ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 40

ปมที่คลี่คลาย

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“ถ้าการให้อภัยคือการทรยศต่อความเจ็บปวดของตัวเอง ธาราก็เลือกที่จะเป็นคนทรยศดีกว่าต้องแบกซากศพของความแค้นไว้บนบ่าไปตลอดชีวิตค่ะ” คำพูดนั้นหลุดออกจากปากธาราไปในความเงียบงันที่หนักอึ้งราวกับก้อนหินที่จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร ในห้องนั่งเล่นที่แสนคุ้นเคยแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกแยก เธอนั่งอยู่ตรงข้ามกับชายวัยเกษียณที่ใครต่อใครเรียกเขาว่า 'พ่อ' มาตลอดสามสิบปี ผู้ชายที่สร้างโลกของเธอด้วยความรักที่บิดเบี้ยว และทำลายมันลงด้วยความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พรม คุณประเสริฐไม่ได้ตอบโต้ทันที มือเหี่ยวหราที่เคยจับไม้เทนนิสสอนเธอเล่นในวัยเด็ก บัดนี้สั่นเทาขณะประคองถ้วยชาที่เย็นชืด สายตาของเขาทอดมองไปยังสวนหลังบ้านผ่านกระจกบานใหญ่ ดวงตาสีขุ่นมัวนั้นดูราวกับกำลังฉายภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาพยายามลบมันทิ้งด้วยการหลอกลวง “เจ้ากำลังพูดเหมือนคนที่มองเห็นปลายทางแล้วสินะ” เสียงของเขาแหบพร่าและแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกถึงวิญญาณ “การให้อภัยไม่ได้มีไว้เพื่อคนทำผิดหรอกธารา แต่มันมีไว้เพื่อไม่ให้คนที่ถูกกระทำอย่างเจ้า กลายเป็นปีศาจตัวใหม่ที่ออกล่าล้างแค้นไปเรื่อยๆ” ธาราแค่นยิ้ม มือของเธอซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว สัมผัสถึงกุญแจรถที่เธอเตรียมไว้หากการเผชิญหน้าครั้งนี้จบลงด้วยความพังทลาย เธอสังเกตเห็นรอยนิ้วมือที่สั่นไหวบนถ้วยชาของเขา หัวใจของเธอไม่ได้เต้นระรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวเหมือนหลายวันที่ผ่านมา แต่มันกลับเต้นอย่างมั่นคงราวกับจังหวะของเข็มนาฬิกาที่หยุดเดินไปชั่วขณะ “หนูไม่ได้ให้อภัยเพราะคุณเป็นคนดี หรือเพราะการกระทำของคุณมีเหตุผลรองรับนะคะ” ธาราขยับตัวเข้าใกล้ชิดขอบโต๊ะ กลิ่นอายของความอัดอั้นในห้องนี้มันชัดเจนจนแทบจะคว้าได้ “หนูให้อภัยเพื่อให้หนูได้เป็นอิสระจากเงาของคุณ... หนูเลิกเป็นเงาของคนที่ฆ่าความทรงจำของหนูไปตั้งแต่วันนี้ค่ะ” ลุงบุญซึ่งนั่งอยู่มุมห้องมาโดยตลอดเงยหน้าขึ้นจากงานไม้ในมือ เขาไม่ได้แทรกแซง แต่แววตาของชายชราที่มองผ่านแว่นสายตาหนาเตอะนั้นเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ ลุงบุญวางชิ้นไม้ลงเบาๆ เสียงกระทบกันของไม้สนดังก้องไปทั่วห้อง “ต้นไม้ที่เติบโตในที่แคบมักจะบิดเบี้ยวเพื่อหาแสงแดด” ลุงบุญเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเขาเรียบง่ายเหมือนการพรวนดิน “แต่เมื่อเราย้ายมันมาปลูกในที่โล่งแจ้ง ไม่ใช่ทุกต้นจะกลับมาตรงได้ทันที มันต้องใช้เวลา... และบางครั้ง การตัดกิ่งก้านที่เน่าเสียทิ้งไป คือวิธีเดียวที่จะรักษาลำต้นให้รอดชีวิต” คุณประเสริฐกำถ้วยชาแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว “แล้วถ้าข้า... คือกิ่งก้านที่ต้องถูกตัดทิ้งล่ะ?” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธารามองเข้าไปในดวงตาของผู้ชายที่เลี้ยงดูเธอมา คำถามที่เคยเป็นดั่งพิษร้ายกลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า เธอไม่ได้รู้สึกถึงแรงแค้นที่อยากจะทำลายล้างอีกต่อไป แต่เป็นความสงสารที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ ความสงสารในความเปราะบางของมนุษย์ที่พยายามยึดเหนี่ยวอำนาจเพื่อปกปิดความกลัวของตัวเอง “คุณไม่ใช่กิ่งก้านที่หนูต้องตัดทิ้งค่ะ” ธาราตอบเสียงนิ่ง “เพราะคุณไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชีวิตหนูอีกต่อไปตั้งแต่วินาทีที่ความจริงปรากฏ... คุณเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่มีรอยยิ้มที่หนูเคยรู้จักเท่านั้น” เธอลุกขึ้นยืน ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะที่มั่นคง เธอไม่ได้รู้สึกถึงน้ำหนักของอดีตที่เกาะกินหัวใจอีกแล้ว ความกลัวที่เคยคิดว่าจะกัดกินเธอจนไม่เหลือซากกลับสลายตัวไปเหมือนหมอกยามที่แดดส่องถึง การเผชิญหน้าในครั้งนี้ไม่ได้จบลงด้วยการทะเลาะเบาะแว้งหรือคำสาปแช่ง แต่มันจบลงด้วยการที่เธอ 'วาง' ปมที่เคยรัดแน่นอยู่ในใจลงอย่างประณีต ขณะที่ธารากำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องนั้นเอง เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงเคาะที่สุภาพ แต่เป็นเสียงทุบที่หนักหน่วงและรีบร้อนจนบานประตูสั่นสะเทือน คุณประเสริฐสะดุ้งสุดตัว ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ลุงบุญรีบลุกขึ้นมายืนเคียงข้างธาราโดยสัญชาตญาณ ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามา เขาไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราด แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยียบราวกับน้ำแข็ง “ขออภัยที่มารบกวนครับ... แต่ผมเกรงว่าความทรงจำที่คุณพยายามฝังกลบไว้สามสิบปี มันเริ่มส่งกลิ่นเหม็นออกมาถึงข้างนอกแล้วนะครับ คุณประเสริฐ” ชายคนนั้นกล่าวพลางวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกลางห้อง ก่อนจะหันมามองธาราด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินจะอ่านออก “และคุณ... ธารา ผมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่พ่อที่แท้จริงของคุณทิ้งไว้ให้ ก่อนที่เขาจะถูกทำให้หายไปจากโลกนี้ครับ” ธาราตัวแข็งทื่อ มือที่เอื้อมไปแตะแฟ้มเอกสารสั่นระริก ในขณะที่คุณประเสริฐทรุดลงนั่งกับพื้นราวกับคนที่ไร้ซึ่งกระดูกสันหลัง ปมที่เธอคิดว่าคลี่คลายแล้ว กลับกลายเป็นเพียงเงื่อนแรกของเชือกเส้นใหญ่ที่กำลังถูกกระชากให้เปิดเผยความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในสวนหลังบ้านแห่งนี้นะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%