กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริกโดยที่รินรดาไม่จำเป็นต้องแสร้งทำ ตัวอักษรและเส้นสายบนแผนผังโครงการลับชิ้นนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึก ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอถืออยู่คือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง และก่อนที่สมองอันปราดเปรียวจะทันได้ประเมินสถานการณ์ว่ามันหลุดมาอยู่ในกระเป๋าเอกสารของเธอได้อย่างไร เสียงตบมือเบาๆ แต่เปี่ยมด้วยพิษสงก็ดังขึ้นจากมุมเสา
“อุ๊ย... ตกใจหมดเลย นึกว่าเอกสารสำคัญชิ้นนั้นจะบินหนีไปซะอีก”
เมย์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของโถงทางเดินริมกระจก รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยความริษยาเลยสักนิด ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองเอกสารในมือรินรดากald แล้วหัวเราะในลำคออย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “ไม่นึกเลยนะคะว่าเด็กฝึกงานอย่างเธอ จะกล้าขโมยข้อมูลระดับความลับของบริษัทไปขาย... แบบนี้เขาเรียกว่าอนาคตดับวูบตั้งแต่ยังไม่เริ่มหรือเปล่ารินรดา?”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอทันที ดวงตาคมกริบตวัดมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าสมองของเธอมีรอยหยักมากกว่านี้สักนิด เมย์ น่าจะคิดได้นะว่าคนอย่างฉันไม่มีทางเอาอนาคตมาทิ้งกับเรื่องตื้นๆ แบบนี้... ว่าแต่เธอเถอะ ทำไมถึงรู้เร็วนักล่ะว่าเอกสารมันอยู่ในนี้ หรือว่า...”
“ปากดีไปเถอะค่ะ!” เมย์หน้าเสียไปวูบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเยייהหยันดังเดิม “หลักฐานคาตาแบบนี้ ต่อให้เธอมีปากเป็นกรรไกรก็ดิ้นไม่หลุดหรอก เตรียมตัวไปเก็บของแล้วกราบลาคุณเกรซได้เลย!”
ร่างบางของเมย์สะบัดหน้าเดินจากไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้รินรดายืนกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ปั่นป่วนไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ แต่เพราะเธอรู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหู ‘เกรซ’ ประธานสาวจอมเผด็จการและปากร้ายคนนั้น... ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางรับฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น! เกรซเกลียดการทรยศยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
เรียวขาเรียวก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วน
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ รินรดาก็กดปุ่มชั้นบนสุดด้วยความร้อนรน ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แล้ว... จังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำด้วยความเครียด โครงสร้างเหล็กทั้งตึกก็สะเทือนเลือนลั่น เสียง ‘กริ๊ง’ แหลมสูงดังบาดแก้วหู พร้อมกับไฟในห้องโดยสารที่ดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัว
“กรี๊ด!”
แรงกระชากจากการที่ลิฟต์ร่วงลงมากะระยะก่อนระบบเบรกฉุกเฉินจะทำงาน ทำว Rinrda เซถลาล้มลง แต่ยังไม่ทันที่ก้นจะกระแทกพื้น ร่างของเธอก็ถูกคว้าไว้ด้วยวงแขนที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่เป็นเอกลักษณ์ปะทะเข้ากับจมูกทันที พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยดุด้วยความหงุดหงิด
“จะรีบตายไปไหนถึงได้วิ่งเข้ามาในลิฟต์คนเดียวสภาพนี้... รินรดา?”
เสียงนี้... เกรซ!
