“ต้นไม้พวกนี้ไม่ได้ต้องการความรักที่ฟูมฟายหรอกนะธารา มันแค่ต้องการให้เธอรู้จัก ‘จังหวะเวลา’ ของการปล่อยวางก็เท่านั้น”
ลุงบุญเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ในมือ ท่านจดจ่ออยู่กับการตัดเล็มยอดอ่อนของต้นโมกที่เริ่มยืดยาวเกินงาม ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับใจธารามาตลอดหลายนาทีหลังจากที่เธอเพิ่งวางสายจากคุณแม่ไป
ธารากำชับถุงมือหนังในมือจนแน่น เธอมองดูแปลงดอกไม้ที่เคยสะพรั่งในฤดูหนาว บัดนี้ใบของพวกมันเริ่มกรอบแห้ง ลู่ไปตามแรงลมที่เริ่มเปลี่ยนทิศทาง ลมร้อนระลอกแรกกำลังจะมาเยือน และนั่นหมายถึงการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า สิ่งที่เคยงดงามในฤดูกาลหนึ่ง อาจกลายเป็นภาระในอีกฤดูกาลหากเรายังดันทุรังจะรักษาไว้
“แต่หนูทิ้งมันไม่ลงค่ะลุง... หลายต้นหนูเป็นคนปลูกกับมือ เหมือนกับความพยายามในงานเก่าที่หนูทำ หนูใช้เวลาตั้งนานกว่าจะทำให้มันเติบโตได้ขนาดนี้” เสียงของธาราสั่นเครือเล็กน้อย เธอก้มลงมองเศษกิ่งไม้ที่กองอยู่แทบเท้า
ลุงบุญวางกรรไกรลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวผ่านแว่นสายตาที่ขุ่นมัวตามกาลเวลา ท่านเดินช้าๆ มาหยุดข้างเธอ กลิ่นดินชื้นๆ ที่คละคลุ้งในอากาศดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความอึดอัดในใจลงได้บ้าง
“เธอรู้อะไรไหม ธารา... ความคาดหวังของคนเรามันก็เหมือนการพรวนดิน ถ้าพรวนลึกเกินไป รากที่เปราะบางก็ช้ำ ถ้าพรวนตื้นไป วัชพืชก็ขึ้นรกเรื้อ เธอแบกความต้องการของครอบครัวมานานเท่าไหร่แล้วที่มันไม่ใช่ตัวเธอเลย?”
คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจ ธาราชะงัก เธอพยายามจะเอ่ยโต้แย้ง แต่กลับพบว่าคำพูดเหล่านั้นติดค้างอยู่ที่ลำคอ เธอรู้ดีว่าคำเตือนของแม่ที่เพิ่งวางสายไปนั้นมีนัยสำคัญแอบแฝงเสมอ การย้ำให้เธอกลับไปรับตำแหน่งเดิมในบริษัทใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่ความห่วงใย แต่มันคือการขีดเส้นให้เธอเดินกลับไปในวงจรเดิมที่เธอพยายามหนีออกมา
“ถ้าหนูไม่ทำตามใจท่าน... หนูจะเป็นคนอกตัญญูหรือเปล่าคะ?”
“การเป็นลูกที่ดี ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นรูปปั้นที่พ่อแม่วางไว้บนหิ้งนะ” ลุงบุญขยับหมวกสานของท่าน “ดูสวนนี่สิ ฤดูร้อนที่กำลังมาถึงคือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน ใครที่ยอมทิ้งใบเก่าที่เหี่ยวเฉา ก็จะมีพลังงานไปสร้างใบใหม่ที่ทนแดดได้ดีกว่า หากเธอไม่กล้าตัดสิ่งที่ร่วงโรยออกไป เธอก็จะไม่ได้สัมผัสกับความสดชื่นของฤดูกาลใหม่หรอก”
ธารามองไปรอบสวนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เธอเห็นกิ่งก้านที่ตายซากเหล่านั้นชัดเจนขึ้น ไม่ใช่ในฐานะความล้มเหลว แต่ในฐานะ 'สิ่งที่ต้องปล่อยไป' เธอหยิบกรรไกรขึ้นมา มือที่เคยสั่นเทาเริ่มนิ่งสนิท เธอค่อยๆ ตัดกิ่งไม้ที่แห้งกร้านออกไปทีละกิ่ง แรงตัดแต่ละครั้งราวกับเป็นการตัดโซ่ตรวนที่ผูกมัดใจเธอไว้กับความคาดหวังในอดีต
เวลาล่วงเลยไปจนแสงสีส้มทองเริ่มอาบไล้ไปทั่วสวน สวนหลังบ้านที่เคยดูรกครึ้มกลับมามีระเบียบอีกครั้งในแบบที่ดูโปร่งตาและพร้อมจะรับมือกับแดดจัด ความเหนื่อยล้าทางกายทำให้น้ำหนักในใจลดน้อยลง ธารายกหลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอรู้สึกถึงความสงบที่แทรกซึมเข้าสู่หัวใจอย่างช้าๆ
“ลุงคะ... หนูคิดว่าหนูพร้อมจะส่งจดหมายปฏิเสธข้อเสนอของแม่แล้วค่ะ”
ลุงบุญเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างสงบ ท่านยื่นจอกน้ำชาสมุนไพรส่งให้เธอ แต่ก่อนที่ธาราจะได้ยกขึ้นจิบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวนด้านหลัง เสียงนั้นดูร้อนรนและไม่คุ้นเคย ธาราเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ
ชายหนุ่มในชุดสูทที่ดูเนี้ยบกริบจนขัดกับบรรยากาศสวนหลังบ้านยืนหอบหายใจอยู่ตรงรั้วกั้น สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ตัวเธอ
“ธารา... ผมหาคุณเจอสักที” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาธาราถึงกับทำจอกน้ำชาหลุดจากมือ “แม่ของคุณป่วยหนัก และท่านยืนกรานว่าจะไม่ยอมรักษาถ้าคุณไม่กลับไปจัดการเอกสารสำคัญนั้นด้วยตัวเองภายในคืนนี้”
หัวใจของธารากระตุกวูบ ความรู้สึกโล่งเบาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธอหันไปมองลุงบุญที่ยังคงนิ่งเฉยราวกับรู้เหตุการณ์นี้ล่วงหน้า ลมร้อนสายหนึ่งพัดผ่านสวนมาอีกครั้ง คราวนี้มันช่างเย็นเยียบจนเธอนึกหวั่นไหวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ธาราจะเลือกเดินก้าวออกไปจากสวนเพื่อทำตามหน้าที่ หรือจะปล่อยให้ฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ตัดสินใจแทนเธอกันแน่?
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับธารานะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 22
ฤดูกาลเปลี่ยนผ่าน
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!