ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 38

เสียงวิจารณ์รอบข้าง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"คุณกำลังมองหาอะไรในตัวผมเหรอครับ ลุงบุญ?" ธาราเอ่ยถามโดยไม่ขยับกาย แผ่นหลังของเขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากชายชราเบื้องหลัง รอยยิ้มของลุงบุญในยามนี้ไม่ได้มีแววตาอบอุ่นเหมือนเมื่อครั้งที่นั่งล้อมวงดื่มชากันใต้ต้นปีบ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ราบเรียบ... เรียบจนน่าใจหาย ราวกับผิวน้ำนิ่งสนิทที่ซ่อนกระแสน้ำวนไว้ใต้ลึก ลุงบุญไม่ได้ตอบในทันที เสียงรองเท้าแตะเก่าๆ ครูดไปกับพื้นปูนที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำดังขึ้นช้าๆ ก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะวางลงบนบ่าของธารา น้ำหนักมือนั้นหนักอึ้งกว่าที่เคย "ธารา... คนเรามักจะมองหาสิ่งที่ตัวเองอยากให้เป็น ในตัวคนที่ตัวเองคาดหวังเสมอ แต่บางที สิ่งที่นายเห็นว่า 'คือความจริง' อาจเป็นแค่ 'ภาพฉาย' ของความกลัวในใจนายเองก็ได้นะ" "คำพูดของลุง... มันย้อนแย้งกับสิ่งที่ลุงสอนผมมาตลอด" ธาราหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาของเขาสั่นไหว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความสับสนที่กัดกินใจ "ความย้อนแย้งคือธรรมชาติของชีวิตไงล่ะ" ลุงบุญปล่อยมือแล้วหันไปมองกอไผ่ที่ลู่ตามแรงลม "คนรอบข้างนายในหมู่บ้านนี้ พวกเขากำลังพูดถึงนาย... พูดถึง 'อดีต' พนักงานบริษัทที่หนีความล้มเหลวมาซุกหัวนอนในสวน พวกเขาตัดสินนายจากเปลือกนอก จากความสำเร็จที่นายทิ้งมา แต่ที่น่าขันที่สุดคือ... นายกำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองให้คนพวกนั้นเห็น โดยการทำตัวเป็น 'คนดีที่ปล่อยวางได้' ตามที่ลุงบอก" ธาราชะงักไป คำพูดของลุงบุญเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงทะลุหน้ากากที่เขาพยายามสวมใส่มาตลอดหลายเดือน เขาคิดว่าเขาเข้าใจความหมายของการปล่อยวาง แต่วันนี้เขากลับเพิ่งตระหนักว่า... เขาแค่กำลังแสดงละครบท 'ผู้ที่ตื่นรู้' เพื่อให้คนอื่นเลิกนินทาและยอมรับเขาเท่านั้นเอง เสียงนกกระจิบนอกหน้าต่างที่เคยไพเราะ กลับกลายเป็นเสียงรบกวนที่น่ารำคาญ ในใจของธารามีเสียงวิจารณ์ของคนในหมู่บ้านดังแทรกขึ้นมา ราวกับหยิบยกเอาความผิดพลาดในอดีตของเขามาฉายซ้ำ ภาพที่เขานั่งก้มหน้าในห้องประชุมในวันนั้น ภาพที่หัวหน้างานบอกว่าเขา 'ไปต่อไม่ไหว' ทุกอย่างถูกขุดขึ้นมาในจินตนาการ "ผมแค่อยากมีพื้นที่ส่วนตัวครับลุง" ธาราเค้นเสียง "แต่ทำไม... ไม่ว่าผมจะถอยออกมาไกลแค่ไหน เสียงของพวกเขาก็ยังตามมาถึงในหัวผมอยู่ดี" "เพราะนายยังฟังมันอยู่ไง" ลุงบุญหันกลับมา ดวงตาของเขากลับมามีความอ่อนโยนอีกครั้งอย่างน่าประหลาด "เสียงวิจารณ์ก็เหมือนกับลมพัดผ่านสวน ถ้าเราไปคว้าลมเอาไว้ มือเราก็จะว่างเปล่า แต่ถ้าเราปล่อยให้มันพัดผ่านไป... สุดท้ายที่เหลืออยู่ก็คือความเงียบ นายกลัวการถูกตัดสิน หรือกลัวว่าสิ่งที่พวกเขาพูดจะเป็นเรื่องจริงกันแน่ล่ะ?" คำถามนั้นทำให้ธารานิ่งงันไปนาน เขาเริ่มมองเห็นภาพสะท้อนในกระจกเงาแห่งความจริง