แฟ้มเอกสารในมือของรินรดาสั่นน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะความหนาของกระดาษรายงานงบการเงินไตรมาสล่าสุด หากแต่เป็นเพราะสายตาคู่คมกริบของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ต่างหาก
“ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน ก็เอาสมองส่วนที่เหลือมาคิดดูซะใหม่นะคะ รินรดา”
น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เจือความเย่อหยิ่งนิด ๆ นั้นลอยข้ามโต๊ะมาปะทะโสตประสาท เกรซในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มวันนี้ดูน่าเกรงขามเป็นพิเศษ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่คมชัดราวกับรูปปั้น แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่ใช่คำพูดถากถางพวกนั้น... มันคือแผ่นพาสเตอร์ยา ลายการ์ตูนหมีน้อยที่แปะอยู่บนนิ้วเรียวยาวของท่านประธานคนสวยต่างหาก
ให้ตายเถอะ... คนปากแข็งอย่างคุณเกรซเนี่ยนะ จะยอมแปะไอ้พลาสเตอร์นี่เอง
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงชัดเจนในความทรงจำ ตอนที่เธอยื่นกล่องพยาบาลให้แล้วอีกฝ่ายสะบัดหน้าหนีทำทีเป็นไม่สนใจ ร้องสั่งให้เธอไสหัวกลับโต๊ะทำงานตัวเองไปซะ แต่พอตื่นเช้ามา... นิ้วที่โดนกระดาษบาดเมื่อวานกลับถูกดูแลอย่างดีด้วยพลาสเตอร์ยาที่เธอจำได้แม่นว่ามันอยู่ในกล่องนั้น
ซึนเดระชัด ๆ ปากบอกว่าไม่แคร์ แต่การกระทำนี่ฟ้องยิ่งกว่าอะไรดี
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะท่านประธาน พอดีฉันมีสมองไว้ใช้ทำงานให้บริษัทเต็มร้อยอยู่แล้วค่ะ ไม่เหมือนใครบางคนที่เอาเวลาไปใส่ใจเรื่องไร้สาระจนเจ็บตัว” รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอไม่มีทางยอมจำนนให้อีกฝ่ายกดขี่อยู่ฝ่ายเดียวแน่ ๆ
เกรซชะงักไปนิด ปากเรียวบางที่กำลังจะอ้าขึ้นเพื่อตอกกลับกลับต้องเม้มเข้าหากัน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจระคนความประหม่าที่ถูกจับไต๋ได้ ร่างเพอร์เฟกต์ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเลขาสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจาง ๆ ผสมกับความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์โชยปะทะจมูก เกรซโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใช้มือข้างที่ไม่ได้แปะพลาสเตอร์ยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวรินรดาให้อยู่ในอาณัติ สายตาดุดันจ้องลึกลงไปในดวงตาของเด็กสาว
“ปากเก่งนักนะรินรดา คิดว่าฉันไม่กล้าไล่คุณออกจริง ๆ หรือไง” เกรซกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่น ๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
“ถ้าจะไล่ออกเพราะฉันรู้ทันว่าคุณแอบใช้พลาสเตอร์ยาที่ฉันให้เมื่อคืน... เชิญเลยค่ะ ฉันจะได้ไปหางานที่เจ้านายพูดจาภาษาคนมากกว่านี้” รินรดาเชิดหน้าสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด แม้ว่ามือที่ถือแฟ้มเอกสารจะกำแน่นจนยับยู่ยี่ไปหมดแล้วก็ตาม
เคมีระหว่างคนทั้งคู่ระอุขึ้นจนแทบจะเผาไหม้อากาศในห้องทำงานส่วนตัวให้กลายเป็นจุล ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้เกรซรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งพล่านไปตามปลายนิ้ว เธอมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอด ๆ นั้นด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดูที่ไม่มีวันยอมรับออกมาดัง ๆ
นิ้วเรียวที่แปะพลาสเตอร์หมีน้อยถูกยกขึ้นมาตั้งใจจะเคาะหน้าผากมนเป็นการลงโทษสักทีสองที แต่ทว่า...