รินรดาลืมตาขึ้นท่ามกลางความสลัว ใบหน้าของประธานสาวอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เกรซดันร่างของเธอชิดติดกับผนังลิฟต์โดยไม่รู้ตัว มือเรียวข้างหนึ่งยังคงโอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้ล้ม ขณะที่อีกข้างกดค้างไว้ที่แผงควบคุมฉุกเฉิน
“ปล่อยค่ะ คุณเกรซ” รินรดาพยายามดึงสติแล้วเอ่ยเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง
“ปล่อยเหรอ? คิดว่าฉันอยากกอดเธอหรือไง” เกรซแค่นเสียงใส่ ปากแข็งตามเคยทั้งที่ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกไม่น้อยเมื่อครู่ “ลิฟต์ค้าง ระบบสื่อสารขัดข้อง... และเธอก็ยังมาทำตัวเกะกะอยู่ตรงนี้อีก ปล่อยให้ฉันต้องมารับมือกับเด็กซุ่มซ่ามแบบเธอเนี่ยนะ!”
“ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามนะคะ!” รินรดาเถียงกลับทันควัน ความดื้อรั้นพุ่งปรี๊ดขึ้นมากลบความกลัว “แล้วถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องด่วนที่ฉันต้องรีบไปอธิบายให้คุณฟัง ฉันก็คงไม่ซวยมาติดแหง็กอยู่กับคนปากร้ายใจยักษ์แบบคุณหรอกค่ะ!”
“ปากกล้าขึ้นเยอะนะรินรดา!” เกรซขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและผนังเย็นเฉียบ ความร้อนจากร่างกายของทั้งสองคนแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนแทบจะละลาย ความมืดสลัวและบรรยากาศที่บีบคั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไร้ซึ่งความเป็นเจ้านายและลูกน้อง แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ปฏิเสธไม่ได้
เกรซก้มมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นอย่างผิดปกติ ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่แล้วในความเงียบงันนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของกันและกันที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจ
“ถ้าคิดว่าฉันใจยักษ์นัก... ทำไมเธอถึงไม่ลองพิสูจน์ดูล่ะ ว่าฉันจะใจร้ายกับเธอยังไงดี” เกรซกระซิบเสียงพร่าชิดริมหางตา น้ำเสียงที่เคยเยชาและเฉียบคมเมื่อครู่กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ไว้
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงจนคิดคำเถียงไม่ออก เสน่ห์อันร้ายกาจของประธานสาวเวลาที่ไร้เกราะกำบังช่างอันตรายต่อหัวใจเธอยิ่งกว่าตึกถล่มเสียอีก มือบางที่ถือกระดาษแผนผังลับอยู่เผลอคลายออกโดยไม่รู้ตัว จนเอกสารแผ่นนั้นร่วงลงไปกองกับพื้นลิฟต์
แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วเรียวของเกรซกำลังจะเอื้อมมาแตะคางเธอเพื่อบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา เสียงกระแทกประตูด้านนอกก็ดังสนั่น พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อด้วยความร้อนรนของใครบางคน
“คุณเกรซคะ! คุณเกรซอยู่ในนั้นหรือเปล่าคะ!”
เสียงนั้น... เสียงของเมย์!
ดวงตาของเกรซไหววูบ ประธานสาวชะงักมือทันทีแล้วถอยห่างออกไปก้าวหนึ่งอย่างเสียดาย ร่างสูงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาก็รีบก้มลงเก็บเอกสารที่พื้นด้วยความตกใจ ทว่าทันทีที่แสงไฟฉุกเฉินกะพริบติดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับประตูลิฟต์ที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกทีละน้อย...
ภาพที่เมย์ก้าวพรวดเข้ามาเห็นไม่ใช่แค่ประธานสาวผู้เย่อหยิ่งยืนหน้าตึงอยู่ตามลำพัง
แต่เป็นภาพของรินรดาที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเกรซ ในระยะประชิดชนิดที่ว่าชายกระโปรงและเสื้อผ้าของทั้งคู่ยับยู่ยี่ราวกับเพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ!
ขอบคุณที่แวะมาอ่านผลงานของโรสแมรี่พิษนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม?•ตอนที่ 7
ลิฟต์ค้างกับความลับที่เกือบหลุด
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!