ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 39

รุ่งอรุณที่สดใส

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ลุงบุญคะ คำพูดของลุงเมื่อคืน... มันไม่ใช่การเตือน แต่มันคือคำสาปใช่ไหมคะ?" ธาราวางแก้วน้ำเซรามิกใบเก่าลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของมันดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถง เขาไม่รอลุ้นคำตอบจากชายชราที่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาของเขาสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก ต่างจากลุงบุญที่ยังคงจิบชาอย่างใจเย็น ราวกับถ้อยคำที่ทิ้งไว้เมื่อคืนเป็นเพียงการเอ่ยทักทายเรื่องดินฟ้าอากาศ ชายชราค่อยๆ วางถ้วยชาลง สายตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาจ้องมองธาราอย่างเนิบช้า "คำสาปหรือพร... มันต่างกันที่ใจเราตัดสินหรอกนะธารา" ลุงบุญเอ่ยขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า "เจ้าแบกอดีตไว้จนหลังงอ แต่เมื่อคืนเจ้ากลับวางมันลงได้เพียงชั่ววูบ แล้วเจ้าก็ตกใจ... เจ้ากลัวที่จะว่างเปล่า เพราะถ้าไม่มีความเจ็บปวดคอยตอกย้ำ เจ้าก็ไม่รู้จะนิยามตัวเองว่าอย่างไรใช่ไหม" ธารากำหมัดแน่น สัมผัสถึงความสั่นเทาในใจที่พยายามข่มไว้ เขาเคยเชื่อว่าการหลีกหนีจากเมืองใหญ่มาสู่สวนแห่งนี้จะช่วยเยียวยา แต่ดูเหมือนลุงบุญจะเป็นกระจกบานใหญ่ที่ส่องให้เห็นความเน่าเฟะในใจที่เขาเพียรซ่อนไว้มาตลอด "ผมไม่ได้กลัวความว่างเปล่า" ธาราเค้นเสียง "ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ผมไว้ใจที่สุด ถึงเลือกที่จะดึงผมลงเหวในวันที่ผมกำลังจะปีนขึ้นมาได้" ลุงบุญหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนใบไม้แห้งกรอบที่เสียดสีกัน "ถ้าไม่ผลักเจ้าลงเหว เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าปีกที่มีอยู่มันใช้บินได้จริง หรือเจ้าจะเอาแต่เดินเตาะแตะอยู่บนพื้นดินที่เจ้าเรียกว่าความปลอดภัยต่อไป" ธาราเงียบไป เขาหันมองออกไปนอกหน้าต่าง สวนหลังบ้านที่เขาเคยเห็นว่าเป็นสถานที่พักพิง ตอนนี้กลับดูแปลกตาไป ราวกับว่าทุกต้นไม้และทุกก้อนหินกำลังเฝ้าดูการตัดสินใจของเขาอยู่ ลมเช้าไม่ได้พัดผ่านเข้ามาอย่างอ่อนโยน แต่มันกระแทกกระทั้นพัดเอาฝุ่นผงแห่งความทรงจำฟุ้งกระจายเข้ามาในห้อง เขาคิดถึงความกดดันของพ่อแม่ที่เคยบดขยี้เขาในอดีต ภาพของตัวเขาเองที่ยอมสยบต่อความคาดหวังจนสูญเสียตัวตนไปทีละน้อย บัดนี้ ลุงบุญกำลังทำในสิ่งที่คล้ายกัน... หรือนี่คือบทเรียนสุดท้ายที่เขาต้องผ่านไปให้ได้ด้วยตัวเอง "ถ้าบททดสอบของลุงคือการทำลายสิ่งที่ผมเพิ่งสร้างขึ้นมา" ธาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบอย่างน่าประหลาด "งั้นผมขอเป็นคนเผามันเอง ดีกว่าให้ลุงเป็นคนจุดไฟ" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่เหลือคราบของชายหนุ่มผู้โอนอ่อนที่เข้ามาพึ่งใบบุญในวันแรกอีกต่อไป ธาราเดินออกไปที่สวนหลังบ้านโดยไม่หันกลับไปมองชายชราที่ยังคงนั่งยิ้มอยู่ที่เดิม ในหัวของเขาว่างเปล่า แต่ไม่ใช่ความว่างเปล่าที่น่ากลัว มันคือความโล่งใจที่เบาสบายราวกับคนละคน เมื่อเดินมาถึงใจกลางสวน ที่ซึ่งต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ธาราก็นิ่งงันไป เขาสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง ใต้รากไม้ใหญ่ที่เขาเคยมานั่งสมาธิเป็นประจำ ดินตรงนั้นมีการขุดคุ้ยจนเห็นแผ่นโลหะสีสนิมเขรอะโผล่ขึ้นมาเพียงเสี้ยวหนึ่ง ธาราไม่ได้ตั้งใจจะหามัน แต่มันกลับสะดุดตาเหมือนจะจงใจเปิดเผยตัว เขาคุกเข่าลง ใช้มือเปล่าๆ ขุดดินที่เกาะตัวแน่นอยู่ออกอย่างใจเย็น เมื่อดึงแผ่นโลหะขึ้นมาได้ เขาก็พบว่ามันเป็นกล่องเหล็กกล่องหนึ่งที่มีตราประทับของตระกูลเขาเอง... ตระกูลที่เขาพยายามตัดขาดและทิ้งไว้เบื้องหลังตั้งแต่วันที่ก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้น กล่องนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และทำไมลุงบุญถึงไม่เคยพูดถึงมันเลย? ธาราสั่นเทา มือของเขาที่เปื้อนดินเริ่มสั่นขณะพยายามไขกล่องเหล็กที่ถูกล็อกด้วยรหัสสี่ตัว เขาใส่ตัวเลขที่จำได้ขึ้นใจ... วันที่เขาร้องไห้ครั้งสุดท้ายในบ้านหลังเดิม เสียงกลไกดัง 'กริ๊ก' ดังก้องในโสตประสาท ภายในกล่องไม่ใช่สมบัติหรือเงินทอง แต่มันคือสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มหนึ่ง และรูปถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจของธาราขาดห้วงไปทันที ในรูปนั้นคือชายชราคนหนึ่งที่ดูหนุ่มกว่าลุงบุญในปัจจุบันมาก แต่ใบหน้าและรอยยิ้มนั้นกลับเป็นคนเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน ยืนคู่กับพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ทั้งคู่กำลังจับมือกันเหนือร่างของใครบางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้... ซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวเขาเองในวัยเด็ก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเขา ธาราไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นยาสูบจางๆ ที่ลุงบุญชอบใช้เป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นพร้อมกับไอเย็นที่แผ่ซ่าน "ยินดีด้วยนะธารา" เสียงลุงบุญกระซิบผ่านลมหายใจ "เจ้าค้นพบความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้สวนนี้แล้ว... แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราทำอะไรกับเจ้าในวันนั้น" ชายชราก้มลงกระซิบข้างหูธาอีกครั้ง ราวกับเสียงนั้นมาจากนรกขุมลึกที่สุด "คำถามคือ... เจ้าพร้อมจะให้อภัยฆาตกรที่เลี้ยงดูเจ้ามาตลอดสามสิบปีนี้ หรือจะยอมให้ความแค้นนี้กัดกินเจ้าจนไม่เหลือซากไปพร้อมกับความทรงจำที่หายไป?" ต้นไม้ริมระเบียงขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบททดสอบที่หนักหนาสาหัสนี้ไปพร้อมกับธารานะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%