ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 24

กระจกสะท้อนตัวตน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“ถ้าคุณยังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแบบนั้น ต่อให้สวนทั้งสวนของลุงกลายเป็นทองคำ คุณก็ไม่มีวันมองเห็นความงามของมันหรอกนะ ธารา” น้ำเสียงแหบพร่าของลุงบุญไม่ได้มีความโกรธเคือง แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของดิฉันจนต้องชะงักมือที่กำลังถอนหญ้าคาข้างแปลงผัก ธาราสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกถึงกลิ่นดินชื้นและกลิ่นใบไม้เน่าจางๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินสะพายกล้องตัวโต กางแผนที่พัลวัน และพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงเร่งรีบราวกับกำลังวิ่งแข่งกับเวลาอยู่ที่หน้าประตูสวน ภาพนั้น... ราวกับเงาสะท้อนจากอดีตที่แตกสลายของดิฉันเอง “พวกเขาดูเหมือน ‘ฉัน’ ในปีก่อนหน้านี้เลยนะคะลุง” ดิฉันพึมพำขณะใช้นิ้วปาดคราบดินออกจากข้างแก้ม สายตายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่ม เธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมดูทะมัดทะแมง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือที่สั่นเตือนไม่หยุด อีกมือหนึ่งพยายามจัดแจงมุมกล้องเพื่อถ่ายภาพดอกไม้ แต่ดวงตาของเธอกลับไม่ได้มองสิ่งสวยงามตรงหน้าเลย เธอเพียงแค่ต้องการ ‘บันทึก’ ว่าเธอได้มาถึงแล้ว เพื่อนำไปประกาศให้โลกรู้ว่าเธอยังมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ลุงบุญวางจอบในมือลงแล้วยืดตัวขึ้นช้าๆ ท่านไม่ได้หันไปมองนักท่องเที่ยวเหล่านั้น แต่มองมาที่ดิฉันด้วยแววตาที่อ่านใจได้ทะลุปรุโปร่ง “คนเรามักมองหากระจกบานใหญ่เพื่อส่องดูตัวเองเสมอธารา แต่บ่อยครั้งเรากลับเลือกกระจกที่บิดเบี้ยว... กระจกที่สะท้อนแค่ความคาดหวังของคนอื่น ไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเรา” ดิฉันนิ่งเงียบ ความทรงจำเมื่อครั้งยังนั่งทำงานในตึกระฟ้าใจกลางเมืองย้อนกลับมาเตือนใจ คำสั่งจากหัวหน้า ความคาดหวังของแม่ที่ต้องการให้ดิฉันก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหาร การทำทุกอย่างเพื่อ ‘มีตัวตน’ ในสายตาคนอื่น มันช่างเหนื่อยล้าและดูไร้จุดหมายเหลือเกินในตอนนี้ “บางครั้ง...” ดิฉันเริ่มพูดช้าๆ พยายามเรียบเรียงความคิด “หนูก็สงสัยว่า ถ้าวันนั้นหนูไม่ตัดสินใจเดินออกมา หนูจะยังเป็นธาราคนเดิมที่ยิ้มกว้างได้เหมือนตอนนี้ไหมคะ หรือหนูจะกลายเป็นเพียงหุ่นยนต์ที่เดินตามเข็มนาฬิกาจนลืมวิธีหายใจไปแล้ว” “กระจกบานนั้นมันไม่ได้พังหายไปไหนหรอกนะธารา มันแค่ถูกวางไว้ในที่ที่มืดที่สุดของหัวใจเธอต่างหาก” ลุงบุญตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ ท่านเดินเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นที่กำลังยืนหัวเสียเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี ลุงบุญเพียงแค่ยื่นดอกเข็มสีแดงสดในมือให้เธอ แล้วเอ่ยเพียงสั้นๆ ว่า “ลองดมกลิ่นของมันดูสิแม่หนู สัญญาณโทรศัพท์อาจจะหายไป แต่ชีวิตที่แท้จริงมันเริ่มขึ้นตรงนี้แหละ” หญิงสาวชะงัก เธอรับดอกไม้ไปอย่างงุนงง ก่อนที่แววตาที่เคยแข็งกร้าวจะอ่อนแสงลงชั่วขณะ เธอวางโทรศัพท์ลงช้าๆ แล้วก้มลงสูดดมกลิ่นดอกไม้นั้น ภาพที่ดิฉันเห็นทำให้ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว มันไม่ใช่แค่การให้ดอกไม้ แต่มันคือการยื่น ‘กระจกแห่งปัจจุบัน’ ให้กับคนที่หลงทางในอดีตและอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่ทว่า... ความเงียบสงบในสวนกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางเข้าอีกฝั่งของสวน หญิงวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเดินตรงเข้ามาหาดิฉันด้วยท่าทางที่ดูไม่สู้ดีนัก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลที่ดิฉันจำได้แม่นยำว่าเป็นของใคร “ธารา! แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าไม่รับสาย จะเป็นยังไง!” เสียงของแม่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว ดิฉันตัวชาวาบ มือที่ยังเปื้อนดินสั่นเทาเล็กน้อย ความสงบที่อุตส่าห์สร้างมาตลอดหลายเดือนดูเหมือนจะพังทลายลงในพริบตาเมื่อแม่ยื่นซองจดหมายสีขาวสะอาดตามาตรงหน้า “บริษัทแม่ยอมถอยให้แล้วนะ กลับไปเซ็นสัญญาที่ค้างไว้เดี๋ยวนี้ ส่วนเรื่องสวนนี่... ทิ้งมันไปซะ ก่อนที่ชีวิตของลูกจะพังไปมากกว่านี้!” ดิฉันมองซองจดหมายนั้นสลับกับใบหน้าของแม่ที่เต็มไปด้วยความรักที่ผิดเพี้ยน ความเงียบที่เกิดขึ้นในวินาทีนั้นหนักอึ้งราวกับอากาศกำลังจะหมดไป ลุงบุญเพียงแต่ถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวอย่างให้เกียรติ แต่สายตาของท่านกลับจ้องมองมาที่ดิฉัน ราวกับจะถามว่า กระจกบานที่แม่ถืออยู่นี้... จะเป็นบานที่เธอเลือกส่องอีกครั้งหรือไม่? ธาราไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงแค่ก้มลงมองซองจดหมาย แล้วค่อยๆ เอื้อมมือออกไป... แต่แทนที่จะรับมัน ดิฉันกลับค่อยๆ ปล่อยให้มันร่วงลงบนพื้นดินที่ชื้นแฉะ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของคนรอบข้าง ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับธารานะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%