เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม?•ตอนที่ 34

คำสัญญาที่ยังไม่ได้ให้

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
“จะรีบลงไปหาเขานักใช่ไหม... ห๊ะ! รินรดา?” เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดและแรงหึงหวงอย่างไร้เหตุผล ดังสะท้อนก้องไปทั่วความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหาร เกรซไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้านายจอมเผด็จการที่รินรดาเคยนึกหมั่นไส้ในวันแรกอีกต่อไปแล้ว แต่ในวินาทีนี้... ร่างเพรียวระหงที่กำลังดันเธอกลับจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อดี กำลังทำตัวไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวเอาแต่ใจที่กำลังสูญเสียของรัก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือจางปะปนกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้เป็นนาย ลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูกจนสติที่เคยตั้งมั่นไว้เริ่มสั่นคลอน ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ แววตาของเกrซในตอนนี้ไม่ได้มีความเยือกเย็นชาเหมือนอย่างเคย มีเพียงประกายไฟแห่งความคุกรุ่นและอารมณ์บางอย่างที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกระด้าง “ปล่อยค่ะคุณเกรซ... คนอื่นมองมาจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่นะคะ” รินรดาพยายามใช้เสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวระคนตื่นตระหนกจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม “เข้าใจผิด?” เกรซแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย แต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยความเจ็บปวดที่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากพูดออกมา “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอสนใจว่าคนอื่นจะมองเรายังไง... หรือว่าไอ้การรีบลงไปข้างล่างเมื่อกี้ มันเป็นเพราะผู้ชายคนนั้น... เพราะไอ้ภูมิเลขาฯ แผนกการตลาดคนนั้นสินะ ถึงทำให้เธอร้อนรนขนาดนี้!” “คุณเกรซกำลังพาลนะคะ!” รินรดาหมดความอดทน มือเรียวเล็กยกขึ้นดันไหล่ลาดของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงอารมณ์ของคนตัวโตกว่าได้ เกรซกลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดแก้ว “ใช่... ฉันกำลังพาล!” เกรซสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง “แล้วเธอล่ะ... จะปฏิเสธไหมว่าไม่ได้แคร์มัน? จะปฏิเสธไหมว่าที่ผ่านมาทั้งหมด... ความรู้สึกที่เธอมีให้ฉัน มันก็เป็นแค่เรื่องโกหกเหมือนที่เธอชอบบอกคนอื่น!” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความตึงเครียด รินรดานิ่งงั้น ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ฉายแววตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเธอพังทลายลงทีละน้อยเมื่อได้ยินประโยคที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงนั้น ผู้หญิงที่เพียบพร้อม เย่อหยิ่ง และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างเกรซ กำลังแสดงความอ่อนแอออกมาให้เธอเห็น... เพราะความหึงหวง “คุณเกรซบ้าไปแล้วหรือคะ...” รินรดาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนยวบลงอย่างห้ามไม่อยู่ “ถ้าฉันแคร์คนอื่น... ถ้าฉันแคร์ไอ้ภูมิอย่างที่คุณพูดจริงๆ ฉันคงไม่มายืนทนฟังคนปากร้ายเอาแต่ใจตัวเองเหวี่ยงใส่แบบนี้หรอกค่ะ” เกรซชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง “เธอ... หมายความว่ายังไง” “หมายความว่า... คนที่ฉันแคร์ มีแค่คนเดียวค่ะ” รินรดาตัดสินใจเดิมพันความรู้สึกของตัวเอง เธอยอมละทิ้งเกราะกำบังทุกอย่างแล้วเงยหน้าสบตากับคนตรงๆ “และคนๆ นั้น ก็กำลังยืนทำหน้าบึ้งตึงใส่ฉันอยู่ตรงนี้ไงคะ... พอใจหรือยังล่ะคะ?” คำพูดตรงไปตรงมาแต่แฝงไปด้วยความเขินอายทำเอาเกรซถึงกับใบ้กิน