เซฟโซนคนซึน กับคุณนักวิจารณ์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 4

เมื่อความซึนบวกกับความแสบ

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
“ถ้าจะมาเพื่อจับผิดฝีมือผมล่ะก็ เชิญเดินออกประตูไปทางซ้ายมือได้เลยครับคุณนักวิจารณ์ เพราะวัตถุดิบเกรดพรีเมียมในครัวนี้ ไม่ได้มีไว้ต้อนรับคนที่ไม่รู้ความแตกต่างระหว่าง ‘ความอร่อย’ กับ ‘อคติ’ ส่วนตัว” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังด้วยโทนเสียงคาคาเฟ่ต์ยามบ่ายดังขึ้น ท่ามกลางความอึกทึกครึกโครมของงานมหกรรมอาหารนานาชาติประจำปี กวินทร์ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวเปิดโล่ง (Open Kitchen) ในบูธจัดแสดงอาหารสุดอลังการ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนรอยยิ้มเยาะหยันเล็กน้อย เขาจ้องมองร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธ톤ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พอดี รินรดาตวัดสายตาคมกริบกลับทันที ริมฝีปากสีพีชธรรมชาติเหยียดยิ้มเย็นชา เธอยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของเชฟหนุ่มตัวแสบ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้กระจกใสกันความร้อนจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว “อุ๊ย! ขอโทษทีนะครับเชฟกวินทร์ พอดีว่าขาของฉันมันบังเอิญเดินมาสะดุดกับความ ‘มั่นหน้า’ ที่ล้นทะลักออกมานอกบูธจนต้องแวะดูต่างหากล่ะค่ะ… อ้อ ไม่สิ ต้องพูดว่า ‘ครับ’ สินะครับ เพราะดูทรงแล้ว อีโก้ของคุณน่าจะสูงเสียจนกลายร่างเป็นผู้ชายไปเรียบร้อยแล้วนี่นา” รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ครับ’ อย่างกวนประสาท เพื่อล้อเลียนบุคลิกที่ชอบทำตัวเป็นสุภาพบุรุษปากร้ายของอีกฝ่าย กวินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหงุดหงิดปนความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลในการปั่นป่วนระบบประสาทของเขาได้ดีเสียยิ่งกว่าเตาอบอุณหภูมิสองร้อยองศาเซลเซียสเสียอีก ตั้งแต่บทความวิจารณ์ชิ้นเอกที่เธอเขียนจิกกัดร้านของเขาจนยอดจองพุ่งกระฉูดในชั่วข้ามคืน เขาก็สาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะต้องทำให้ผู้หญิงปากกล้าคนนี้ยอมสยบต่อรสชาติอาหารของเขาให้จงได้ แต่ใครจะไปคิดล่ะครับว่า โชคชะตาบ้าบอคอแตกอะไรจะทำให้พวกเขาต้องมาติดแหง็กอยู่ในงานอีเวนต์เดียวกัน แถมยังต้องมารับมือกับ ‘แขกวีไอพี’ ตัวแสบที่โผล่มาขัดจังหวะการปะทะฝีปากเมื่อครู่ได้อย่างพอดิบพอดี บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่ร้อนระอุยิ่งกว่าเตาฟืน กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเนื้อย่างวากิวลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่ดูเหมือนประสาทสัมผัสของคนทั้งคู่จะถูกดึงดูดไว้ด้วยสงครามประสาทที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด “ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ” กวินทร์ก้าวเท้าเดินเลียบเคาน์เตอร์เข้ามาประชิดฝั่งที่รินรดายืนอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นไอความร้อนจากเตาไฟลอยแตะจมูกเธอ “ระวังเถอะครับ ปากเก่งมากๆ ระวังจะไม่ได้ใช้กินอาหารฝีมือผม… เพราะผมอาจจะสั่งแบนคุณออกจากร้านตลอดชีวิต” “เชิญเลยครับ!” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้โดยไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา “คิดว่าฉันแคร์เหรอครับ เชฟกวินทร์? โลกนี้ยังมีร้านอาหารอร่อยๆ อีกเป็นพันร้าน ที่สำคัญ… เชฟที่ต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิต มีดีกว่าเชฟหน้ายักษ์ขี้หงุดหงิดอย่างคุณตั้งเยอะ” “ปากดี…” กวินทร์พึมพำลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอจนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของรินรดาไหวตามแรงลมหายใจอุ่นๆ “ถ้าคิดว่าผมหน้ายักษ์นัก… งั้นลองชิม ‘เมนูพิเศษ’ ที่ผมเพิ่งทำเสร็จเมื่อกี้ดูหน่อยไหมล่ะครับ เผื่อว่าความอร่อยมันจะช่วยปิดปากอวดดีของคุณลงได้บ้าง” จังหวะนั้นเอง เชฟหนุ่มก็หยิบช้อนเซรามิกขนาดพอดีคำที่มีเนื้อปลาแซลมอนย่างราดซอสสูตรพิเศษวางอยู่ตรงหน้า เธอมองช้อนในมือเขา สลับกับใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้เสียจนได้กลิ่นลมหายใจสะอาด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจจะมาต่อปากต่อคำให้ชนะ แต่บรรยากาศชวนใจเต้นรัวแบบนี้มันคืออะไรกันครับเนี่ย? เธอยื่นมือออกไปหมายจะหยิบช้อน แต่มือหนากลับหลบเลี่ยง ปลายก้านช้อนยังคงคาอยู่ตรงหน้า เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโน้มใบหน้าเข้าไปงับคำอาหารนั้นโดยตรง เพื่อไม่ให้เสียฟอร์มต่อหน้าผู้ชายคนนี้ รสชาติของเนื้อปลาที่ละลายในปาก ผสมผสานกับความเปรี้ยวหวานกลมกล่อมของซอสเบอร์รีและกลิ่นสมุนไพรจางๆ กระแทกต่อมรับรสจนรินรดาเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว มันอร่อย… อร่อยเสียจนคำด่าทอทั้งหมดที่เตรียมไว้ในหัวละลายหายวับไปกับตา กวินทร์มองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะแตะกันในระยะประชิด “อร่อยจนพูดไม่ออกเลยเหรอครับ… คุณนักวิจารณ์?” รินรดารู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย ดวงตาคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาพราวระยับของเชฟหนุ่ม บรรยากาศรอบตัวคล้ายถูกสตัฟฟ์ไว้ให้หยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่ดังแข่งกับเสียงดนตรีในงานอีเวนต์ ทว่า… ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและชวนจิกหมอนจนแทบจะขาดใจ เสียงปรบมือดังแปะๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง “โอ้โห… ภาพบาดตาบาดใจอะไรขนาดนี้เนี่ยครับ! ผมอุตส่าห์รีบเคลียร์คิวพาแขกวีไอพีมาเซอร์ไพรส์ แต่ดูเหมือนพวกคุณสองคนจะเซอร์ไพรส์ผมกลับด้วย ‘ฉากสวีทกลางงานอีเวนต์’ ซะแล้วสิครับ… เชฟกวินทร์, รินรดา” ร่างสูงสมส่วนของ ‘ภาคิน’ เจ้าของนิตยสารอาหารชื่อดัง ก้าวเข้ามาหยุดยืนยันอยู่ข้างหลัง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนใบหน้า ด้านข้างของเขาคือชายวัยกลางคนชาวฝรั่งเศส สวมสูทเนียบกริบ แววตาคมกริบกวาดตามองมาที่ทั้งคู่ด้วยความสนใจ รินรดาผละตัวออกจากกวินทร์ราวกับถูกไฟดูด ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนตกใจ ขณะที่กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ แต่ทว่า… ประโยคถัดมาที่หลุดออกมาจากปากของชายชาวฝรั่งเศสข้างกายภาคิน กลับทำให้เลือดในกายของทั้งเชฟหนุ่มและนักวิจารณ์สาวต้องเย็นเฉียบลงในทันที “Bonjour… ผมได้ยินชื่อเสียงของพวกคุณมาเยอะ วันนี้ผม ‘อองตวน ดูปองท์’ ประธานกรรมการตัดสินมิชลินไกด์ภาคพื้นเอเชีย ตั้งใจมาพิสูจน์ฝีมือของพวกคุณด้วยตัวเอง… หวังว่าอาหารมื้อนี้ จะไม่ได้มีดีแค่ฉากรักกุ๊กกิ๊กเมื่อสักครู่นะครับ” กวินทร์หันขวับไปมองหน้าอองตวน สลับกับรินรดาในเสี้ยววินาที รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากของเชฟหนุ่มอีกครั้ง ในขณะที่รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความตื่นตระหนก ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนซึน กับคุณนักวิจารณ์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%