กลิ่นหอมหวานของกำยานผสมกลิ่นสาบสุนัขป่าและคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดมิดของป่าช้าเก่าหลังวัดร้าง กลิ่นนั้นชวนสะอิดสะเอียนจนกระเพาะอาหารปั่นป่วน แต่ รตท. ภัทรินทร์ ไม่มีเวลามาใส่ใจความคลื่นไส้นั้น นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังกำลังปลดเซฟปืนพกประจำกายอย่างเงียบเชียบที่สุด ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดขมุกขมัวที่มีเพียงแสงจันทร์สีเลือดสลัวๆ ลอดผ่านกิ่งไม้แห้งกร้านลงมา
เบื้องหน้าของเธอคือลานดินกว้างที่มีกองขี้เผาศพเก่ากระจัดกระจาย ใกล้กันนั้นร่างของเด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายถูกมึงตรึงไว้กับเสาไม้ด้วยสายสิญจน์อาคมสีดำสนิท ท่ามกลางวงล้อมของเทียนไขเล่มใหญ่ที่ปักไว้สี่ทิศ เสียงสวดมนต์คาถาภาษาโบราณที่ดังก้องด้วยสำเนียงต่ำพร่ากำลังขับเน้นบรรยากาศให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณประเมินความมืดต่ำเกินไป หมวดภัทรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลังเบาหวิว ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่บัดนี้ไร้ซึ่งเนกไทก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายของไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวอคินช่วยดึงสติอันตึงเครียดของเธอให้กลับคืนมาได้เล็กน้อย แต่ก็ทำให้หัวใจกระตุกวูบด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เธอเกลียดชังนัก
"ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันจัดการเองได้ อาจารย์อคิน" ภัทรินทร์กระซิบตอบ เสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่ต้องพึ่งพาผู้ชายคนนี้ "พวกมันกำลังทำพิธีดึงวิญญาณเพื่อกลบเกลื่อนรอยแผลเป็นบนศพ หากเราบุกเข้าไปตอนนี้ หลักฐานทั้งหมดจะ..."
"หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของคุณจะไม่มีความหมายใดๆ เลย หากวิญญาณของเหยื่อถูกดึงลงขุมโลกันต์ไปเสียก่อน" อคินเอ่ยแทรก น้ำเสียงของเขาเจือแววเยارหยันเล็กน้อยอย่างที่ชอบทำ ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาหันมามองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งถึงความหวาดกลัวที่เธอพยายามซ่อนไว้ใต้มาดตำรวจหญิงผู้เด็ดขาด "รอยแผลเป็นที่ไหล่ซ้ายของคุณกำลังร้อนผ่าวไม่ใช่หรือครับ? นั่นคือสัญญาณเตือนว่า อาคมสายดำกำลังปฏิเสธการมีอยู่ของคุณ"
ภัทรินทร์กัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ความจริงข้อนั้นเธอย่อมรู้ดี รอยแผลเป็นจากการปะทะกับคดีไสยเวทเมื่อปีก่อนกำลังส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ราวกับมีเข็มร้อนๆ นับร้อยเล่มพยายามทิ่มแทงทะลุเสื้อผ้าออกมา แต่ศักดิ์ศรีและหน้าที่ไม่อนุญาตให้เธอยอมจำนน
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีเรื่องในร่างกายฉัน" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น พลางเลื่อนสายตากลับไปยังเป้าหมาย
กลางลานพิธี ร่างของหมอผีเฒ่ากำลังยกมีดอาคมขึ้นเหนืออกของเหยื่อ ท่องคาถาด้วยเสียงอันดังจนก้องป่าช้า
"จังหวะนี้แหละครับ" อคินเอ่ยสั้นๆ แต่ทว่ารวดเร็วกว่าความคิด
ร่างสูงของอาจารย์อาคมพุ่งตัวออกไปจากเงาไม้ พร้อมกับซัดแผ่นยันต์สีทองในมือออกไปปะทะกับบาตรอาคมที่ตั้งขวางอยู่ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมจากการปะทะซัดเอาเปลวเทียนดับวูบลงครึ่งหนึ่ง หมอผีเฒ่าชะงักเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นผู้บุกรุก
ภัทรินทร์ไม่รอช้า เธอพุ่งตามออกไปเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธีสากล ปืนในมือเล็งตรงไปที่หมอผีเฒ่า "ตำรวจ! ยอมจำนนซะ!"
ทว่า... ความเงียบงันที่น่ากลัวกลับเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ไม่มีเสียงตอบรับจากหมอผีเฒ่า ร่างนั้นกลับค่อยๆ สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำทึบ ก่อนที่เงาทมิฬนับสิบสายจะพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับมือที่ไร้รูปร่างนับร้อยกำลังคว้ากุมข้อเท้าของเธอไว้
"ระวัง!" อคินตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดมือร่ายคาถาป้องกันเป็นวงกว้าง แต่ช้าไปเสี้ยววินาที
เงาทมิฬสายหนึ่งพุ่งเข้ากระแทกสีข้างของภัทรินทร์อย่างจัง แรงปะทะรุนแรงราวกับถูกรถบรรทุกชนจนร่างของเธอปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังอย่างแรง ความเจ็บปวดแลابplungeลึกเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง รสชาติคาวเลือดทะลักขึ้นมาจุกที่ลำคอจนเธอต้องสำลักออกมาคำโต
"อึก..." ภัทรินทร์ทรุดฮวบลงกับพื้น ดินโคลนเปียกชื้นเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า เธอยกมือขึ้นกุมสีข้างที่ตอนนี้เสื้อผ้าขาดวิ่น และที่น่าตกใจคือ รอยแผลเป็นที่ไหล่ซ้ายกำลังเปล่งแสงสีแดงฉานออกมาราวกับเหล็กเผาไฟ
อคินสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตาเดียว มืออุ่นจัดของเขาแตะลงที่ต้นแขนเพื่อพยุงให้เธอลุกขึ้น แต่แววตาของชายหนุ่มกลับไม่ได้มองที่บาดแผล เขากำลังจ้องมองไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"มันไม่ใช่แค่การสะกดวิญญาณธรรมดา..." อคินพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความกังวล "นี่คือการล่อพวกเราเข้ามาในกับดัก"
ก่อนที่ภัทรินทร์จะทันได้เอ่ยถามคำถามใด เสียงหัวเราะแหบพร่าและเย็นเยียบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทุกทาง รอบตัวพวกเขา บรรดาเทียนไขที่ดับไปแล้วกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งด้วยเปลวไฟสีเขียวมรกต และสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือ เงาร่างของบุคคลที่สาม ซึ่งก้าวออกมาจากหลังป้ายหลุมศพเก่า
บุคคลที่สวมหน้ากากหนังมนุษย์ และกำลังถือวัตถุบางอย่างที่คุ้นตาอย่างประหลาด
ดวงตาของภัทรินทร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือของฆาตกรปริศนานั้น... คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เธอเพิ่งเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเมื่อช่วงบ่ายนี้เอง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ อรุณมนตราขาว
ทัณฑ์ศรัทธาอำพราง: ฆาตกรรมรอยบาปในรอยสัก•ตอนที่ 13
คืนเดือนดับ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์ศรัทธาอำพราง: ฆาตกรรมรอยบาปในรอยสัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!