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในห้องเสียก่อน เกรซสะดุ้งเล็กน้อย รีบผละตัวถอยหลังกลับไปยืนท่าทีสงบเรียบร้อยตามเดิมในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
“เข้ามา” เกรซปรับน้ำเสียงให้กลับมาเยือกเย็นและทรงอำนาจดังเดิม
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างของเมย์ที่เดินนصفเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยด ชีเปลือยสายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองทั้งประธานสาวและเลขาฯ ส่วนตัวสลับกันไปมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ขอโทษนะคะท่านประธาน พอดีฉันเอารายงานยอดขายของฝ่ายการตลาดมาส่งค่ะ เห็นว่าด่วนมาก กลัวว่าเลขาฯ คนเก่งแถวนี้จะมัวแต่... ยุ่งอยู่กับเรื่องอื่นจนลืมจัดการ” เมย์จงใจเน้นเสียงตรงคำว่ายุ่ง พร้อมกับส่งยิ้มเยาะมาให้รินรดา
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยหวานกลับมาเรียบเฉยเย็นชาทันที เธอปรายตามองเมย์ด้วยหางตา “ถ้าหมายถึงเรื่องงาน ฉันไม่เคยบกพร่องค่ะ ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบเดินเพ่นพ่านหาเรื่องชาวบ้าน ทั้งที่งานตัวเองกองเป็นภูเขาเลาคา”
“นี่แก...!” เมย์หน้าเสียเล็กน้อย กำแฟ้มในมือแน่นด้วยความโกรธ
“พอค่ะ! นี่ห้องทำงานฉัน ไม่ใช่สนามเด็กเล่น อยากทะเลาะกันไปตบกันข้างนอกโน่น” เกรซตวาดเสียงกร้าว สายตาดุดันหวาดระแวงกวาดมองทั้งคู่ด้วยความรำคาญใจ แต่สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากของเมย์ที่มองตรงมายังนิ้วมือที่แปะพลาสเตอร์ของเธอ
รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนไป... มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสงสัยและเหลี่ยมจัด
“เอ๊ะ... ท่านประธานคะ นิ้วไปโดนอะไรมาเหรอคะนั่น? ดูไม่เข้ากับลุคเท่ ๆ ของท่านประธานเลยนะคะ” เมย์ทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเสแสร้ง หวังจะจับผิด
เกรซหน้าตึงขึ้นมาทันที เธอยกมือข้างนั้นขึ้นมาซ่อนไว้ด้านหลังลำตัวโดยอัตโนมัติ ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
“เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณเมย์ไม่มีความจำเป็นต้องรู้ค่ะ เอาเอกสารวางไว้แล้วก็ออกไปได้แล้ว!” เกรซออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
เมย์ยิ้มแห้ง ๆ วางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยความจำยอม แต่ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง เธอกลับหันมามองรินรดาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แปลก ๆ และทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางห้อง
“อ้อ... เกือบลืมบอกค่ะคุณรินรดา พอดีเมื่อกี้ตอนฉันเดินขึ้นมา ฉันเห็นคุณกวินท์ยืนรออยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่างนะคะ เขาบอกว่ามีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณ... และดูท่าทางเขาจะตั้งใจมาเซอร์ไพรส์คุณเป็นพิเศษด้วยค่ะ”
สิ้นคำพูดของเมย์ บรรยากาศในห้องที่อึดอัดอยู่แล้วกลับลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ เมื่อได้ยินชื่อผู้ชายคนนั้น... อดีตแฟนเก่าที่คอยตามรังควานเธอไม่เลิกรา
แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว เกรซยืนกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นบัดนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความไม่พอใจที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
“กวินท์เหรอ...?” เกรซทวนชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่ากลัว ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอีกครั้งในระยะประชิด มือเรียวที่เคยสะบัดหนีเมื่อวาน บัดนี้กลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของรินรดาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานสาวที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยความหึงหวงและกรุ่นโกรธอย่างปิดไม่มิด
“จะรีบลงไปหาเขานักใช่ไหม... ห๊ะ! รินรดา?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันเสมอนะคะ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม?•ตอนที่ 33
การเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!