ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 37

รอยแยกของความคิด

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ทำไมต้องเป็นที่นี่? ทำไมต้องเป็นคุณ?" คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากของหญิงวัยกลางคนในชุดผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบดิน เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อผักสวนครัว แต่มาเพื่อพิพากษา ธารายืนนิ่งอยู่กลางสวน หยดน้ำค้างบนใบหญ้าไม่สามารถลดทอนความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศรอบตัวเขาได้เลย เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย พยายามรักษาความสงบในใจท่ามกลางสายตาของชาวบ้านอีกสามสี่คนที่ยืนล้อมอยู่ห่างๆ ราวกับกำลังชมการแสดงละครเวทีที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินค่าตั๋ว "ผมไม่ได้เลือกที่นี่ด้วยความตั้งใจแรกเริ่มหรอกครับ แต่มันคือที่ที่ทำให้ผมยังหายใจได้คล่องขึ้น... ในวันที่โลกภายนอกบีบให้ผมต้องกลั้นหายใจ" ธาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้มือของเขาจะกำกิ่งไม้ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "หายใจได้คล่องงั้นเหรอ?" หญิงคนเดิมหัวเราะในลำคอ สายตาของเธอไล่มองธาราตั้งแต่หัวจรดเท้า "พวกเราทำงานหลังขดหลังแข็งมาทั้งชีวิตเพื่อให้หมู่บ้านนี้อยู่รอด แต่คุณ... คนแปลกหน้าที่หอบเอาความล้มเหลวมาจากเมืองหลวง มาทำตัวเป็นปราชญ์ผู้รักสันโดษ สอนให้พวกเรามองเห็นความงามของใบไม้ร่วง ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็แค่ขยะที่ต้องกวาดทิ้ง คุณกำลังหนีอะไรอยู่กันแน่ ธารา?" ความเงียบเข้าปกคลุมสวนหลังบ้าน ลมไม่ได้พัดผ่านเหมือนในนิยายโรแมนติก แต่มันหอบเอาความขุ่นมัวของความคาดหวังที่ผู้คนมีต่อกันมาปะทะหน้า ธาราหันไปมองลุงบุญที่ยืนพิงต้นมะม่วงอยู่อีกฝั่ง ชายชราไม่พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองธาราด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับจะบอกว่า 'นี่คือบททดสอบที่เธอต้องก้าวผ่านด้วยตัวเอง' ธาราก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เขาไม่ได้เดินหนี แต่เขากลับเผชิญหน้ากับความคาดหวังที่ไม่ได้ร้องขอเหล่านั้น "ผมไม่ได้หนีครับ" เขากล่าวพลางมองสบตาหญิงคนนั้นตรงๆ "ผมแค่กำลังเรียนรู้ว่า ชีวิตไม่ได้มีไว้เพื่อทำตามแบบพิมพ์เขียวที่ใครสักคนร่างไว้ให้... ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ สังคม หรือแม้แต่รอยบรรทัดฐานของหมู่บ้านนี้" "คุณก็แค่พวกขี้แพ้ที่หาข้ออ้างสวยหรู!" เสียงหนึ่งตะโกนแทรกขึ้นมาจากกลุ่มชาวบ้าน ธารานิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้โกรธ ความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งผุดขึ้นในใจ มันคือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อมนุษย์ที่หวาดกลัวต่อสิ่งแปลกแยก คนเหล่านี้ไม่ได้เกลียดเขา แต่พวกเขาเกลียดความจริงที่ว่า 'ชีวิตสามารถเลือกที่จะไม่หมุนไปตามล้อเกวียนเดิมได้' หากเขามีความสุขในฐานะคนขี้แพ้ในสายตาพวกเขา นั่นย่อมหมายความว่าสิ่งที่พวกเขาอดทนทำมาทั้งชีวิตอาจไม่มีความหมาย "แล้วถ้าการเป็นคนขี้แพ้ในสายตาพวกคุณ มันทำให้ผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุดเท่าที่ผมเคยเป็นมา... มันจะผิดตรงไหนครับ?" ธาราถามกลับ เสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบ ลุงบุญขยับตัว ก้าวออกจากเงามืดของต้นไม้มาอยู่เคียงข้างธารา ชายชราหยิบใบไม้ใบหนึ่งขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "ในป่านี้ ต้นไม้ที่โตช้าที่สุด มักจะเป็นต้นที่ให้ร่มเงาที่กว้างที่สุดเสมอ" ลุงบุญกล่าวด้วยเสียงแหบพร่าแต่มั่นคง "พวกเธอถามหาคำตอบจากธารา แต่พวกเธอเคยถามคำตอบจากตัวเองไหม? ว่าที่ยืนด่าเขากันอยู่นี้ เพราะเกลียดที่เขาต่าง หรือเกลียดที่ตัวเองไม่เคยกล้าที่จะต่าง" ความโกลาหลในความรู้สึกเริ่มก่อตัวขึ้น ชาวบ้านเริ่มหันไปซุบซิบกันเอง ความไม่พอใจที่เคยมีต่อธารากลายเป็นความกระอักกระอ่วนเมื่อถูกกระจกแห่งคำพูดของลุงบุญสะท้อนกลับไปหาตัวพวกเขาเอง "กลับไปเถอะ" ลุงบุญกล่าวสั้นๆ "สวนนี้ไม่ต้อนรับความเกลียดชัง" เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นทยอยเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าที่เหยียบย่ำบนดินอ่อน ธาราทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ไม้เก่าๆ ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ ความมั่นใจที่แสดงออกไปเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความกังวลที่กัดกินใจ "ลุงครับ... ถ้าสิ่งที่ผมทำมันคือการทำลายความสงบที่ลุงอุตส่าห์รักษามาตลอดล่ะ?" ธาราถามพลางก้มหน้ามองมือตัวเอง ลุงบุญเดินเข้ามาใกล้ วางมือที่หยาบกร้านลงบนไหล่ของชายหนุ่ม "รอยแยกของความคิดมันเกิดขึ้นเสมอเมื่อเราพยายามจะปลูกอะไรใหม่ๆ ในดินเดิมที่อัดแน่นจนแข็งกระด้าง ธารา... เธอไม่ได้ทำลายความสงบหรอก เธอแค่กำลังทำให้พวกเขาเห็นว่าใต้ผืนดินที่พวกเขาคิดว่าแห้งแล้ง มันยังมีเมล็ดพันธุ์ที่รอวันเติบโตด้วยวิธีของมันเองอยู่" ธาราเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ยามเย็นเริ่มคืบคลานเข้ามา สีทองของตะวันส่องกระทบใบไม้จนดูเหมือนมีชีวิต เขาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะผ่านไปได้ด้วยดี ความเข้าใจน่าจะเป็นทางออกของทุกสิ่ง แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ ที่รั้วไม้ไผ่ด้านหลังสวน ซึ่งติดกับชายป่าทึบ มีร่องรอยของการบุกรุก ดอกไม้ที่เขาเฝ้าทะนุถนอมถูกหักทิ้งอย่างตั้งใจ และที่กลางพื้นดินที่เคยเรียบเนียน มีจดหมายฉบับหนึ่งถูกปักไว้ด้วยมีดพับเล่มเล็ก—มีดเล่มที่ธาราจำได้แม่นว่ามันเป็นของเขาทิ้งไว้ในห้องเก็บของเมื่อคืนนี้ มือของเขาสั่นขณะหยิบจดหมายขึ้นมา ในนั้นมีข้อความเพียงประโยคเดียวที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ราวกับคนรีบร้อน: *'ธารา... ถ้าคุณคิดว่าการหนีจากเมืองหลวงมาที่นี่คือการพบทางออก คุณคิดผิดแล้ว เพราะอดีตที่คุณทิ้งไว้ไม่เคยปล่อยคุณไป แต่มันกำลังเดินตามมาในร่างของคนที่คุณไว้ใจที่สุด'* ธาราชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อหันไปมองลุงบุญที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่ทว่า... ชายชราที่เขาคิดว่ารู้จักดีที่สุด กลับยืนยิ้มอย่างเยือกเย็น ราวกับไม่ใช่คนที่เพิ่งจะสอนเขาเรื่องความปล่อยวางเมื่อครู่นี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยแยกของความคิดและเติบโตไปพร้อมกับธารานะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%