รอยเปื้อนโคลนสีเข้มบนกางเกงผ้าลินินของธาราไม่ได้เกิดจากแปลงผักของเธอเอง แต่มันติดมาจากแปลงกะหล่ำปลีของยายเพ็ญ หญิงชราผู้เป็นเพื่อนบ้านที่นอนซมอยู่ด้วยไข้หวัดใหญ่มาสามวันแล้ว เสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของยายเพ็ญที่ลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าๆ ยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของธารา ราวกับเสียงเตือนนาฬิกาทรายที่กำลังเม็ดทรายเม็ดสุดท้าย
ในขณะเดียวกัน แปลง ‘โรสแมรี่’ และ ‘ดอกคาโมมายล์’ นำเข้าเกรดพรีเมียมที่เธอเพิ่งเพาะเมล็ดด้วยความยากลำบาก กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยเช่นกัน ดินรอบโคนต้นเริ่มแห้งกรัง ใบสีเขียวเข้มเริ่มม้วนงอเพราะขาดน้ำ หากเธอไม่รีบเดินระบบน้ำหยดให้สวนของตัวเองภายในวันนี้ ผลผลิตล็อตแรกที่ตั้งใจจะนำไปส่งให้ร้านกาแฟออร์แกนิกในเมืองเพื่อพยุงค่าใช้จ่ายคงต้องเสียหายทั้งหมด
“ธารา... แม่เพ็ญฝากดูแปลงผักข้างบ้านหน่อยนะลูก แกแก่แล้ว ทำคนเดียวไม่ไหวหรอก”
คำพูดของลุงบุญในยามที่เขานั่งจิบชาสมุนไพรใต้ร่มไม้ใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน ยังคงดังก้องอยู่ในใจ ลุงบุญผู้มองโลกผ่านวัฏจักรของธรรมชาติ มักจะบอกเสมอว่า *‘ต้นไม้ก็เหมือนมนุษย์ มันรอคอยความใส่ใจในยามที่อ่อนแอที่สุด’* แต่ลุงบุญอาจจะลืมไปว่า ตัวธาราเองก็เป็นแค่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่เพิ่งฟื้นจากความแห้งแล้งในจิตใจ และกำลังยืนหยัดด้วยรากแก้วที่ยังไม่แข็งแรงดีนัก
ธารายืนถือสายยางค้างไว้กึ่งกลางระหว่างแปลงดอกคาโมมายล์ของเธอ กับแปลงผักคะน้าและกะหล่ำปลีที่เฉาคาต้นของยายเพ็ญ สายน้ำที่ไหลรินออกมาจากปลายสายยางเป็นเพียงสายธารเล็กๆ ที่ไม่สามารถแบ่งปันให้เต็มทั้งสองแปลงพร้อมกันได้ แรงดันน้ำในท่อจำกัดเกินกว่าจะโอบอุ้มความรับผิดชอบที่หนักอึ้งนี้ไว้ได้ทั้งหมด
เสียงฝีเท้าหนักๆ บนพื้นกรวดดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของยายเพ็ญที่พยุงร่างอันสั่นเทาออกมาที่ระเบียงบ้าน สายตาของหญิงชรามองตรงมาที่ธาราอย่างไร้คำพูด แต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความหวارและคำวิงวอนที่เงียบงัน ราวกับจะบอกว่าหากวันนี้แปลงผักของแกไม่ได้รับน้ำ พืชผลที่ปลูกมาแรมเดือนคงต้องเน่าตายคากลิ่นโคลน
ธาราก้มมองแปลงดอกคาโมมายล์ของตนเอง กลีบดอกสีขาวบริสุทธิ์เริ่มลู่ลงตามแรงลมร้อนที่พัดผ่าน มันคือความฝัน คืออิสรภาพ และคือผลลัพธ์จากการตัดสินใจลาออกจากเมืองกรุงอันวุ่นวายเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ หากเธอปล่อยให้มันตาย เธอก็คงพ่ายแพ้ต่อความคาดหวังของตัวเองอีกครั้ง
แต่ถ้าเธอเมินเฉยต่อเสียงครางเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดที่ดังมาจากห้องนอนของยายเพ็ญ เธอก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้คนในเมืองใหญ่ที่เธอเคยวิ่งหนีมา—ผู้คนที่เดินผ่านความทุกข์ร้อนของเพื่อนมนุษย์โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง
นิ้วมือเรียวบางกำสายยางแน่นขึ้นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอลงไป สายลมเย็นยะเยือกพัดกวาดใบไม้แห้งให้ปลิววนรอบตัว ราวกับธรรมชาติกำลังรอคอยการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะกำหนดทิศทางชีวิตของเธอต่อจากนี้
ธาราหลับตาลงช้าๆ สูตรหายใจเข้าลึกเพื่อรับเอา1กลิ่นดินและกลิ่นอายฝนที่กำลังตั้งเค้า เธอยกหัวจ่ายน้ำขึ้น ปรับวาล์วในมือด้วยความลังเลที่สั่นเทา ก่อนจะตัดสินใจหันหัวสายยางไปทางแปลงผักของยายเพ็ญ และปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำพรูพรั่งลงบนดินแห้งแล้งของบ้านข้างเคียง โดยทิ้งให้แปลงคาโมมายล์ของเธอยืนต้นทนความกระหายต่อไป
เสียงน้ำไหลกระทบใบไม้ดังซ่า ท่ามกลางความเงียบงันของสวนหลังบ้านที่ราวกับเวลาหยุดเดิน ทันGนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ก้าวพ้นซุ้มประตูกุหลาบเข้ามา—บุคคลที่เธอกำลังพยายามลืมเลือน และไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอท่ามกลางพายุอารมณ์นี้
รีกเดอร์ที่รักคะ มาร่วมลุ้นและก้าวผ่านพายุลูกนี้ไปพร้อมกับธารากันนะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 48
การตัดสินใจที่ยากลำบาก
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!