ร่างสูงชะงักค้างไปชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวที่เคยปะทุอยู่เมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงและความอุ่นวาย์ที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ไอร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาจนใบหน้าสวยรู้สึกเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ คนปากแข็งอย่างเกrซถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะฉีกกว้างขึ้นมา “เธอนี่มัน... กล้ามากนะรินรดา” เกรซพยายามปรับเสียงให้กลับมาดุเหมือนเดิม แต่ทว่าใบหน้าที่แดงก่ำและแววตาที่ไหวระริกกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด “ใครอนุญาตให้เธอมาพูดจาต้อนฉันแบบนี้... ใครบอกให้เธอมาสารภาพอะไรแบบนี้กันเล่า!” “อ้าว... ทีแบบนี้มาทำเป็นโวยวายนะคะ” รินรดาอดไม่ได้ที่จะย้อนกลับด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้คนฟอร์มจัด “ทีคุณยังพูดจาใจร้ายใส่ฉันก่อนเลย... ถ้าไม่ติดว่าฉันรัก... เอ๊ย! ถ้าไม่ติดว่าฉันต้องทำงานร่วมกับคุณนะ ฉันลาออกไปนานแล้วค่ะ!” “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?” เกรซหรี่ตามอง จับผิดคำพูดที่หลุดปากออกมาเมื่อครู่ รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากของประธานสาว “พูดใหม่อีกทีซิ... เมื่อกี้คำว่าอะไรนะ ‘รัก’ เหรอ?” รินรดาหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม เธอยกมือขึ้นตีแขนอีกฝ่ายแก้เก้อไปทีหนึ่ง “ไม่ได้พูดสักหน่อย! หูฝาดไปเองแล้วค่ะคุณเกรซ ปล่อยได้แล้วนะคะ เดี๋ยวเมย์หรือคนอื่นมาเห็นเข้าจริงๆ จะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ” “ไม่ปล่อย...” เกรซกระซิบเสียงพร่า ใริมฝีปากหยักสวยเคลื่อนเข้าไปใกล้ใบหูเนียนจนรินรดารู้สึกสะท้านไปทั้งร่าง “ปล่อยให้โง่สิ ในเมื่อเธอยอมรับเองว่าแคร์ฉันคนเดียว... จากนี้ไป เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีเลยนะ รินรดา” ความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีทำให้ห้องทำงานทั้งห้องแทบไม่มีอากาศหายใจ รินรดาซุกซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำไว้กับอกอุ่นของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ที่เคยคลุมเครือและเต็มไปด้วยแรงปะทะ บัดนี้กลับชัดเจนขึ้นในทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนคนอ่านต้องจิกหมอน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงหวานแหลมของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญที่ดังทะลุเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต “คุณเกรซคะ! เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ด่วนของฝ่ายการตลาด... ว๊าย! ขอโทษค่ะ! เมย์ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะนะคะ!” เมย์ที่ผลักประตูเข้ามาหยุดชะงักกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพที่ประธานสาวสุดเย็นชา กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเลขาฯ คนสนิทแนบชิดติดประตู รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาร้ายกาจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนสนิทตัวแสบ เกรซผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเย็นชาดั่งน้ำแข็งในพริบตา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ รินรดารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความกระวนกระวายใจ ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากแก้ตัวอะไร เมย์ก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้องทันที “อุ๊ย... ดูเหมือนเมย์จะมาผิดเวลาสินะคะ แต่ว่านะ... เรื่องสำคัญกว่าเรื่องกอดกันเมื่อกี้คือ คุณเกรซรู้หรือยังคะว่า ‘เขาคนนั้น’ ที่คุณเกรซสั่งให้ไปดูงานต่างประเทศ... บินกลับมาถึงบริษัทตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะคะ และตอนนี้เขากำลังรอพบคุณเกรซอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างค่ะ!” (ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความซึนของบอสเกรซกับน้องรินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%