้แต่น้อย
"เจ้าตามข้ามาสามร้อยลี้... ยังไม่เพียงพอจะชักกระบี่ออกจากฝักอีกหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึก ทว่ากลับกังวานสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ปะทะกับผนังน้ำแข็งจนเกิดเสียงหึ่งต่ำๆ เบื้องหน้าเขา ห่างออกไปเพียงสิบก้าว ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวดอกเหมยท่ามกลางเหมันตฤดูยืนหยัดอยู่อย่างสง่างาม นางคือมู่หรงหลาน นางเซียนแห่งวังน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า ผู้ซึ่งคนในยุทธภพต่างร่ำลือว่าไร้หัวใจและมีรังสีอำมหิตที่พร้อมปลิดชีพผู้คนได้ด้วยการกะพริบตาเพียงครั้งเดียว
ความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างของนางราวกับคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่า เกล็ดน้ำแข็งรอบกายหมุนวนเป็นรัศมีสีครามเข้ม ดวงตาคู่งามดั่งหยกสลักจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทร
"ไป๋จิงเฉิน..." สำเนียงหวานใสราวระฆังแก้วเอ่ยขึ้น ทว่าเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าสายลมภูเขา "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้า เป็นเพียงภาพลวงตาที่หลอกลวงตนเอง หรือเป็นมรรคาแห่งการฆ่าฟันกันแน่?"
ดวงตาคมกริบของไป๋จิงเฉินหรี่ลงเล็กน้อย เขามิได้โกรธเคืองต่อวาจาเชือดเฉือนนั้น ในทางกลับกัน มุมปากของเขากลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนง
"มรรคาแห่งกระบี่ของข้า มิใช่สิ่งที่คนไร้ใจเช่นเจ้าจะเข้าใจได้" ไป๋จิงเฉินกล่าวตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังกดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ในเมื่อเจ้าดึงดันจะขวางทางขึ้นสู่จุดสูงสุดของข้า วันนี้... ปลายกระบี่ในมือข้าคงต้องขอลิ้มลองความหนาวเหน็บของวังน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าดูสักครา"
สิ้นเสียง ชั่วพริบตานั้น บรรยากาศรอบยอดเขาหมื่นศิลาคล้ายหยุดนิ่ง เม็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายราวกับถูกตรึงไว้กลางอากาศ แรงกดดันจากลมปราณระดับเซียนทะยานฟ้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟสีม่วงแลบแปลบปลาบตามรอยต่อของมิติ
มู่หรงหลานไม่กล่าวคำใดเพิ่ม ปลายมือเรียวดุจหยกขาวสะบัดเบาๆ กระบี่หิมะครามเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในอุ้งมือ พลังหยินบริสุทธิ์ทะลักทะลายออกมาจากร่างของนางราวกับเขื่อนแตก กลายเป็นมังกรน้ำแข็งเก้าตัวคำรามก้องฟ้า พุ่งเข้าใส่ไป๋จิงเฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ครืน!
แรงปะทะระลอกแรกทำให้ยอดเขาสั่นสะเทือน หิมะนับล้านตันถล่มลงมาเป็นระลอกคลื่นยักษ์สีขาวโพลน ไป๋จิงเฉินยังคงยืนตระหง่านดั่งภูผา ศศีษะไม่ก้มลงแม้แต่น้อย มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่ที่เอวไว้มั่น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความล้ำลึกของเคล็ดวิชาน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าที่อีกฝ่ายใช้ออก
*นางแข็งแกร่งขึ้น...* คิดในใจ
ทว่าความท้าทายนี้มิได้ทำให้เขาย่อท้อ ตรงกันข้าม เลือดในกายของบุรุษผู้คลั่งไคล้ในวิถีกระบี่กลับเดือดพล่านขึ้น ร่างกายของไป๋จิงเฉินเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ออกมา นี่คือ "กายาโลหิตกระบี่" ที่ผ่านการขัดเกลามานับครั้งไม่ถ้วนท่ามกลางความเป็นและความตาย
"วิชาน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าของเจ้า ถึงคราต้องแตกซ่านแล้ว!"
ซูม!
กระบี่ไร้ลักษณ์ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งคืบ ประกายกระบี่สีขาวเงินพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกมังกรน้ำแข็งทั้งเก้าตัวออกเป็นสองเสี่ยงในกระบวนท่าเดียว แรงสะท้อนจากกระบี่ทำให้ร่างของมู่หรงหลานต้องถอยหลังไปสามก้าว รอยเลือดสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของนาง ทว่าแววตาคู่สวยนั้นกลับมิได้มีความหวาดกลัว มีเพียงความประหลาดใจและประกายแสงบางอย่างที่วับวามขึ้นอย่างรวดเร็วจนยากจะสังเกตเห็น
นางจ้องมองบุรุษที่ยืนอยู่ท่ามกลางเศษละอองน้ำแข็ง หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบร้อยปีของการบำเพ็ญเพียร กำลังกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งในใจนางทีละน้อย
ไป๋จิงเฉินก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในพริบตา ปลายกระบี่จ่ออยู่ตรงลำคอระหงที่เย็นเฉียบราวกับน้ำค้างแข็ง ลมหายใจของทั้งสองปะทะกันท่ามกลางความหนาวเหน็บ ระยะห่างเพียงคืบทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของกันและกันแผ่ซ่านเข้าสู่โสตประสาท
"ทำไม... เจ้าไม่ลงมือ?" มู่หรงหลานเอ่ยถาม เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ไป๋จิงเฉินมองลึกลงไปในดวงตาที่เยือกเย็นคู่นั้น เขากลับมองเห็นความโดดเดี่ยวอันยาวนานที่ซ่อนอยู่ภายใน ช่างคล้ายคลึงกับปมในใจของตัวเขาเองเสียเหลือเกิน
"กระบี่ของข้า..." ไป๋จิงเฉินโน้มตัวกระซิบชิดริมฝีปากนาง แววตาทระนงเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกอ่อนโยนอย่างประหลาด "มิได้มีไว้เพื่อสังหารสตรีผู้ครอบครองดวงใจที่ข้าค้นหามาตลอดชีวิต"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของมู่หรงหลาน ร่างของนางแข็งค้างในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ทันใดนั้นเอง พื้นน้ำแข็งเบื้องล่างที่พวกเขายืนอยู่ก็เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ เสียงคำรามต่ำๆ ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากห้วงเหวลึก พร้อมกับไอพลังมารสีดำสนิทที่พวยพุ่งขึ้นมาราวกับอสูรร้ายตื่นจากการหลับใหล และเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทสวมหน้ากากอสูร ก็ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงวิญญาณ
"ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ไป๋จิงเฉิน... เจ้าคิดว่าวันนี้เจ้ายังจะมีชีวิตรอดออกไปจากหุบเขานี้พร้อมกับนกน้อยในกรงของเจ้าได้อีกหรือ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านอุปสรรคไปพร้อมกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ทะยานฟ้าท้าสัจธรรม•ตอนที่ 6
นางเซียนผู้เยือกเย็น
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะยานฟ้าท้าสัจธรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!