การรักษาใจท่ามกลางเสียงวิจารณ์ ไม่ใช่การทำให้พวกเขาสงบปากสงบคำ แต่คือการที่ใจของเขาเองไม่สั่นไหวไปกับคำพูดเหล่านั้นต่างหาก แต่ทว่า... ความจริงที่เขากำลังพยายามคว้าไว้กลับถูกสั่นคลอนด้วยเหตุการณ์ถัดมา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วสวนของลุงบุญ ธารารีบเดินออกไปดู เขาพบชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบของเทศบาลสองคน และกลุ่มชาวบ้านอีกสามสี่คนที่ยืนทำหน้าถมึงทึง หนึ่งในนั้นคือผู้ใหญ่บ้านที่เขาเคยหลบหน้ามาตลอด "คุณธาราครับ" ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยขึ้นโดยไม่มีคำทักทาย "เรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่องสิทธิการใช้ที่ดินแปลงติดกับสวนของลุงบุญ มีคนร้องเรียนว่าคุณกำลังบุกรุกพื้นที่สาธารณะเพื่อทำแปลงผักเกษตรอินทรีย์ของคุณ" ธารารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด นี่คือเสียงวิจารณ์ที่ไม่ได้มาแค่ในหัว แต่มันกำลังกลายเป็นปัญหาที่จับต้องได้ เขามองไปที่ลุงบุญเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ชายชรากลับยืนกอดอก มองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนคนแปลกหน้า "ผม... ผมทำตามข้อตกลงที่เคยคุยกันไว้นะครับ" ธาราพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา "ข้อตกลงที่ว่า... มันเป็นแค่ลมปากของคนแก่ที่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายนี่ครับ" ชายในชุดเทศบาลยื่นเอกสารปึกหนึ่งมาให้ "และที่สำคัญ... มีพยานยืนยันว่า คุณไม่ได้ทำคนเดียว แต่มี 'ที่ปรึกษา' คอยบงการอยู่เบื้องหลังเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง" ธาราส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามไปหาลุงบุญทันที ชายชราไม่หลบสายตา แต่เขากลับก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ธาราถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ "ถูกต้องครับ... ที่ธาราทำทั้งหมดนั่น ผมเป็นคนสั่งให้ทำเอง เพราะผมต้องการดูว่า... 'ความปล่อยวาง' ที่เขามักจะอวดอ้างว่าได้รับจากผมนั้น มันจะใช้ได้จริงหรือเปล่าเมื่อต้องเผชิญกับคุกตาราง" รอยยิ้มของลุงบุญในตอนนี้ไม่ใช่รอยยิ้มที่ใจดี และไม่ใช่รอยยิ้มที่น่ากลัว แต่มันคือรอยยิ้มของ 'ผู้เล่น' ที่กำลังเฉลยเกมที่ตนเองเป็นคนวางหมากไว้ตั้งแต่ต้น ธาราคว้ากระดาษจากมือเทศบาลมาดู และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนเอกสารนั้นไม่ใช่แค่การร้องเรียนที่ดิน แต่เป็นชื่อของเขาที่ระบุชัดเจนว่าเป็น 'ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง' ที่เขาเพิ่งจะพ้นมลทินมาได้ไม่ถึงหนึ่งปี ธาราหันกลับไปหาชายชราที่เขาไว้ใจที่สุดในชีวิต พร้อมกับความรู้สึกที่พังทลายลงในพริบตา ขณะที่ลุงบุญขยับเข้ามากระซิบข้างหูเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจในคราบนักปราชญ์ว่า "ยินดีด้วยนะธารา... บททดสอบที่แท้จริงของการปล่อยวางน่ะ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมรสุมชีวิตไปกับธาราในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%