“ทำไมคุณถึงไม่ลองมองดูคนที่เขาลำบากกว่าเราบ้างล่ะคะธารา การเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนที่วิ่งไปไกลกว่า มันไม่ได้ช่วยให้ดอกไม้ในสวนของคุณโตเร็วขึ้นหรอกนะ มีแต่จะทำให้ดินตรงนั้นจืดจางลงไปเปล่าๆ”
เสียงของลุงบุญดังก้องอยู่ในความเงียบงันขณะที่เรากำลังพรวนดินอยู่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ ธาราวางจอบในมือลงช้าๆ พลางเช็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอไม่ได้ตอบทันที สายตาจับจ้องไปที่รั้วไม้ที่กั้นระหว่างสวนของเธอกับบ้านหลังใหญ่ข้างๆ ที่เพิ่งมีการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของเพื่อนร่วมงานเก่าที่เธอเคยสนิทชิดเชื้อ ภาพความรื่นเริงและแสงไฟระยิบระยับที่ลอดผ่านรอยแยกของรั้วมา มันช่างต่างกับความเงียบสงบที่เธอเลือกเดินเข้ามาหาอย่างสิ้นเชิง
ความริษยามันไม่ได้มาในรูปแบบของไฟที่แผดเผา แต่มันมาในรูปแบบของหยดน้ำที่ค่อยๆ กัดเซาะใจให้กร่อนลงทีละน้อย เธอรู้สึกถึงแรงบีบคั้นในอก ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่พยายามสะกดไว้เริ่มกระเพื่อมไหวเหมือนผิวน้ำที่ถูกก้อนหินขว้างใส่
“ลุงบุญคะ...” ธาราเอ่ยเสียงแผ่ว ลังเลที่จะพูดต่อ “บางครั้งความสงบที่ฉันโหยหา มันก็ดูเล็กลงถนัดตาเมื่อเห็นคนอื่นเขามีชีวิตที่หวือหวาและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ฉันไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงหรือเงินทองแบบเขาหรอกนะคะ แต่ฉัน... ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ในขณะที่โลกข้างนอกนั่นเขาก้าวไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
ลุงบุญวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ในมือลง ชายชราขยับแว่นสายตาแล้วหันมามองธาราด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ ท่านไม่ได้ตำหนิ แต่สายตานั้นทำให้ธารารู้สึกอับอายในความขลาดกลัวของตนเอง
“ความล้มเหลวที่คุณว่า มันมีหน้าตาเป็นอย่างไรหรือคะ?” ลุงบุญถามสั้นๆ
ธาราอึกอัก เธอพยายามหาคำตอบแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า “คือการที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จตามที่คนรอบข้างคาดหวังได้น่ะค่ะ การที่ต้องออกจากงานที่มั่นคงมานั่งพรวนดินปลูกผักในขณะที่คนอื่นกำลังเลื่อนตำแหน่ง... มันดูเหมือนการถอยหลังเข้าคลองไม่ใช่หรือคะ”
“สวนที่นี่ก็มีฤดูกาลของมันนะคะธารา” ลุงบุญชี้ไปที่ต้นไม้ในกระถาง “ต้นไม้ไม่ได้แข่งกันว่าใครจะออกดอกก่อนกัน แต่มันแข่งกับตัวเองว่าจะหยั่งรากให้ลึกพอที่จะต้านทานพายุได้ไหม ความริษยาที่คุณรู้สึก มันไม่ใช่เรื่องของคนข้างบ้านหรอกค่ะ แต่มันคือเรื่องของ 'ความไม่พอใจในรากของตัวเอง' คุณกำลังหันไปมองยอดไม้ของคนอื่น จนลืมไปว่าดินที่คุณยืนอยู่ตอนนี้ มันกำลังหล่อเลี้ยงตัวตนของคุณให้เติบโตอย่างมั่นคงเพียงใด”
ธารานิ่งอึ้ง คำพูดของชายชราเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่ความคิดที่กำลังร้อนรุ่ม เธอหันกลับไปมองรั้วไม้อีกครั้ง เสียงดนตรีจากบ้านหลังนั้นยังคงแว่วมา แต่ในห้วงคำนึงกลับเริ่มเปลี่ยนไป เธอเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ อาจไม่ใช่ความสำเร็จที่ประดับประดาด้วยคำชมเชย แต่เป็นการยอมรับในเส้นทางที่ตนเองเลือกเดินอย่างแท้จริง
เธอเดินไปที่โต๊ะไม้ตัวเก่า หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนบางอย่าง ทว่าในวินาทีที่ปลายปากกาจรดลงบนหน้ากระดาษ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวน
“ธารา... ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น ธาราสะดุ้งสุดตัว เธอจำเสียงนี้ได้ดี เสียงของคนที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอดสามเดือน—คนที่เคยเป็นทั้งหัวหน้าและผู้ชายที่เธอเคยหวังว่าจะได้ร่วมสร้างอนาคตด้วยกัน เขาเดินพ้นแนวพุ่มไม้เข้ามาในชุดสูทราคาแพงที่ดูผิดที่ผิดทางกับสวนหลังบ้านของเธอ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองสภาพที่เปลี่ยนไปของธารา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สมุดบันทึกในมือเธอ
“ฉันตามหาเธอทั่วเลยรู้ไหม” เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าอึดอัด “และฉันมีข่าวดีที่จะบอก... ข่าวดีที่เธอจะปฏิเสธไม่ได้”
ธาราถอยหลังไปหนึ่งก้าว หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เธอเงยหน้ามองคนตรงหน้า ความริษยาที่เธอเพิ่งสนทนากับลุงบุญดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันที เมื่อชายคนนี้หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาแล้วยื่นให้เธอ พร้อมกับประโยคที่ทำให้โลกของเธอสั่นคลอน
“บริษัทต้องการตัวเธอคืน... และครั้งนี้ ฉันจะไม่ยอมให้เธอเดินจากไปอีกเด็ดขาด”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับธารานะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 25
ความริษยาในใจ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!