ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 36

มิตรภาพที่เติบโต

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ผมไม่ได้กลับมาเพื่อทวงคืนอะไรทั้งนั้น ธารา... ผมแค่มาดูว่าสวนที่แม่คุณรักนักหนา มันยังคงหายใจอยู่ไหม" คำตอบของผู้มาเยือนไม่ได้ช่วยให้ธารารู้สึกดีขึ้นเลย ความเงียบงันกัดกินบรรยากาศระหว่างเขากับชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาคนนี้คือภาพสะท้อนของอดีตที่ธาราพยายามฝังกลบไว้ใต้กองดินที่เขาเพิ่งพรวนเสร็จ ธาราหมุนตัวกลับหลังหัน เดินหนีจากคนตรงหน้าตรงดิ่งไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กข้างสวนของลุงบุญ เขาไม่ต้องการคำอธิบาย ไม่ต้องการการไถ่โทษ และยิ่งไม่ต้องการเห็นแววตาที่ดูเหมือนจะเข้าใจโลกไปเสียหมดของอีกฝ่าย ภายในกระท่อม กลิ่นไม้เก่าและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาสมุนไพรที่ลุงบุญมักต้มทิ้งไว้ช่วยดึงสติให้ธาราหายใจได้ทั่วท้องขึ้น ลุงบุญนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวเก่า สายตาจดจ้องอยู่กับกิ่งไม้ที่เขาบรรจงเล็มอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์วุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้นนอกหน้าต่างนั้นเป็นเพียงระลอกคลื่นเล็กๆ ในมหาสมุทร "คนเราน่ะนะธารา... มักจะกลัวการเผชิญหน้ากับเงาของตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่าเงานั้นก็คือตัวเราเองที่ยังเดินไม่พ้นแสง" ลุงบุญเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากกิ่งไม้ ธาราทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ใกล้ๆ ถอนหายใจยาว "ทำไมต้องตอนนี้ครับลุง... ในวันที่ผมกำลังคิดว่าตัวเองพบความสงบแล้ว สิ่งนี้กลับมาตอกย้ำให้รู้ว่าความสงบที่ว่า มันก็แค่กำแพงบางๆ ที่พร้อมจะพังทลายลงได้เสมอ" ลุงบุญวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งลง ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่ผ่านโลกมามากพอที่จะมองเห็นความร้าวรานในใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง "กำแพงที่พังลงน่ะดีนะ เพราะมันทำให้เราเห็นพื้นที่กว้างขึ้น ไม่ใช่เพื่อจะกลับไปเจ็บปวด แต่มันคือโอกาสที่จะได้เคลียร์สิ่งค้างคาในใจให้จบสิ้นเสียที" "แต่ลุงครับ... บางเรื่องมันก็ยากเกินกว่าจะเคลียร์ด้วยการพูด" "งั้นก็ลองฟังเรื่องของลุงดูไหม" ชายชราขยับตัวนั่งตัวตรงขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันดูทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน "สมัยก่อนที่สวนนี้จะเงียบสงบอย่างที่เห็น ลุงเองก็เคยเป็นคนที่ไม่ต่างจากคนคนนั้นที่ยืนรอคุณอยู่หน้าบ้าน ลุงเคยทิ้งความรับผิดชอบ เคยหนีปัญหาเพียงเพราะคิดว่าตัวเองแบกโลกไว้คนเดียวจนปวดหลัง" ธาราเงยหน้าขึ้นมองลุงบุญด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องราวส่วนตัวของชายชราผู้นี้ "ลุงไม่ได้รวยล้นฟ้าเหมือนใครเขา แต่ลุงมีสิ่งที่น่าหวงแหนคือครอบครัวและผืนดินผืนนี้ ลุงตัดสินใจเลือกงานที่ต้องจากบ้านไปไกลเพราะคำว่า 'ความก้าวหน้า' ในวันที่แม่ของลูกลุงป่วยหนัก ลุงคิดว่าเงินที่ส่งกลับไปจะชดเชยเวลาที่หายไปได้ แต่ธาราเอ๋ย... เงินซื้อทุกอย่างได้ยกเว้นลมหายใจสุดท้ายที่ลุงพลาดไป" ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ที่ไหวเอนข้างนอก ลุงบุญไม่ได้ร้องไห้ แต่แววตาของเขากลับดูหม่นแสงลงราวกับกำลังมองย้อนกลับไปในอดีตที่แก้ไขไม่ได้ "ลุงถึงต้องมาอยู่ที่นี่ไงล่ะ มาปลูกต้นไม้ เพื่อบอกตัวเองว่า ทุกชีวิตมีเวลาของมัน การปล่อยวางไม่ใช่การลืม แต่มันคือการยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือบทเรียน ไม่ใช่คำสาป" ลุงบุญเอื้อมมือมาแตะไหล่ธาราเบาๆ "ลองมองดูคนที่หน้าบ้านอีกครั้งสิ มองเขาด้วยสายตาของคนที่ไม่ต้องเป็นเจ้าของอดีตอีกต่อไป แล้วเธอจะพบว่ามิตรภาพที่เติบโตขึ้นบนซากปรักหักพังของความเข้าใจผิด มันงดงามกว่าอะไรทั้งหมด" ธารานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ สิ่งที่ลุงบุญพูดมันเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขกลอนประตูในใจเขาออก เขาค่อยๆ ลุกขึ้น เดินออกจากกระท่อมตรงไปยังรั้วบ้าน ความกลัวที่เคยมีค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกโล่งเบาอย่างประหลาด เขาหยุดยืนอยู่หน้าบุคคลนั้นอีกครั้ง "ผมพร้อมจะฟังคุณแล้ว..." ธาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงกว่าครั้งก่อน คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยมีความทะเยอทะยานบัดนี้เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและอ้อนวอน เขาหยิบซองเอกสารเก่าๆ สีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก แล้วยื่นให้ธารา "ฉันไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นบาดแผล แต่ฉันมาเพื่อส่งมอบบางสิ่งที่เธอควรได้รับมานานแล้ว... สิ่งที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้ในคืนที่เขาสารภาพความจริงทั้งหมดกับฉันก่อนจะจากไป" ธารารับซองเอกสารนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เพียงแค่เห็นลายมือบนหน้าซอง หัวใจเขาก็เหมือนหยุดเต้น เอกสารนี้คือสิ่งที่เขาตามหามาตลอดหลายปีเพื่อทำความเข้าใจความเย็นชาของผู้เป็นพ่อ ทว่า ก่อนที่ธาราจะได้แกะซองเอกสารออก เสียงรถยนต์ที่พุ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านอย่างแรงก็ขัดจังหวะเสียก่อน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ธาราไม่คิดว่าจะได้เจออีก... เธอเดินตรงมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับประโยคที่ทำให้ธาราแทบยืนไม่อยู่ "ธารา! อย่าเพิ่งเปิดซองนั่น... เพราะสิ่งที่อยู่ในนั้นไม่ใช่ความจริง แต่เป็นกับดักที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายสวนแห่งนี้!" ธาราหันไปมองทั้งสองคนสลับกัน ความสับสนวูบเข้ามาในใจดั่งพายุที่โหมกระหน่ำในยามค่ำคืน เขาจะเชื่อใครดีในวันที่ความจริงดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องโกหกที่ถูกแต่งขึ้นอย่างประณีต หรือมิตรภาพที่เขากำลังพยายามก่อร่างสร้างตัวกำลังถูกทำลายลงตั้งแต่วันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้านในวันนี้... ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในสวนแห่งนี้เสมอนะคะ ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%