"ถ้าจะตักแกงให้เต็มชามจนล้นแบบนี้ คนกินจะไม่มีที่วางใจให้ความหิวหรอกนะแม่ธารา"
เสียงแหบพร่าของลุงบุญดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายในศาลาวัด กลิ่นกะทิสดผสมกับควันธูปอบอวลจนน่าเวียนหัว ธาราชะงักมือที่กำลังตักแกงขี้เหล็กใส่ถ้วยพลาสติก เธอมองดูแกงที่ปริ่มขอบถ้วยจนเกือบจะหยดลงบนพื้นไม้กระดาน เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
"หนูแค่กลัวว่าถ้าให้ไม่เต็ม เขาจะคิดว่าเราขี้เหนียวค่ะลุง" ธาราตอบพลางเช็ดคราบแกงที่เปื้อนข้างถ้วยอย่างเบามือ
ลุงบุญวางทัพพีลงในหม้อใบใหญ่ หันมามองเธอด้วยดวงตาที่หรี่เล็กลงท่ามกลางรอยย่นบนใบหน้า "ความกลัวว่าคนอื่นจะมองยังไง... มันหนักกว่าแกงทั้งหม้อนี้อีกนะ ธารา ลูกลองสังเกตดูสิ คนที่นี่เขาไม่เคยมองว่าถ้วยเต็มหรือไม่เต็มหรอก เขามองแค่ว่าวันนี้มีข้าวกินกับเพื่อนบ้านหรือเปล่า"
ธารากวาดสายตามองไปรอบศาลาวัด งานบุญประจำปีของหมู่บ้านไม่ได้มีอะไรหวือหวา มันคือการรวมตัวของชาวบ้านที่แต่งกายด้วยผ้าซิ่นเก่าๆ สีซีดจาง รอยยิ้มของป้าข้างบ้านที่คอยคดข้าวใส่จานให้คนแปลกหน้า หรือเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งไล่จับกันรอบเสาศาลา สิ่งเหล่านี้ช่างห่างไกลจากชีวิตที่เธอเคยรู้จัก—ชีวิตที่ต้องแข่งกับเวลา แข่งกับตัวเลข และแข่งกับความคาดหวังของคนรอบข้างที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
"หนูเคยคิดว่าความสำเร็จคือการเติมสิ่งที่ขาดให้เต็มเสมอค่ะลุง" ธาราพูดขึ้นขณะหยิบถ้วยแกงใบถัดไป "พอมาอยู่ที่นี่... หนูถึงเพิ่งเห็นว่า ยิ่งเติมมันก็ยิ่งล้น ยิ่งล้นก็ยิ่งหาที่วางไม่ได้"
"งั้นก็เลิกเติมเสียสิ" ลุงบุญขยับตัวนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ หยิบพัดใบตาลขึ้นมาโบกเบาๆ "ชีวิตคนเราก็เหมือนสวนหลังบ้านนั่นแหละ ถ้ามัวแต่ปลูกทุกอย่างที่เขาว่าดี จนแน่นสวนไปหมด สุดท้ายมันก็จะไม่มีที่ว่างให้ลมพัดผ่าน ต้นไม้แต่ละต้นจะเฉาตายเพราะแย่งอากาศกันหายใจ"
ธารานิ่งไป คำพูดของชายชราตรงหน้าเหมือนเข็มทิศที่ชี้ชัดลงกลางใจ เธอวางทัพพีลงชั่วคราว ปล่อยให้ชาวบ้านคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ต่อ เธอเดินเลี่ยงออกมาที่ริมระเบียงศาลาวัด มองออกไปทางต้นไทรใหญ่หน้าโบสถ์ ลมกรรโชกแรงพัดพาเอาใบไม้แห้งร่วงกราวลงสู่พื้นดิน ความเงียบสงบในช่วงจังหวะหนึ่งของวันทำให้เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจนขึ้น
เธอนึกถึงอดีต—แม่ที่มักจะถามเสมอว่าเมื่อไหร่จะได้เลื่อนตำแหน่ง พ่อที่มักจะนำความสำเร็จของลูกสาวคนอื่นมาเปรียบเทียบในมื้ออาหาร ความคาดหวังเหล่านั้นคือ 'แกงที่ตักจนล้น' ที่เธอพยายามแบกรับไว้จนหลังโก่ง
"ธารา!" เสียงตะโกนเรียกจากลานวัดทำให้เธอสะดุ้ง ธาราหันกลับไปมอง เห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินถือจานขนมจีนตรงมาหา เธอจำได้แม่นว่าคือ 'ริน' ลูกสาวเจ้าของร้านชำในหมู่บ้าน
"รินมีเรื่องจะบอก" รินทำหน้าเครียด สลับกับมองไปทางประตูวัดที่รถยนต์คันหรูสีดำสนิทเพิ่งแล่นเข้ามาจอด "คนในรถคันนั้น... เขาถามหาชื่อพี่ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวลงจากรถเลยนะ เขาบอกว่าเป็นคนจากกรุงเทพฯ ที่รู้จักพี่ดี"
ธาราขมวดคิ้ว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยแล่นริ้วเข้ามาแทนที่ความสงบเมื่อครู่ เธอรีบเดินลงจากศาลาไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างแถวเก้าอี้พลาสติก หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ รถคันนั้นจอดนิ่งสนิทกระจกมืดสนิทจนมองไม่เห็นคนขับ แต่พอกระจกเลื่อนลงมาเพียงครึ่งเดียว สิ่งที่ธาราเห็นกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยไม่ใช่ใครอื่น เขาคือหัวหน้างานเก่าที่เธอเคยพยายามหนีห่าง แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ—ชายหนุ่มที่เธอจำได้แม่นว่าคือคนรักเก่าผู้ที่ทิ้งเธอไปในวันที่เธอสูญเสียทุกอย่าง
"สวัสดี ธารา... ดูเหมือนชีวิตใหม่ที่นี่จะทำให้เธอสงบขึ้นเยอะเลยนะ" ชายหนุ่มเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก พร้อมกับยื่นซองจดหมายสีขาวที่ประทับตราบริษัทที่เธอเคยลาออกออกมาทางหน้าต่าง "เรามีเรื่อง 'ธุรกิจ' ที่ต้องคุยกัน และหวังว่าครั้งนี้... เธอคงจะไม่ปฏิเสธเหมือนครั้งก่อน"
ธารายืนตัวแข็งทื่อ ลมจากสวนหลังบ้านที่เคยพัดพาความสงบกลับกลายเป็นลมพายุที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาใหม่ในพริบตา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและความหวังไปกับธารานะคะ - ต้นไม้ริมระเบียง
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 19
งานบุญประจำปี
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!