"ถ้าหนูยังแบกสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้แน่นราวกับกลัวมันจะหลุดมือแบบนี้ ต่อให้ดวงดาวทั้งฟ้าตกลงมาวางตรงหน้า หนูมองไม่เห็นความงามของมันหรอกนะ ธารา"
ลุงบุญเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน เสียงของท่านไม่ได้ดัง แต่กลับคมชัดเหมือนมีดที่กรีดลงบนความสับสนในใจของธารา หญิงสาวชะงักมือที่กำลังขีดเขียนลงบนกระดาษ ปากกาลูกลื่นในมือสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อยๆ วางมันลงบนตัก
เบื้องหน้าของพวกเขาไม่ใช่โต๊ะทำงานหรูหราในตึกระฟ้าใจกลางเมืองที่เธอเคยจมปลัก แต่มันคือแคร่ไม้เก่าๆ ใต้ต้นจามจุรีใหญ่ในสวนหลังบ้าน กลิ่นดินชื้นและดอกราตรีที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลในยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสงบเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับตอกย้ำความรู้สึก 'แปลกแยก' ที่เกาะกินในอกตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
"หนูแค่... กำลังพยายามทำความเข้าใจกับมันค่ะลุงบุญ" ธาราตอบพลางเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่ไร้แสงไฟจากตึกสูง "ทำความเข้าใจว่าทำไมจู่ๆ สิ่งที่หนูเคยคิดว่าคือความสำเร็จ กลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมายในสายตาหนูไปเสียดื้อๆ"
ลุงบุญไม่ได้ตอบในทันที ท่านหยิบกาจอกชาขึ้นจิบช้าๆ สายตาฝ้าฟางแต่มั่นคงมองไปยังดวงดาวนับล้านที่ทอแสงวับแวมเหนือยอดไม้ "คนเรามักจะวิ่งตามเข็มทิศที่คนอื่นหยิบยื่นให้มาทั้งชีวิต จนลืมไปว่าเข็มทิศของตัวเองน่ะ ไม่ได้มีไว้ดูทิศเหนือ แต่มันมีไว้ดูว่าหัวใจเราเต้นจังหวะไหนต่างหาก"
ธาราหันไปมองใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชรา ประโยคนั้นเหมือนกุญแจที่ไขกลอนประตูในใจที่ปิดตายมานาน ความคาดหวังของพ่อแม่ ความภูมิใจในตำแหน่งงานที่แลกมาด้วยสุขภาพจิต และความต้องการการยอมรับจากสังคมที่เธอเคยหลงใหล มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลัง 'เน่าตาย' ลงเหมือนใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมอยู่ในสวนแห่งนี้
"ถ้าหนูทิ้งมันไป... หนูจะเป็นใครคะลุง? คนที่ไม่มีนามบัตร คนที่ไม่มีตารางงาน คนที่ไม่มีความสำเร็จให้ใครมาปรบมือชื่นชม" เสียงของธาราสั่นเครือ เธอไม่ได้ต้องการคำตอบจากลุงบุญ แต่มันคือคำถามที่เธอเพิ่งกล้าถามตัวเองอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
"ก็เป็นแค่คนคนหนึ่งไง" ลุงบุญวางจอกชาลง "เป็นคนที่มีความสุขกับการเห็นดอกไม้บาน เป็นคนที่หัวเราะได้เต็มเสียงโดยไม่ต้องกังวลว่าจะดูเสียบุคลิก เป็นคน... ที่เป็นเจ้าของชีวิตตัวเองจริงๆ ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้"
ธารานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ลมหายใจเข้าลึกๆ ของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นของความเป็นอิสระ ในวินาทีนั้นเอง ภาพความทรงจำในออฟฟิศเดิมพรั่งพรูเข้ามา แสงไฟนีออนเย็นเฉียบ เสียงกดแป้นพิมพ์ที่บีบคั้น และรอยยิ้มจอมปลอมที่เธอต้องสวมใส่เพื่อเอาตัวรอด ทันใดนั้น ความตระหนักรู้ที่เฉียบคมและทรงพลังก็แล่นปราดเข้ามาในหัวใจ เธอไม่ได้ต้องการกลับไป ไม่ใช่แค่ไม่ต้องการงานเดิม แต่เธอไม่ต้องการ 'ตัวตนเดิม' อีกต่อไปแล้ว
"หนูตัดสินใจได้แล้วค่ะ" ธาราพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป นิ่งสงบแต่หนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาที่เต็มไปด้วยแผนงานอนาคตที่เคยวางไว้ขึ้นมา พลิกดูหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตารางชีวิตที่บีบคั้น ก่อนจะหยิบปากกาขีดฆ่าทุกตัวอักษรทิ้งอย่างไม่ใยดี กระดาษที่เคยเป็นดั่งคัมภีร์ของชีวิตกลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าในสายตาเธอ
"ลุงคะ พรุ่งนี้หนูจะไปที่บริษัท"
ลุงบุญขมวดคิ้ว "จะไปทำไมในเมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าทางนั้นไม่ใช่ทางของหนู?"
"หนูไม่ได้ไปเพื่อกลับไปทำงานค่ะ" ธาราเงยหน้ามองฟ้า ดวงตาของเธอสะท้อนแสงดาวอย่างเป็นประกาย "หนูจะไปเพื่อลาออก... อย่างถาวร และหนูจะพา 'ตัวหนู' กลับมาที่นี่ ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นวิญญาณที่เคยหลงทางไปไกลแสนไกลด้วย"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเข้าสวน เสียงนั้นมั่นคงและดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ธาราและลุงบุญหันไปมองพร้อมกันที่หน้าประตูไม้เก่าๆ ซึ่งเปิดอ้าออก เผยให้เห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนที่สวมสูทดูภูมิฐาน ทว่าแววตากลับเย็นเยียบ เขาก้าวเข้ามาในสวนพร้อมกับกระเป๋าเอกสารในมือ และรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของธารากระตุกวูบ
"ธารา... พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าการหนีมาซ่อนตัวในที่กันดารแบบนี้ มันเป็นแค่ความเพ้อฝันของเด็กไม่รู้จักโต" เสียงของพ่อที่ไม่ได้พบกันนานนับปีดังก้องกังวาน "เก็บของกลับบ้านเราซะ เพราะพรุ่งนี้หนูมีนัดสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้รออยู่... และครั้งนี้ พ่อไม่ได้มาเพื่อขอร้อง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเงียบงันและเติบโตไปพร้อมกับดอกไม้ของธารานะคะ โดย ต้นไม้ริมระเบียง
ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน•ตอนที่ 15
ค่ำคืนใต้แสงดาว
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในวันที่ลมพัดผ่านสวนหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!