ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 18

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“คุณคิดว่าถ้าเราหยุดรดน้ำต้นไม้ที่ตายไปแล้ว มันจะเป็นความผิดบาปไหมคะลุงบุญ?” ธารานั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ สายตาของเธอมิได้จับจ้องไปที่แปลงผักสลัดที่เขียวขจี แต่กลับทอดมองไปยังกอต้นโมกที่แห้งกรอบอยู่ริมรั้วกั้นระหว่างสวนของเธอกับโลกภายนอก เธอเอ่ยคำถามนั้นออกมาโดยไม่หันไปมองคนข้างกาย ราวกับกำลังถามลมฟ้าอากาศมากกว่าจะรอคำตอบจากชายชรา ลุงบุญวางช้อนพรวนดินลงบนพื้นดินร่วน ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนด้วยอาการเข่าที่ฝืดเคืองตามวัย เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่กลับหยิบกรรไกรตัดกิ่งขึ้นมา แล้วจัดการเล็มกิ่งที่แห้งตายทิ้งไปทีละกิ่งอย่างแช่มช้า ความเงียบขยายตัวครอบคลุมพื้นที่สวน มีเพียงเสียงกรรไกรกระทบกิ่งไม้ที่ดังเป็นระยะเหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นแผ่วลง “คนเรามักจะกลัวการสูญเสีย จนลืมไปว่าการพยายามยื้อสิ่งที่จบลงไปแล้ว ไม่ใช่ความรักหรอกนะธารา มันคือความกลัว... ความกลัวที่จะต้องยอมรับว่าเราจัดการกับความว่างเปล่าไม่เป็น” คำตอบนั้นคมกริบและบาดลึก ธารากำนิ้วมือตัวเองแน่นจนซีดขาว ความสัมพันธ์ที่จางหายไปกับคนรักเก่าของเธอ ไม่ได้จบลงด้วยการทะเลาะเบาะแว้งหรือการตะโกนด่าทอ แต่มันจบลงด้วยความเงียบที่ค่อยๆ กัดกินพื้นที่จนไม่เหลืออะไรเลย เหมือนแก้วน้ำที่ถูกรินออกทีละหยด จนกระทั่งวันหนึ่งเธอก็พบว่ามันว่างเปล่าเหลือเพียงคราบตะกอนก้นแก้ว “บางที... ฉันอาจจะแค่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองไม่เคยเป็นคนที่สำคัญพอที่จะให้เขาหยุดเดินต่อ” เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ลุงบุญหันกลับมามองเธอ ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยรอยย่นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอจะเข้าใจความเจ็บปวดของผู้เยาว์วัย “ธารา... เธอเห็นมดตัวนั้นไหม” เขาชี้ไปที่ทางเดินดิน “มันแบกเศษใบไม้ที่ใหญ่กว่าตัวมันหลายเท่า มันพยายามมาตลอดทาง แต่พอถึงจุดที่มันก้าวข้ามผ่านไม่ได้ มันไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย มันแค่ทิ้งเศษใบไม้นั้น แล้วเดินตัวเปล่าไปหาทางใหม่ต่างหาก” “แต่นั่นมันมดนะคะลุงบุญ เราไม่ใช่แมลง เรามีความทรงจำ เรามีความรู้สึกที่ผูกพัน” “ความผูกพันน่ะดี แต่ถ้ามันกลายเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามขาให้จมปลักอยู่กับดินโคลนที่กำลังจะดูดกลืนเรา... การตัดทิ้งไม่ใช่การทรยศต่ออดีต แต่มันคือการอนุญาตให้ปัจจุบันได้หายใจบ้าง” ลุงบุญยื่นกระถางต้นไม้ที่ยังไม่ได้ลงมือปลูกมาวางไว้ข้างๆ ธารา ก่อนจะเดินเลี่ยงกลับเข้าไปในกระท่อมหลังเล็ก ทิ้งให้เธออยู่กับคำถามที่ไม่มีคำตอบในใจเพียงลำพัง ธารานิ่งไปนาน ความรู้สึกบีบคั้นในอกเริ่มเปลี่ยนรูปแบบ จากความเศร้าโศกกลายเป็นความเหนื่อยล้าที่แสนสาหัส เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูรายชื่อที่เธอไม่เคยกล้ากดลบออกเสียที ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งมาเมื่อหลายเดือนก่อน—*‘ดูแลตัวเองด้วยนะ’*—มันดูเรียบง่าย แต่ในความเรียบง่ายนั้นมีกำแพงหนาที่กั้นเธอออกจากชีวิตเขาไว้อย่างถาวร เธอตัดสินใจกดปุ่ม ‘ลบ’ นิ้วชี้สั่นเทาขณะที่กดตกลง แต่ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความใหม่ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มันเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา แต่เมื่อเธอเปิดอ่าน ข้อความนั้นกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นกระตุกราวกับตกจากที่สูง *‘ผมกลับมาแล้วนะ... อยู่ที่เดิม ที่ที่เราเคยสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน’* ธาราเงยหน้าขึ้นมองรั้วบ้านที่เชื่อมต่อกับทางเข้าสวน หัวใจของเธอหล่นวูบเมื่อเห็นเงาของใครบางคนยืนนิ่งอยู่หลังแนวพุ่มไม้กั้นเขต ร่างนั้นคุ้นตาอย่างประหลาดจนเธอแทบลืมวิธีหายใจ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการกลับมา คือการที่เธอพบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกยินดีเหมือนที่เคยฝันไว้เลยแม้แต่น้อย มือของเธอยังคงถือมือถือค้างไว้ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มก้าวเข้ามาใกล้สวนของเธอมากขึ้นทุกที ลุงบุญที่เพิ่งหายเข้าไปในบ้านเดินกลับออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขามองไปที่หน้าประตูสวนแล้วหันมามองเธอด้วยสายตาที่เตือนสติ “ความกล้าหาญไม่ได้อยู่ที่การเลือกว่าจะรักใคร แต่อยู่ที่การเลือกว่าจะรักษาใจตัวเองอย่างไร เมื่อสิ่งที่เคยรัก... พยายามจะพังประตูเข้ามาในวันที่เราปิดตายไปแล้ว” ธาราลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอแข็งทื่อขณะที่ร่างชายหนุ่มคนนั้นปรากฏตัวขึ้นชัดเจนตรงหน้า... เขาไม่ได้มาคนเดียว และดูเหมือนการกลับมาครั้งนี้ จะไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นการนำพาความลับที่เธอพยายามลืมไปตลอดกาลให้กลับมาทำลายความสงบสุขที่เธอเพิ่งจะสร้างขึ้นมาได้เพียงเสี้ยววินาที ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวในอดีตไปพร้อมกับธารานะคะ โดย ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%